โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนกลุ่มเสี่ยง 'โรคหัด' กลับจากประเทศเพื่อนบ้าน เด็กเล็กติดง่าย เสี่ยงเสียชีวิตสูง

Khaosod

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 08.32 น.

เตือนกลุ่มเสี่ยง 'โรคหัด' กลับจากประเทศเพื่อนบ้าน เด็กเล็กติดง่าย เสี่ยงเสียชีวิตสูง แนะสังเกตอาการ ชี้แพร่เชื้อทางอากาศเหมือนวัณโรค

วันที่ 20 มิ.ย. 2568 พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า โรคหัด เป็นโรคที่เกิดมานานแล้ว ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่เชื้อได้ทางอากาศเหมือนกับวัณโรค ดังนั้น ความสามารถในการแพร่เชื้อจะมากกว่าเมื่อเทียบกับโรคโควิด-19

โดยโรคหัดจะพบมากในเด็กเล็ก เนื่องจากยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค ที่มีกำหนดฉีด 2 เข็ม คือ ช่วงอายุ 9 เดือน ถึง 1 ขวบ และเข็มกระตุ้น ช่วงอายุ 1 ขวบครึ่ง ฉะนั้น เด็กที่เล็กมากยังไม่ได้รับวัคซีน ก็มีโอกาสติดเชื้อได้สูง และมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก

ที่ผ่านมา มักจะพบการระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ แต่ในระยะหลังมานี้ พบว่ามีการระบาดมากขึ้นในกลุ่มผู้ใหญ่ และมีการระบาดออกมาในพื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นก็พบผู้ป่วยเข้ามารักษาในประเทศไทยมากขึ้น

พญ.จุไร กล่าวถึงสถานการณ์โรคหัดในประเทศไทยว่า ในปี 2568 ยังมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. จนถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัย มีประวัติเสี่ยง 1,241 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยที่ยืนยันว่าเป็นโรคหัด 414 ราย เป็นผู้ป่วยชาวต่างประเทศที่เข้ามารักษาในไทย 44 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมีการรายงาน 1 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้ามารักษาใน จ.เชียงราย

ซึ่งในปัจจุบันอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยเด็ก คือ 4 เดือน และอายุเฉลี่ยของผู้ใหญ่ คือ 23 ปี ทั้งนี้ มีเหตุการณ์ที่เรียกว่าระบาด คือ พบผู้ป่วยมากกว่า 2 คนขึ้นไป จำนวน 25 เหตุการณ์ โดยมีการระบาดในโรงพยาบาลด้วย ซึ่งสาเหตุการติดเชื้อในโรงพยาบาล มักเกิดจากการที่ผู้ป่วยอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น จึงมีการกำชับมาตรการป้องกันโรคในโรงพยาบาล ว่า หากมีการพบผู้ป่วยที่เข้าข่ายสงสัย จะต้องมีการแยกตัวทันที

โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า กลุ่มเสี่ยงที่จะต้องเฝ้าระวังโรค คือ ผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ไปจนถึงผู้ที่มีอาการไข้และมีผื่นขึ้นตามตัว โดยผื่นจะไม่ค่อยคันมาก ซึ่งระยะฟักตัวของโรคหลังจากรับเชื้อจะยาวนานถึง 21 วัน ในช่วงนี้ยังไม่สามารถแพร่เชื้อได้

จากนั้นจะเริ่มมีอาการไข้ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 4 วัน ถึงจะเริ่มแพร่เชื้อได้ หลังจากที่มีไข้ก็จะเริ่มมีผื่นขึ้นตามตัว เริ่มมีอาการตาแดง และสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีก 4 วัน และเมื่อผลระยะนี้ ซึ่งรวมๆ ประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยก็จะไม่สามารถแพร่เชื้อได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่มีความเสี่ยงจะต้องรีบสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคโดยทันที ส่วนบุคคลทั่วไปสามารถใช้มาตรการป้องกันโรคเหมือนกับโรคโควิด-19 ได้ หากต้องเข้าพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก ก็ให้สวมหน้ากากป้องกัน

พญ.จุไร กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคมีระบบเฝ้าระวังโรคหัดอยู่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชายแดน แต่มีการกำชับมาตรการตามด่านกักกันโรคชายแดน มาตรการในโรงพยาบาล ที่ต้องเตรียมห้องแยกผู้ป่วย นอกจากนั้น กรมควบคุมโรคมีการส่งวัคซีนป้องกันโรคหัดไปฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ในเรือนจำ ค่ายทหาร และการฉีดป้องกันการระบาด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตือนกลุ่มเสี่ยง 'โรคหัด' กลับจากประเทศเพื่อนบ้าน เด็กเล็กติดง่าย เสี่ยงเสียชีวิตสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...