โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ลุย “หุ้นญี่ปุ่น” ผ่าน “กองทุนดัชนี”...ทางเลือกที่ ‘ง่าย&สะดวกกว่า’ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 00.34 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2564 เวลา 22.56 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ถูกนำกลับขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง หลังจากที่ถูกนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญเมินเฉยออกไปจากวงสนทนาเป็นระยะเวลาพอสมควร
ซึ่งการที่ถูกนำกลับมาพูดหรือได้รับความน่าสนใจนั้น เป็นเพราะการประสบความสำเร็จในการจัดงาน “โอลิมปิกเกมส์2020” ในรูปแบบออนไลน์หรือสตรีมมิ่งเป็นครั้งแรก
จึงเป็นเหมือนกับสัญญาณการจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นเพิ่มเติม ซึ่งย่อมส่งผลให้โอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น
เพื่อไม่ให้เสียโอกาส ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอนำเสนอ “กองทุนดัชนีหุ้นญี่ปุ่น” ที่ดำเนินกลยุทธ์แบบ Passive หรือให้ผลการดำเนินงานเคลื่อนไหวตามดัชนีเพื่อเอาใจนักลงทุนสายบุ๋น

Nikkei225” และ “TOPIX”…2 ดัชนีหลัก “หุ้นญี่ปุ่น” ที่บลจ.ไทยตั้ง “กองทุนดัชนี” ไปลงทุน

“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น”เป็นหนึ่งใน ‘ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)’ เช่นเดียวกับสหรัฐและยุโรป บริษัทของญี่ปุ่นที่เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก และมีแหล่งรายได้อยู่นอกญี่ปุ่นก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ต่างไปจากสหรัฐหรือยุโรปเช่นเดียวกัน
“การจะเข้าลงทุนใน ‘หุ้นญี่ปุ่น’ แบบง่ายสุด ก็คือเข้าไปลงทุนในดัชนีหุ้นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Nikkei225 หรือ TOPIX เป็นต้น และถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการจะไปลุยหุ้นญี่ปุ่นด้วยเช่นกันลงทุนง่าย ค่าใช้จ่ายถูกกว่า Active Fund เป็นคอนเซ็ปต์แนวคิดของการลงทุนในดัชนีแบบ Passive Fund นั่นเอง”
โดย “กองทุนรวมดัชนีหุ้นญี่ปุ่น” ที่เราจะพูดถึงกันในครั้งนี้มีด้วยกัน 3 กองทุน ลงทุนใน 2 ดัชนีหลัก ประกอบไปด้วย iShares Core Nikkei 225 ETF”, “NEXT FUNDS Nikkei 225 ETF” และ NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund”
“ซึ่งทุกกองทุนนักลงทุนไทยล้วนสามารถลงทุนได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยทั้ง 6 บลจ. ประกอบไปด้วย บลจ.กสิกรไทย, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.กรุงไทย, บลจ.ทิสโก้, บลจ.ทหารไทยและบลจ.กรุงศรี ที่ได้มีการเปิดกองทุน โดยมีนโยบายลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้นญี่ปุ่นจากทั้ง 3 กองทุนข้างต้น”

iShares Core Nikkei 225 ETF”…ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 3.54%

สำหรับชื่อกองทุนและนโยบายการลงทุนของกองทุน เริ่มที่ ‘บลจ.กรุงไทย’ จะมี “กองทุนเปิดเคแทม เจแปน อิควิตี้ พาสซีฟ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า” หรือ KT-JPFUND-A” ที่จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘iShares Core Nikkei 225 ETF’ เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
“โดยกองทุน ‘iShares Core Nikkei 225 ETF’ หรือเรียกอีกในความหมายหนึ่งว่า ‘กองทุนหลัก’ นั้น ได้จดทะเบียนซื้อ ขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange : TSE) ซี่งบริหารและจัดการโดย ‘BlackRock Japan Co., Ltd. (Management Company)’ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (วันที่ 8 ต.ค. 64) ทำผลตอบแทนได้ 3.54%

NEXT FUNDS TOPIX ETF”…โชว์ผลตอบแทนโดดเด่นตั้งแต่ต้นปี 10.86%

ถัดมาเป็นของ ‘บลจ.กสิกรไทย’จะมี “กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น” หรือ K-JPXที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund’ เป็นกองทุนหลักซึ่งในนโยบายการลงทุนจะอ้างอิงให้มีผลตอบแทนตามดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น TOPIXโดยกองทุนหลักจัดตั้งและบริหารจัดการโดย ‘Nomura Asset Management’ โดยกองทุนหลักทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 10.86%

NEXT FUNDS Nikkei 225 ETF”…ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 3.45%

สุดท้ายเป็นกองทุนหลักที่บลจ.ไทยลงทุนสูงที่สุดหรือ ‘NEXT FUNDS Nikkei 225 ETF’ ที่บริหารงานภายใต้ความดูแลของ ‘Nomura Asset Management’ ที่จะเน้นลงทุนในตราสารทุนทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 และตราสารทุนที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225
“ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกับจำนวนหุ้นใน ‘ดัชนีนิคเคอิ 225’ (Nikkei 225 Index หรือ Nikkei Stock Average) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ไปในทิศทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกับดัชนีนิคเคอิ 225 ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีมากองทุนทำผลตอบแทนได้ 3.45%
สำหรับบลจ.ไทยนั้น จะมีตั้งแต่ ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ ที่เริ่มมีตั้งแต่ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น(ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล)” หรือ SCBNK225” ไปจนถึงชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชนิดจ่ายเงินปันผลชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคลไปจนถึงเพื่อการเลี้ยงชีพ
ถัดมาเป็นของ ‘บลจ.ทิสโก้’ ที่ได้จัดตั้งกองทุนขึ้นภายใต้ชื่อ “กองทุนเปิด ทิสโก้เจแปน อิควิตี้” หรือ TISCOJP” ซึ่งจะมีทางเลือกนักลงทุนทั้งในแบบกองทุนทั่วไปในชื่อกองทุนข้างต้นและ “กองทุนเปิด ทิสโก้ เจแปน อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ TJPRMF” สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ
ต่อมาเป็นจาก ‘บลจ.ทหารไทย’ ที่ได้จัดตั้ง “กองทุนเปิดทหารไทย Japan Equity” หรือ TMBJE” ขึ้นมาเช่นกัน โดยทางเลือกการลงทุนก็จะมี “กองทุนเปิดทหารไทย Japan Equity เพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ TMBJERMF” เพิ่มขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้แก่นักลงทุน
สุดท้ายจาก ‘บลจ.กรุงศรี’ ที่มีชื่อว่า“กองทุนกรุงศรีเจแปนอิควิตี้อินเด็กซ์เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า” หรือ KFJPINDX-A” ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงกองทุนเดียวที่มีการลงทุนในกองทุนดัชนี แต่ก็ยังได้มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุนและเพื่อลดความกังวลของนักลงทุนในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
“กองทุนดัชนี (Index Fund) ถือเป็นกองทุนอีกหนึ่งชนิดที่จะค่อนข้างมีความเหมาะสมสำหรับ ‘นักลงทุนสายบุ๋น’เพราะด้วยกลยุทธ์การสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีที่กองทุนนั้นๆ อ้างอิง ซึ่งยิ่งเป็นตลาดที่มีความเสถียรภาพก็จะทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องความผันผวนพร้อมทั้งยังคาดหวังผลตอบแทนได้ดีในระยะยาวตามผลตอบแทนตลาด ในขณะที่ต้นทุนค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการก็ถูกกว่าด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...