เตือนกลุ่มเสี่ยง 'โรคหัด' กลับจากประเทศเพื่อนบ้าน เด็กเล็กติดง่าย เสี่ยงเสียชีวิตสูง
เตือนกลุ่มเสี่ยง 'โรคหัด' กลับจากประเทศเพื่อนบ้าน เด็กเล็กติดง่าย เสี่ยงเสียชีวิตสูง แนะสังเกตอาการ ชี้แพร่เชื้อทางอากาศเหมือนวัณโรค
วันที่ 20 มิ.ย. 2568 พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า โรคหัด เป็นโรคที่เกิดมานานแล้ว ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่เชื้อได้ทางอากาศเหมือนกับวัณโรค ดังนั้น ความสามารถในการแพร่เชื้อจะมากกว่าเมื่อเทียบกับโรคโควิด-19
โดยโรคหัดจะพบมากในเด็กเล็ก เนื่องจากยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค ที่มีกำหนดฉีด 2 เข็ม คือ ช่วงอายุ 9 เดือน ถึง 1 ขวบ และเข็มกระตุ้น ช่วงอายุ 1 ขวบครึ่ง ฉะนั้น เด็กที่เล็กมากยังไม่ได้รับวัคซีน ก็มีโอกาสติดเชื้อได้สูง และมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก
ที่ผ่านมา มักจะพบการระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ แต่ในระยะหลังมานี้ พบว่ามีการระบาดมากขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่ และมีการระบาดออกมาในพื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นก็พบผู้ป่วยเข้ามารักษาในประเทศไทยมากขึ้น
พญ.จุไร กล่าวถึงสถานการณ์โรคหัดในประเทศไทยว่า ในปี 2568 ยังมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. จนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัย มีประวัติเสี่ยง 1,241 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยที่ยืนยันว่าเป็นโรคหัด 414 ราย เป็นผู้ป่วยชาวต่างประเทศที่เข้ามารักษาในไทย 44 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมีการรายงาน 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้ามารักษาใน จ.เชียงราย
ซึ่งในปัจจุบันอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยเด็ก คือ 4 เดือน และอายุเฉลี่ยของผู้ใหญ่ คือ 23 ปี ทั้งนี้ มีเหตุการณ์ที่เรียกว่าระบาด คือ พบผู้ป่วยมากกว่า 2 คนขึ้นไป จำนวน 25 เหตุการณ์ โดยมีการระบาดในโรงพยาบาลด้วย ซึ่งสาเหตุการติดเชื้อในโรงพยาบาล มักเกิดจากการที่ผู้ป่วยอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น จึงมีการกำชับมาตรการป้องกันโรคในโรงพยาบาล ว่า หากมีการพบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัย จะต้องมีการแยกตัวทันที
โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า กลุ่มเสี่ยงที่จะต้องเฝ้าระวังโรค คือ ผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ไปจนถึงผู้ที่มีอาการไข้และมีผื่นขึ้นตามตัว โดยผื่นจะไม่ค่อยคันมาก ซึ่งระยะฟักตัวของโรคหลังจากรับเชื้อจะยาวนานถึง 21 วัน ในช่วงนี้ยังไม่สามารถแพร่เชื้อได้
จากนั้นจะเริ่มมีอาการไข้ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 4 วัน ถึงจะเริ่มแพร่เชื้อได้ หลังจากที่มีไข้ก็จะเริ่มมีผื่นขึ้นตามตัว เริ่มมีอาการตาแดง และสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีก 4 วัน และเมื่อผลระยะนี้ ซึ่งรวมๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยก็จะไม่สามารถแพร่เชื้อได้
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่มีความเสี่ยงจะต้องรีบสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโดยทันที ส่วนบุคคลทั่วไปสามารถใช้มาตรการป้องกันโรคเหมือนกับโรคโควิด-19 ได้ หากต้องเข้าพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก ก็ให้สวมหน้ากากป้องกัน
พญ.จุไร กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคมีระบบเฝ้าระวังโรคหัดอยู่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชายแดน แต่มีการกำชับมาตรการตามด่านกักกันโรคชายแดน มาตรการในโรงพยาบาล ที่ต้องเตรียมห้องแยกผู้ป่วย นอกจากนั้น กรมควบคุมโรคมีการส่งวัคซีนป้องกันโรคหัดไปฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ในเรือนจำ ค่ายทหาร และการฉีดป้องกันการระบาด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตือนกลุ่มเสี่ยง 'โรคหัด' กลับจากประเทศเพื่อนบ้าน เด็กเล็กติดง่าย เสี่ยงเสียชีวิตสูง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th