โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MAGURO รายได้ Q1/69 โต 35% ลุยขยายซูชิสายพานระดับพรีเมียม Q3/69 ดันรายได้โต 30%

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ซึ่ง MAGURO Group ยังคงสามารถสร้างการเติบโตที่โดดเด่นสวนกระแสอุตสาหกรรมร้านอาหารที่หดตัว ด้วยหลายปัจจัยที่เป็นแรงเสริม การเพิ่มจำนวนสาขา การเปิดแบรนด์ใหม่ และฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ส่งผลต่อการเติบโตภาพรวมของบริษัทที่รายได้ยังเติบโตถึง 35.2% นอกจากนี้

MAGURO ได้เดินหน้าเตรียมพร้อมเปิดตัว Kaiten Sushi Ginza Onodera ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ Onodera Group ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในไตรมาส 3 ของปีนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่มลูกค้าเดิม และ สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ได้มากพอสมควร

แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในไตรมาสแรกของปี 2569 มาจาก การขยายสาขาเพิ่มขึ้น การตอบรับที่ดีเยี่ยมต่อแบรนด์ใหม่อย่าง KIWAMIYA, Tonkatsu AOKI, BINCHO และ IPPE KOPPE ฐานลูกค้าใน Give More+ Club หรือระบบ CRM ของบริษัท ที่สร้างรายได้ถึง 58% ของรายได้รวม การออกเมนูใหม่และแคมเปญการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

โดยที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจและการตลาดให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่รัดเข็มขัดมากขึ้น จึงมุ่งเน้นพัฒนาเมนูใหม่ภายใต้แนวคิด Everyday Dining ในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Trendy Mass คนเมือง วัยทำงาน และ Gen Z โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารและประสบการณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน

ในช่วงต้นปี 2569 MAGURO ได้เปิดตัวอีก 2 แบรนด์ใหม่ เพิ่มเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย โดยเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมด้วยเปิด Chopman ร้านข้าวมันไก่ในรูปแบบ Delivery นอกจากนี้ ได้เปิด BINCHO สาขาที่ 2 ณ One Bangkok เพื่อมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคนเมืองที่ต้องการประสบการณ์อาหารคุณภาพดีในชีวิตประจำวัน ด้วยราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นตั้งแต่ 169 - 190 บาท

“ทิศทางต่อไปในอนาคต MAGURO Group มั่นใจในเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปี 2569 ที่ไม่ต่ำกว่า 30% โดยวางแผนขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 15 ร้านภายในสิ้นปี นอกจากนี้ยังเตรียมแผนกระตุ้นยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโตอีกด้วย สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง” คุณจักกกฤติ ซีอีโอ กล่าวสรุป

ปัจจุบัน MAGURO Group บริหารร้านอาหารในเครือรวมกว่า 54 ร้านจาก 9 แบรนด์ ประกอบด้วย MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิระดับพรีเมียม, HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ, SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี, Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึต้นตำรับจากญี่ปุ่น, KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับจากญี่ปุ่น, CouCou ร้านอาหาร All-Day Dining สไตล์ตะวันตก, BINCHO ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่าน, IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ รวมถึง Chopman แบรนด์ข้าวมันไก่ผ่านช่องทางเดลิเวอรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...