สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 มิ.ย. 69 7:10: น.
คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงตัวแทนจากกาตาร์และปากีสถาน เริ่มเจรจาทางการทูตที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยพุ่งเป้าไปที่การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนและการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม การหารือในวันแรกต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนัก หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะใช้มาตรการทางทหารขั้นเด็ดขาดหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งความไม่แน่นอนของสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานโลกอีกครั้ง
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์
การเจรจายังดำเนินอยู่: เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าการเจรจาในสวิตเซอร์แลนด์ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีสหรัฐฯ อิหร่าน กาตาร์ และปากีสถาน ร่วมเจรจา โดยเน้นไปที่การลดความขัดแย้งและการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนตอนใต้ พร้อมกับปฏิเสธข่าวลือที่ว่าตัวแทนอิหร่านวอล์กเอาต์จากกาประชุม
- ท่าทีที่ขัดแย้งกันในทำเนียบขาว
รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ มองเชิงบวกว่ามีความคืบหน้าอย่างมากในการหยุดยิงในเลบานอน และหวังจะใช้การทูตเพื่อเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ในตะวันออกกลางอย่างถาวร
- ไมค์ วอลตซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำ UN ระบุว่า รัฐบาลควรใช้แนวทางปฏิบัติจริง ซึ่งการทำข้อตกลงใด ๆ ก็ตามจะต้องไม่อาศัยความไว้ใจ แต่จะเน้นการตรวจสอบ พร้อมกับมาตรการข่มขู่ทางทหารที่น่าเชื่อถือพ่วงไปด้วย
- มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการ CIA ยังคงสงสัยและไม่ปักใจเชื่อว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามข้อตกลง MOU โดยชี้ว่าอิหร่านมีพฤติกรรมผิดสัญญามาโดยตลอด
- สว. ลินด์เซย์ แกรแฮม มองว่า วิธีการทางการทูตจะล้มเหลว และหากเป็นจริง ประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้กำลังเข้ายึดครองช่องแคบฮอร์มุซและเก็บค่าธรรมเนียมเรือที่แล่นผ่าน รวมถึงขยายข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ในปี 2026
ข้อขัดแย้งเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- คำขู่จากทรัมป์: ทรัมป์ เตือนเจ้าหน้าที่อิหร่านผ่าน Fox News ว่า พวกเขาจะไม่มีประเทศอยู่ และจะไม่ได้กลับประเทศหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่ว่าจะถล่มอิหร่านและเข้ายึดช่องแคบเพื่อเก็บค่าผ่านทางเอง โดยสหรัฐฯ ปฏิเสธว่าอิหร่านไม่ได้ควบคุมช่องแคบนี้และเส้นทางยังคงเปิดอยู่
- ข้ออ้างของอิหร่าน: อิหร่านอ้างว่าตนเองได้ปิดช่องแคบเนื่องจากข้อตกลงใน MOU ถูกละเมิดจากการที่อิสราเอลยังคงสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
- เยอรมนีโทษทรัมป์ว่าเป็นต้นเหตุ: โบริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนี กล่าวโทษทรัมป์ว่าเป็นผู้ทำให้เกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่าการเปิดช่องแคบเป็นผลประโยชน์ของยุโรป ด้านฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่าสงครามนี้ไม่ใช่เรื่องของ NATO และวิจารณ์สหรัฐฯ ที่ไม่ปรึกษาพันธมิตรก่อนเริ่มโจมตีอิหร่าน
การสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
- ผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพ: แหล่งข่าวระบุว่าการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง เกือบจะทำลายการเจรจาในวันแรกและอาจทำลายข้อตกลงหยุดยิงทั้งหมด ซึ่งอิสราเอลเคยกล่าวว่า ตนเองไม่ได้มีข้อผูกพันกับข้อตกลงหยุดยิง 60 วันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
- การเพิ่มเข้าสู่วาระเร่งด่วน: การเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันแรก มีการเพิ่มประเด็นการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นวาระเร่งด่วนเพื่อหารือเป็นวาระแรก
- ความเห็นต่างในทีมสหรัฐฯ: มาร์โก รูบิโอ พยายามแยกสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านออกจากความขัดแย้งอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ แต่ในร่าง MOU กลับมีการระบุถึงการยุติสถานการณ์ในเลบานอนอย่างถาวร ซึ่งฝ่ายอิสราเอลมองว่านี่คือการยอมอ่อนข้อให้แก่อิหร่าน
การตอบโต้และจุดยืนเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน
- คำเตือนจากตัวแทนอิหร่าน: สมาชิกทีมเจรจาของอิหร่านและโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาอิหร่าน ออกมาเตือนสหรัฐฯ ให้ระวังคำพูด และระบุว่ากองทัพอิหร่านพร้อมตอบโต้ หลังจากที่ทรัมป์ขู่จะโจมตีอิหร่านหากไม่สั่งให้ฮิซบอลเลาะห์หยุดสร้างปัญหา โดยระบุว่า อิหร่านไม่ได้ให้ราคาคำขู่ของสหรัฐฯ
- จุดยืนเรื่องการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม: ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ประกาศกร้าวว่าอิหร่านจะไม่มีวันยอมถอยจากสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และย้ำว่าโครงการนิวเคลียร์เป็นไปเพื่อสันติ ซึ่งประเด็นนี้ขัดกับ เส้นแดงของทรัมป์และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ที่ต้องการให้อิหร่านล้มเลิกการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด
สถานการณ์ราคาน้ำมันและผลกระทบทางเศรษฐกิจ
- แนวโน้มราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ยังไม่ลดลง: นักวิเคราะห์จาก ClearView Energy Partners ระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ปัจจุบันเฉลี่ยต่ำกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเล็กน้อย ลดลงจากช่วงสงครามที่เคยสูงกว่า 4.50 ดอลลาร์ แต่ยังสูงกว่าปีก่อนซึ่งอยู่ที่ราว 3 ดอลลาร์ การจะกลับไปสู่ระดับก่อนสงครามต้องใช้เวลาในการเพิ่มคลังสำรองน้ำมันที่พร่องไปให้กลับมามีปริมาณมากกว่าความต้องการใช้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาจนถึงสิ้นปี
ที่มา CBS News
ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ