โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหประชาชาติเตือนความเสี่ยงคลื่นความร้อนรุนแรง สภาพอากาศสุดขั้ว จากปรากฏการณ์เอลนีโญ

JS100

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
สหประชาชาติเตือนความเสี่ยงคลื่นความร้อนรุนแรง สภาพอากาศสุดขั้ว จากปรากฏการณ์เอลนีโญ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังก่อตัวขึ้นอาจทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อนรุนแรง สภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งภัยแล้ง และฝนตกหนักในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เอลนีโญคือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกสูงขึ้น โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 9-12 เดือน แต่องค์การอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในปีนี้ (2569) พื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม โดยมีแนวโน้มว่าจะคงอยู่ต่อไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งนางเซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก กล่าวเตือนว่า จำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจรุนแรง ซึ่งจะทำให้ภัยแล้งและฝนตกหนักทวีความรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อคลื่นความร้อนทั้งบนบกและในมหาสมุทร

รูปแบบของสภาพอากาศลักษณะนี้ จะส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เพิ่มปริมาณน้ำฝนในอเมริกาใต้ตอนใต้ สหรัฐอเมริกาตอนใต้ บางส่วนของแอฟริกาตะวันออก และเอเชียกลาง ยังอาจทำให้เกิดภัยแล้งในออสเตรเลีย อเมริกากลาง อินโดนีเซีย และบางส่วนของเอเชียใต้ นำไปสู่การก่อตัวของพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและราคาพืชผล เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนทำลายผลผลิตทางการเกษตร ผลักดันราคาอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์ให้สูงขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงด้านสาธารณสุข เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากความร้อน การแพร่ระบาดของโรคที่มีแมลงเป็นพาหะ เช่น ไข้เลือดออก และไวรัสซิกา

ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุดในปี 2566-2567 ส่งผลให้ปี 2567 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ โดยอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิในยุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.55 องศาเซลเซียส

#เอลนีโญ

#คลื่นความร้อน

#สหประชาชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...