โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พชร" เปิดตัวเลขแฉฐานภาษีไทยแคบจัด ชงระบบดิจิทัลดึงแรงงานนอกระบบ 21 ล้านคน

The Better

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
พชร ชี้กระแสกดดันตัดงบรายจ่ายบุคลากรภาครัฐเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ผยต้นตอวิกฤตงบประมาณมาจากโครงสร้าง ยื่นข้อเสนอ 3 แนวทางรื้อระบบภาษี อุดรูรั่วรากฐานประเทศ 5 ด้านที่กำลังถดถอย

กรรมการ ก.ล.ต. เปิดมุมมองต่อการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี ชี้กระแสสังคมด่วนสรุปพุ่งเป้าตัดรายจ่ายบุคลากรภาครัฐเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและรักษาตามอาการ เตือนปัญหาที่แท้จริงเกิดจากโครงสร้างการจัดเก็บรายได้และฐานภาษีที่แคบผิดปกติ มีคนเสียภาษีบุคคลธรรมดาจริงเพียงร้อยละ 11.67 ของกำลังแรงงาน พร้อมแนะรัฐเร่งปฏิรูประบบภาษีดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าระบบ และจัดสรรงบประมาณยกระดับรากฐานประเทศ 5 ด้านที่กำลังถดถอย

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวถึงการถกเถียงเรื่องร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีว่า การมุ่งปฏิรูปงบประมาณด้วยการตัดรายจ่ายบุคลากรเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักคิดที่ถูกต้อง ปัญหาต้นเหตุอยู่ที่ฝั่งรายได้ของรัฐ โดยอ้างอิงข้อมูลวิชาการจากสำนักงบประมาณของรัฐสภา พบว่าจากกำลังแรงงาน 40.53 ล้านคน มีผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจริงเพียง 4.73 ล้านคน (ประมาณร้อยละ 11.67) เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ภาระภาษียังกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มผู้มีเงินได้สุทธิเกิน 1 ล้านบาทต่อปี ซึ่งมีเพียง 4 แสนคน แต่กลับเป็นผู้จ่ายภาษีสูงถึงร้อยละ 72.8 ของมูลค่าภาษีทั้งหมด สอดคล้องกับขนาดเศรษฐกิจนอกระบบของไทยที่สูงถึงร้อยละ 42.5 ของ GDP

นายพชร ระบุว่า จากการพยากรณ์รายได้ภาครัฐ 5 ปี (ฉบับเดือนพฤษภาคม 2569) แม้ตัวเลขรายได้รวมจะดูโตขึ้น แต่สัดส่วนรายได้จัดเก็บต่อ GDP กลับลดลงต่อเนื่องจากร้อยละ 18.11 ในปีงบประมาณ 2569 จะเหลือเพียงร้อยละ 16.97 ในปี 2573 สะท้อนให้เห็นว่าขีดความสามารถทางการคลัง (Fiscal Capacity) ของรัฐบาลมีแนวโน้มลดลงในระยะกลาง

"หัวใจของเรื่องทั้งหมดคือ ถ้าเศรษฐกิจโตแต่รัฐเก็บรายได้ตามไม่ทัน แปลว่ารูรั่วอยู่ที่โครงสร้างการจัดเก็บ จึงต้องแก้ไขที่ต้นเหตุก่อนที่จะมองไปที่ปลายเหตุของการจัดสรร"

นายพชร ยังแสดงความกังวลถึงประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ โดยยกข้อมูลจาก IMD World Competitiveness Ranking 2026 แม้อันดับความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของไทยจะขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 26 และอันดับการศึกษาขึ้นมาอยู่ที่ 52 ของโลก แต่เมื่อเจาะลึกรายละเอียดกลับพบว่า ทักษะภาษาต่างประเทศของคนไทยร่วงลง 5 อันดับ และทักษะแรงงานระดับสูงดิ่งลงถึง 8 อันดับ สะท้อนว่าการลงทุนงบประมาณด้านการศึกษาของไทยในปัจจุบันยังไม่ตรงจุด

เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน นายพชร ได้นำเสนอแนวทางการปฏิรูประบบภาษีใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย:

  • ขยายฐานผู้เสียภาษีผ่านระบบดิจิทัล: ดึงธุรกรรมผ่าน e-Payment มาเป็นข้อมูลภาษีอัตโนมัติ เพื่อดึงแรงงานนอกระบบเกือบ 21 ล้านคนเข้าสู่ระบบโดยไม่ต้องบังคับ

  • รักษาความเสมอภาค: ห้ามยกเว้นภาษีเป็นรายกรณีเพื่อผลประโยชน์เฉพาะ ซึ่งจะกัดเซาะฐานภาษีจากภายใน

  • ปรับโครงสร้างลดความเหลื่อมล้ำ: รักษาโครงสร้างภาษีขั้นบันได และผูกเงื่อนไขการลดภาษีนิติบุคคลเข้ากับการลงทุนจริง ไม่ใช่การลดแบบถาวร

นายพชร กล่าวทิ้งท้ายว่า เม็ดเงินที่ได้จากการปฏิรูปภาษี ต้องนำมาวางรากฐานประเทศใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ระบบยุติธรรมและความปลอดภัย, ระบบสาธารณสุข, ระบบการศึกษา, ระบบคมนาคม และระบบสังคมที่ส่งเสริมความแข็งแกร่งของครอบครัว ซึ่งปัจจุบันไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ขาดพร้อมกันทุกด้าน เห็นได้จากปัญหาการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม ทักษะแรงงานระดับสูงที่ถดถอย และหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 86.7 ของ GDP ดังนั้นโจทย์การปฏิรูปงบประมาณในวันนี้ จึงต้องปรับวิธีหารายได้ ขยายฐานภาษี และจัดสรรทรัพยากรให้ตอบโจทย์รากฐานทั้ง 5 ด้านอย่างเป็นธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...