VCOM ขึ้นแท่นหุ้นปันผล Backlog หนุนรายได้โต
#VCOM #ทันหุ้น – VCOM รับแรงหนุน Backlog ทยอยบุ๊กต่อเนื่อง เดินหน้ารุกธุรกิจ Digital Transformation และ Cybersecurity ครบวงจร ปักหมุดขยายตลาด CLM ตอกย้ำหุ้นปันผลเด่นใน mai
นางทรงศรี ศรีรุ่งเรืองจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินท์คอม เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ VCOM เปิดเผยว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2/2569 จะสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากงานในมือ (Backlog) จากปลายปีที่ผ่านมาซึ่งยังคงมีการทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีนี้
@ผลงานแกร่ง
อีกทั้งตามปกติแล้วไตรมาสที่ 1 ของทุกปีจะเป็นช่วงที่มีการขายและการรับรู้รายได้ลดลงตามปัจจัยฤดูกาลเพราะปลายปีบริษัทลูกค้าต่างๆ มักจะเร่งยอดการซื้อไปล่วงหน้าแล้ว
อย่างไรก็ตามการที่ผลดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตสวนทางกับรายได้ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 35.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการลดลงสาเหตุเนื่องจากการลดลงของโครงการขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ แต่บริษัทในไตรมาสเดียวกันนี้บริษัทยังสานต่อแผนมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากส่วนงานบริการซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) สูง
อีกทั้งสามารถบริหารจัดการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้มากอย่างมีนัยประกอบกับปันทึกรับรู้ผลกำไรจากการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าอีก 1.3 ล้านบาทจึงทำให้ผลประกอบการบรรทัดสุดท้ายน่าพอใจ ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายธุรกิจที่ VCOM ต้องการจะรักษากำไรสุทธิไม่ให้น้อยกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา มากกว่ามุ่งเน้นเชิงการขยายเป้าหมายรายได้ซึ่งยังคงยึดถือแนวทางการประกอบธุรกิจแบบระมัดระวังเน้นโครงการที่มีศักยภาพและสามารถเรียกเก็บเงินได้จริง พร้อมทั้งมีการบริหารความเสี่ยงด้านค่าเงินอย่างรัดกุมผ่านการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าป้องกันผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท
นอกจากนี้บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลตามมากกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จึงสามารถเป็นหุ้น mai ให้ผลตอบแทนปันผลสูงเทียบราคาหุ้นติดอันดับ 1 ใน 10 โดยงวดปีล่าสุดจ่าย 0.23 บาทต่อหุ้น และราคาปิดหุ้น ณ วันที่จ่ายคือ 15 พฤษภาคม 2569 ที่3.48 บาท
@ขยายธุรกิจ
ด้านแผนการสร้างการเติบโตและการขยายธุรกิจ บริษัทยังคงเดินหน้าเป็นผู้นำด้าน Digital Transformation และ Cybersecurity ที่ให้บริการแบบแบบครบวงจรเบ็ดเสร็จ เน้นการขยายตัวในกลุ่มประเทศ CLM ซึ่งในปีนี้พบสัญญาณการเติบโตที่ดีมากใน สปป.ลาว สำหรับปัญหาในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและกัมพูชานั้น แม้จะกระทบเชิงความล่าช้าในการส่งสินค้าหรือการตัดสินใจในบางโครงการ แต่โดยรวมแล้วตอนนี้สถานการณ์ในกัมพูชาเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว
อนึ่ง สัดส่วนรายได้บริษัทแบ่งตามพื้นที่ภูมิภาค ประเทศไทยคิดเป็น 82.2% และ กลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา) คิดเป็น 17.8%