บล.เมย์แบงก์ฯ เปิดมุมมอง 14 กองทุน ลุ้นหุ้นโรงพยาบาลฟื้นตัวครึ่งปีหลัง ชู BH - CHG โดดเด่นสุดในกลุ่ม
บล.เมย์แบงก์ฯ เปิดมุมมอง 14 กองทุน ลุ้นหุ้นโรงพยาบาลฟื้นตัวครึ่งปีหลัง ชู BH - CHG โดดเด่นสุดในกลุ่ม
บล.เมย์แบงก์ฯ เปิดมุมมองหุ้นโรงพยาบาลเชิงบวกช่วงครึ่งปีหลัง หลังจัดโรดโชว์ 14 กองทุน คาดเห็นการฟื้นตัวจากลูกค้าตะวันออกกลาง-ประเด็นประกันสังคมเล็งปรับขึ้นอัตราเงินชดเชย พร้อมชูหุ้น BH และ CHG เด่นสุดในกลุ่ม
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยในบทวิเคราะห์วันนี้เรื่อง Thailand Healthcare ผลตอบรับจากการโรดโชว์กับกองทุนในประเทศเป็นบวกเล็กน้อย โดยมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้
นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่คัดค้านมุมมองเชิงบวก
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับกองทุนในประเทศ 14 กองทุน หลังจากที่ฝ่ายวิจัยเพิ่งปรับมุมมองการลงทุนของกลุ่มการแพทย์เป็น "เชิงบวก" โดยเราได้ย้ำถึง 3 ปัจจัยหนุนในช่วงครึ่งปีหลังของปี 69 ซึ่งได้แก่ 1.การฟื้นตัวของผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง, 2.โอกาสในการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินชดเชยของประกันสังคม (SSO) และ 3. ฐานรายได้ของคนไข้กัมพูชาที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยหุ้นเด่นยังคงเป็น BH และ CHG ซึ่งมองว่าเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวของตลาดตะวันออกกลางและการปรับขึ้นอัตราการเบิกจ่ายของประกันสังคมตามลำดับ
โดยรวมแล้วกระแสตอบรับส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงบวกและมีข้อโต้แย้งหรือข้อกังวลจำกัด โดยนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของอุปสงค์จากตะวันออกกลาง ในขณะที่ความสนใจต่อประเด็นประกันสังคมดูเหมือนจะปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าจะมีความเห็นที่หลากหลายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราเงินชดเชยก็ตาม ส่วนข้อกังวลหลักยังคงเป็นเรื่องของอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและการลงทุนที่สูงของบางโรงพยาบาล อาทิ BCH และ BDMS
ส่วนใหญ่เห็นพ้องเรื่องการฟื้นตัวของตลาดตะวันออกกลาง
นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้เป็นเพียงเรื่องชั่วคราวและคาดว่าอุปสงค์จากตะวันออกกลางจะฟื้นตัวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าช่วงเวลาที่แน่ชัดจะยังมีความไม่แน่นอน แต่ทิศทางที่ชัดเจนขึ้นสู่การลดระดับความรุนแรงลงน่าจะเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมให้กับโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยตะวันออกกลางในระดับสูง โดยเฉพาะ BH และ PR9
ทั้งนี้การหารือส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่แนวโน้มในอุปสงค์ช่วงครึ่งปีหลังปี 69 มากกว่าผลประกอบการในระยะสั้น ทั้งนี้ยังคงชอบ BH มากกว่า PR9 เนื่องจากคาดว่าการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยตะวันออกกลางจะแข็งแกร่งกว่าและมีการควบคุมต้นทุนที่ดีกว่า นอกจากนี้ข้อกังวลเกี่ยวกับการขยายสาขาไปภูเก็ตของ BH ก็มีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากประเมินผลกระทบต่อกำไรไว้เพียง 2-3% ซึ่งน่าจะต่ำกว่าผลประโยชน์ที่อาจได้รับจากการฟื้นตัวของลูกค้าตะวันออกกลาง
หุ้นกลุ่มประกันสังคม ยังคงมีสัดส่วนการถือครองที่ต่ำ แต่ความสนใจเริ่มเพิ่มขึ้น
ในมุมมองของเราหุ้นโรงพยาบาลประกันสังคมยังคงเป็นกลุ่มที่นักลงทุนส่วนใหญ่ถือครองในสัดส่วนที่ต่ำ หลังจากเผชิญกับความผิดหวังมาหลายปี ซึ่งถูกฉุดโดยความผันผวนของกำไรจากรายการพิเศษ ความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย และผลประกอบการที่อ่อนแอของผู้ประกอบการบางราย อย่างไรก็ตามความสนใจของนักลงทุนดูเหมือนจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากมีความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะอนุกรรมการประกันสังคมเมื่อปลายเดือน พ.ค.เพื่อทบทวนอัตราการจ่ายเงินชดเชย ซึ่งปัจจุบันจัดตั้งเสร็จสิ้นแล้วและคาดว่าจะมีการประชุมนัดแรกในเดือน ก.ค.นี้ (ตามข้อมูลจาก BCH)
ทั้งนี้เรายังคงชอบ CHG มากกว่า BCH เนื่องจากคาดว่ามีอัตราการเติบโตของกำไรในช่วงปี 69 71 ที่แข็งแกร่งกว่าที่ 5% CAGR (เทียบกับ BCH ที่เติบโตทรงตัว) และมี Valuation ที่ถูกกว่า โดยมี P/E ปี 69 อยู่ที่ 16 เท่า เทียบกับ BCH ที่ 19 เท่า อย่างไรก็ตามหากมีการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินชดเชยของประกันสังคมก็จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการทั้งสองราย
อุปสงค์ในประเทศยังคงเป็นข้อกังวลหลัก
นักลงทุนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าอุปสงค์ในประเทศยังคงมีความท้าทาย ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนา "ถือ" ของเราสำหรับ BDMS โดยคาดการณ์ CAGR ของกำไรไว้เพียง 1% ในช่วงปี 6971 เนื่องจากสัดส่วนผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยที่ใช้ประกันสุขภาพในระดับสูงมีโอกาสที่จะได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอและการควบคุมต้นทุนประกันที่เข้มงวดขึ้น
นอกจากนี้นักลงทุนบางกลุ่มยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการ WellEra มูลค่า 2.9 หมื่นล้านบาท โดยมองว่ามีทั้งความเสี่ยงด้านการดำเนินงานและความเสี่ยงด้านอุปสงค์ เนื่องจาก BDMS ยังมีประสบการณ์จำกัดในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ขณะที่ราคาขายของโครงการอยู่ในระดับสูงที่ 450,000 - 480,000 บาท/ตร.ม.
หุ้น ราคาเป้าหมาย(บ./หุ้น) อัพไซด์ คำแนะนำ BDMS 20.00 8% ถือ BH 215.00 16% ซื้อ BCH 10.50 12% ซื้อ CHG 1.85 22% ซื้อ PR9 19.50 16% ซื้อ
ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย เตรียมจัดงาน CAPITAL WITH PURPOSE 2026 งานสัมมนาด้าน ESG สำหรับผู้บริหารองค์กร ที่จะเจาะลึกประเด็น Green Finance เทรนด์การเงินเพื่อความยั่งยืน และโอกาสการเข้าถึงทุนในโลกธุรกิจยุคใหม่
โดยงานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2569 ณ True Digital Park ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงาน คลิกภาพ!
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย
ดูข่าวต้นฉบับ