โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 3/69 จัดพอร์ตเลือกรายตัว กระจายความเสี่ยง

เดลินิวส์

อัพเดต 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เปิดกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 3/2569 รับมือโลกผันผวน จัดพอร์ตหุ้นเลือกรายตัว กระจายความเสี่ยง

นายจิรไพบูลย์ รัตนภาณุรักษ์ Head, Wealth Research & Advisory ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยถึงมุมมองกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยระบุว่าทิศทางเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยท้าทายใหม่ แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเริ่มผ่อนคลายลงจนราคาน้ำมันดิบปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับก่อนเกิดความไม่สงบ แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ ความหนืดของเงินเฟ้อ ที่อาจลดลงช้ากว่าราคาน้ำมัน เนื่องจากต้นทุนที่เคยสูงขึ้นได้ถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการไปแล้ว

ในมุมมองของตลาดปัจจุบันแบ่งเป็นสองกลุ่มชัดเจน คือ กลุ่มที่เชื่อว่าเงินเฟ้อจะทรงตัวสูง และกลุ่มที่มองว่าเงินเฟ้อจะเริ่มลดลง โดยทาง CIMB Thai อยู่ในกลุ่มที่มองว่าเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม แม้เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ของสหรัฐฯ จะยังทรงตัวอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่สมาชิกธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลายท่านเริ่มมีมุมมองที่เปลี่ยนไป โดยความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยแทบจะหายไป และเริ่มมีมุมมองเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยกลับเข้ามาแทน

ทั้งนี้ CIMB Thai ประเมินกรณีฐาน (Base Case) ว่า เฟดอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อย่างมาก 1 ครั้งในปีนี้ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนนโยบาย ไม่ให้คาดการณ์เงินเฟ้อของตลาดพุ่งสูงเกินไป โดยต้องติดตามผลการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในช่วง 60 วันนี้อย่างใกล้ชิด เพราะหากการเจรจาล่าช้าอาจส่งผลต่อพรีเมียมราคาน้ำมันและกดดันเงินเฟ้อให้สูงนานกว่าที่คาด

นายจิรไพบูลย์ ชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่ได้เข้าไปเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่นในกลุ่มไบโอเทคที่ปกติยามีอัตราความล้มเหลวสูงถึง 95-98% แต่การนำ AI มาใช้จำลองความเป็นไปได้ จะช่วยลดอัตราความล้มเหลวลงแม้เพียง 1-2% ก็สามารถสร้างรายได้มหาศาลจากสิทธิบัตร

แม้จะมีความกังวลเรื่องการจ้างงาน โดยเฉพาะในกลุ่มไอทีที่ตำแหน่งงานระดับจูเนียร์อาจถูกแทนที่ด้วย AI แต่ในภาพรวม ผลิตภาพที่สูงขึ้นนี้สะท้อนออกมาเป็นกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยไตรมาสแรกปีนี้กำไรบริษัทในสหรัฐฯ โตเฉลี่ยกว่า 20% สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 13-14%

กลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 3/2569 คำแนะนำการจัดพอร์ต ดังนี้

  • Asset Allocation: เน้นเพิ่มน้ำหนักใน สินทรัพย์เสี่ยง (Equity) และลดน้ำหนักการถือครองเงินสด

  • หุ้นต่างประเทศ: แนะนำกลุ่ม Global Tech ในลักษณะ Barbell Strategy คือลงทุนในหุ้นเทคที่มีกำไรโตแกร่ง ควบคู่ไปกับการกระจายความเสี่ยงในกลุ่มที่ราคายังตามตลาดไม่ทัน (Laggards) เช่น กลุ่มการเงินและอุตสาหกรรม

  • ตลาดหุ้นจีน: แนะนำ Overweight โดยเฉพาะดัชนี Hang Seng เนื่องจากระดับราคา (Valuation) ถูกมากเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และเป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยงที่ดี (Key Diversifier)

  • หุ้นไทย: มีมุมมองเป็น Selective โดยให้ความสำคัญกับกลุ่ม ธนาคาร ที่มีปันผลสม่ำเสมอและคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น รวมถึงกลุ่ม ท่องเที่ยว โรงแรม และการแพทย์ ที่จะได้ประโยชน์จากต้นทุนการเดินทางที่ลดลงตามราคาน้ำมัน

  • สินทรัพย์ทางเลือก: ยังคงชื่นชอบทองคำ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวน

"เรามองว่าความไม่แน่นอนในไตรมาส 3 ยังคงอยู่ แต่เปลี่ยนรูปแบบจากความกังวลเรื่องสงคราม ไปสู่ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายการเงิน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการลงทุนยังเป็นบวก โดยเฉพาะบริษัทที่สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของ AI ได้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...