โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาวจีนลุ้นมือฆ่ารอดถูกจับ สุดท้ายผิดหวัง ซัดรัฐต้นเหตุคนไร้ทางออก

Khaosod

อัพเดต 19 ต.ค. 2564 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 07.09 น.

ชาวจีนลุ้นมือฆ่ารอดถูกจับ - วันที่ 18 ต.ค. ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เกิดปรากฏการณ์ในโลกออนไลน์จีน หลังผู้ใช้อินเตอร์เน็ตชาวจีนจำนวนมากร่วมส่งกำลังใจให้นายอู๋ จินจง ที่กำลังอยู่ระหว่างหลบหนีการไล่ล่าจากตำรวจมานานกว่าสัปดาห์ให้หนีรอดไปให้ได้จากคดีสังหารเพื่อนบ้าน 2 ราย บาดเจ็บอีก 3 คน โดยชาวจีนกล่าวโทษ ว่าหน่วยงานของรัฐเป็นต้นเหตุ

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจากตำรวจเมืองผู่เทียน มณฑลฝูเจี้ยน พื้นที่เกิดเหตุ เมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 18 ต.ค.  ระบุว่า พบร่างนายอู๋อยู่ในถ้ำ ระหว่างการหลบหนี จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ไม่อาจรั้งชีวิตไว้ได้ คาดว่านายอู๋ต้องการจบชีวิตตนเอง เพราะไม่มีทางหนีแล้ว

ชาวจีนลุ้นมือฆ่ารอดถูกจับ

เขตภูเขาที่อยู่ด้านหลังหมู่บ้าน พบร่างนายอู๋อยู่ในถ้ำ

ข่าวการตายของนายอู๋ ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากต่างโพสต์ข้อความที่เสียใจและสลดใจในชะตากรรมของผู้ต้องหารายนี้

นายอู๋ เป็นชาวบ้านที่การศึกษาไม่สูงนัก อายุ 55 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน ทางภาคใต้ของประเทศจีน ถูกกล่าวหาว่าเป็นบุคคลที่ลงมือสังหารเพื่อนบ้านยกครัวจากเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่ดิน และการก่อสร้างบ้าน ซึ่งยืดเยื้อมานานหลายปีโดยปราศจากการเหลียวแลจากรัฐ

ชาวจีนเชียร์มือฆ่าพ้นภัยถูกตร.ไล่ล่า

ข้อมูลสำนักงานตำรวจเขตผิงไห่ ระบุว่า นายอู๋ เป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีสังหารที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 10 ต.ค. แต่ตำรวจไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของคดี และอาวุธที่คนร้ายใช้สังหาร

เหยื่อผู้เสียชีวิตในคดีเป็นเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ติดกันกับที่ดินของนายอู๋ ได้แก่ ชายอายุ 70 ปี และลูกสะใภ้ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 คน ได้แก่ ภรรยาของชายอายุ 70 ปี หลานชายอายุ 30 ปี และเหลนสาวอายุ 10 ขวบ

สถานการณ์ขาดแคลนข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้บรรดาสื่อท้องถิ่นและชาวจีนนำข้อมูลต่างๆ มาปะติดปะต่อกันเอง เช่น ข้อมูลจากนายอู๋ที่เคยโพสต์ในเว่ยป๋อ และข้อมูลสัมภาษณ์จากชาวบ้านในพื้นที่ เผยให้เห็นถึงความระทมทุกข์ของนายอู๋ที่ไร้ทางออก และถูกผลักดันไปจนทะลุขีดสุด

https://youtu.be/FARZt48xN4I

 

ข้อมูลดิบทั้งหมดบ่งชี้ว่าแม้นายอู๋จะเผชิญกับความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านมานานหลายปีและมีชีวิตที่ยากลำบากแต่ก็เคยสร้างวีรกรรมที่น่ายกย่องไว้ เช่น เคยกระโดดลงทะเลไปช่วยเด็กชายที่กำลังจะจมน้ำเมื่อกว่า 30 ปีก่อน และเคยช่วยปลาโลมาไว้ 2 ตัว ที่เกยตื้นในพื้นที่เมื่อปี 2551 แม้ว่าต่อมาปลาจะไม่รอดก็ตาม

ข้อมูลดังกล่าวยิ่งส่งผลให้บรรดาชาวจีนที่ได้รับรู้เรื่องราวเห็นอกเห็นใจนายอู๋มากขึ้น จนเกิดกระแส ชาวจีนลุ้นมือฆ่ารอดถูกจับ ขณะที่อีกจำนวนมากต่างกล่าวโทษหน่วยงานรัฐที่ไม่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องร้องทุกข์ของนายอู๋ พร้อมเตือนว่าหากหน่วยงานรัฐยังมีพฤติกรรมแบบนี้ต่อไปก็จะมีเหตุการณ์แบบนี้ตามมาอีกเรื่อยๆ

เรื่องราวของนายอู๋เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปี โดยนายอู๋นั้นอยู่อาศัยกับแม่อายุ 89 ปี แต่ไม่มีบ้านอยู่อาศัย โดยนายอู๋เคยโพสต์ระบุว่า ตนมีเพียงกระท่อมสังกะสีเล็กๆ อยู่ริมทะเลที่เมืองผู่เทียน อย่างไรก็ตาม ซีเอ็นเอ็นไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบัญชีผู้ใช้ของนายอู๋จริงหรือไม่

นายอู๋ เล่าผ่านบัญชีผู้ใช้เว่ยป๋อไว้ว่า ตนถูกเพื่อนบ้านขัดขวางทำให้ไม่สามารถปลูกบ้านได้เนื่องจากขัดแย้งกันกับเพื่อนบ้านเรื่องขอบเขตที่ดิน โดยตนพยายามแก้ไขปัญหาอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สำเร็จจนยืดเยื้อยาวนานหลายปี

ชาวจีนลุ้นมือฆ่ารอดถูกจับ

เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่นายอู๋ตัดสินใจทุบบ้านของตัวเองทิ้งเพื่อปลูกใหม่เมื่อปี 2560 โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานรัฐแล้วให้สามารถปลูกบ้านหลังใหม่ได้ แต่หลังจากทุบบ้านไปแล้ว ทุกครั้งที่พยายามปลูกบ้านใหม่ก็จะถูกเพื่อนบ้านครอบครัวนี้ยกพวกมาขัดขวางตลอดเวลา

นายอู๋ ระบายความอัดอั้นผ่านเว่ยป๋อไว้ว่า ตนเคยไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจ และผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนสื่อ แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ แม้แต่เพื่อนบ้านในละแวกที่มาช่วยกันเจรจาก็ไม่เป็นผลจนเวลาล่วงเลยมาหลายปี

กระทั่งฟางเส้นสุดท้ายมาถึงในวันที่ 10 ต.ค. เกิดลมพายุรุนแรงจากไต้ฝุ่นส่งผลให้กระท่อมสังกะสีของนายอู๋เสียหายอย่างหนัก และชิ้นส่วนถูกลมพัดเข้าไปยังสวนของเพื่อนบ้านรายนี้ นายอู๋ จึงเดินเท้าเข้าไปเก็บเอาเศษวัสดุกลับมาเพื่อซ่อมแซม

ทว่า นายอู๋กลับต้องพบกับเพื่อนบ้านและกลายเป็นการด่าทอกันจนสถานการณ์ลุกลามบานปลายกลายเป็นเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งทางตำรวจไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

ชาวจีนเชียร์มือฆ่าพ้นภัยถูกตร.ไล่ล่า

ภาพกระท่อมที่สังกะสีที่ถูกลมพายุสร้างความเสียหายของนายอู๋ยังเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์จีน เผยให้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ของนายอู๋ที่มีเพียงสังกะสีคุ้ม และถุงพลาสติกบุผนังภายในเพื่อกันลมไม่ให้เหน็บหนาว สร้างอยู่บนกองสิ่งก่อสร้าง ขณะที่เพื่อนบ้านที่มีเรื่องด้วยนั้นมีบ้านหลังใหญ่สูงถึง 4 ชั้น

อย่างไรก็ตาม พยานที่เป็นชาวบ้านในละแวก ระบุว่า นายอู๋ อยู่อาศัยเพียงลำพังในกระท่อม ไม่ได้อยู่อาศัยกับแม่ตามข้อมูลข้างต้นมาตั้งแต่ปี 2562 ทำให้ชาวจีนที่พบเห็นสภาพดังกล่าวผ่านโลกออนไลน์ต่างแสดงความเห็นใจนายอู๋ และแสดงความเดือดดาลต่อการไม่เหลียวแลของเจ้าหน้าที่

ขณะที่บรรดาญาติของเพื่อนบ้านนายอู๋ที่ถูกสังหารต่างปฏิเสธ ว่าครอบครัวผู้เสียชีวิตไม่ได้มีอุปนิสัยชอบกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น

ชาวจีนลุ้นมือฆ่ารอดถูกจับ

ประกาศจับนายอู๋ ติดอยู่ทั่วเมือง

สำนักข่าวท้องถิ่น ระบุด้วยว่า ภายในกระท่อมสังกะสีพังๆ ของนายอู๋นั้นพบซองบุหรี่เปล่าจำนวนมากที่นายอู๋เก็บไว้ใช้จดเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้ขอความช่วยเหลือ เช่น หน่วยงานพรรคคอมมิวนิสต์ หน่วยงานรัฐ สื่อมวลชน และนักเคลื่อนไหวทางสังคม

ผู้ใช้คนหนึ่งในเว่ยป๋อ ระบุว่า "สังคมที่ปกติไม่ควรต้องบีบคั้นให้พลเมืองดีผู้ปฏิบัติตามกฎหมายต้องหมดสิ้นทางออกจนต้องก่ออาชญากรรม เพราะหากการที่กฎหมายที่มีอยู่ทั้งหมดยังไม่สามารถปกป้องสิทธิของเราได้ ทางออกที่เขาเหลืออยู่ก็ย่อมได้รับความเห็นใจจากปวงชน"

ความอัดอั้นของนายอู๋ได้รับการบอกเล่าผ่านเว่ยป๋ออย่างหมดเปลือกจากบัญชีผู้ใช้ที่นายอู๋เปิดไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปีเพื่อให้สังคมรับทราบและช่วยเหลือ

"รัฐบาลไม่ใช่มีอยู่เพื่อปกป้องคนธรรมดาอย่างเราเหรอครับ ทำไมคนมีเงินถึงได้ยะโสโอหังกันนัก" นายอู๋ตัดพ้อ พร้อมกับติดแฮชแท็กหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานท้องถิ่น

สื่อเปรียบเทียบบ้านหลังใหญ่ของเพื่อนบ้านกับบ้านหลังเล็กของนายอู๋

"คนปกติธรรมดาทั่วไปเค้าปฏิบัติตามกฎหมายกัน แต่กฎหมายกลับไม่เคยยืนเคียงข้างคนที่ซื่อสัตย์เลย ผมหวังว่าจะมีใครบอกผมได้ว่าต้องไปร้องเรียนกับใครที่ไหนได้อีก ผมไปมาทั้งระดับเขต และมณฑล ทั้งไปเอง ทั้งเขียนจดหมาย ทั้งโทรศัพท์ไป แต่ไม่มีใครตอบผมเลย ได้โปรดเถอะครับ บอกผมทีเถอะว่าผมต้องไปต่อยังไง" นายอู๋ ระบุ

รายงานระบุว่า นายอู๋ยังใช้บัญชี วีแชท เผยแพร่เอกสารร้องเรียนที่ส่งไปยังเว็บไซต์ข่าวของหน่วยงานระดับมณฑล และอีกโพสต์หนึ่งนั้นติดแฮชแท็กนายกเทศมนตรีเมืองผู่เทียนพร้อมข้อความว่า "สวัสดีครับท่านนายกฯ ผมเรียนมาไม่สูง แต่หากท่านเห็นข้อความผม ช่วยผมหน่อยนะครับ ได้โปรดเถอะ" ทว่า ข้อความขอนายอู๋แทบไม่มีคนกดไลค์ หรือมีใครสนใจ

กรณีทั้งหมดของนายอู๋เพิ่งกลายเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางหลังรายงานข่าวการระดมกำลังออกไล่ล่านายอู๋ของตำรวจ ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุสังหารข้างต้น เมื่อ 10 ต.ค. โดยภาพสุดท้ายจากกล้องนิรภัยเป็นภาพที่นายอู๋สวมเสื้อคอกลม กางเกงขาสั้น หลบหนีเข้าป่าทึบไป

ชาวจีนเชียร์มือฆ่าพ้นภัยถูกตร.ไล่ล่า

ต่อมาบัญชีผู้ใช้ของนายอู๋ก็หายไปจากระบบในวันที่ 12 ต.ค. หลังโพสต์ทั้งหมดของนายอู๋ส่งผลให้ชาวจีนแสดงความเดือดดาลต่อหน่วยงานท้องถิ่น ขณะที่หน่วยงานดังกล่าวเผยแพร่แถลงการณ์ว่าจะดำเนินการสอบสวนการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โดยเร็วที่สุด

หลังบัญชีผู้ใช้ของนายอู๋หายไป แฮชแท็กที่เป็นชื่อของบัญชีผู้ใช้นายอู๋ มีผู้เข้ามาอ่านกว่า 7 ล้านครั้งในเว่ยป๋อ แต่แฮชแท็กดังกล่าวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยในวันถัดมา สร้างความโกรธแค้นให้ชาวจีนต่อหน่วยงานรัฐที่เซ็นเซอร์และเป็นต้นเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ หน่วยงานท้องถิ่นเขตผิงไห่ ยังประกาศรางวัล 1 แสนบาท ให้ผู้ที่นำเบาะแสมาให้เจ้าหน้าที่ และกว่า 2.6 แสนบาท สำหรับผู้ที่มีหลักฐานพิสูจน์ว่านายอู๋เสียชีวิต แต่กลับยิ่งส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านจากชาวจีน จนต้องรีบนำประกาศเงินรางวัลออกไป

"รางวัลว่าเขาตายสูงยิ่งกว่ารางวัลแบบจับเขาเป็นๆ นี่แน่ใจว่าเป็นประกาศจากรัฐเหรอ" และมีผู้มากดไลค์กว่า 6 หมื่นครั้ง

ขณะที่คอมเมนต์อันดับหนึ่งเป็น "เพราะว่าคนตายมันพูดอะไรไม่ได้ยังไงล่ะ"

นายหลิว เสี่ยวหยวน ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกระแสความเห็นอกเห็นใจนายอู๋ว่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ

"ประชาชนทั่วไปเค้าทราบดีครับถึงเรื่องที่คุณอู๋ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา แล้วคนเขาก็ไม่ได้สนับสนุนเรื่องการสังหาร แต่เขากำลังโกรธแค้นต่อความล้มเหลวของหน่วยงานรัฐบาลซึ่งต้องมีหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขให้เขาต่างหาก"

นายหลิว ระบุว่า ปัญหาทะเลาะกันเรื่องที่ดินนั้นเกิดขึ้นบ่อยในจีน นี่เป็นบทเรียนครั้งรุนแรงสำหรับรัฐ ว่าหากปล่อยปละละเลยความขัดแย้งและความทุกข์ยากของประชาชน มันก็จะบานปลาย ซึ่งกรณีของนายอู๋นั้นคงไม่มาถึงขั้นนี้ หากหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลแต่แรก

อีกกระแสหนึ่งนั้นเรียกร้องให้นายอู๋มอบตัวเพื่อต่อสู้คดี และขอให้ชายหนุ่มนิรนามที่นายอู๋เคยช่วยชีวิตไว้ปรากฏตัวออกมาตอบแทนบุญคุณของนายอู๋ด้วย

"ในความเห็นของฉัน เขาเป็นคนจิตใจดี และเป็นคนซื่อ ฉันหวังว่าเขาจะออกมามอบตัว มันไม่ง่ายหรอกที่จะใช้ชีวิตรอดอยู่ในเทือกเขาแบบนั้น คุณไม่มีทางหลบซ่อนได้ตลอดไปหรอก" คอมเมนต์หนึ่งที่เขียนไว้ก่อนรู้ว่านายอู๋เสียชีวิตในที่สุด

++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

บ้านตะปูกลางทางด่วน เจ้าของยืนหยัด ทางการจีนบีบย้ายไม่สำเร็จ

ปิดตำนานบ้านตะปูเซี่ยงไฮ้ ขวางถนนถูกไล่ที่นาน 14 ปี รัฐยอมชดเชย 13 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...