โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์จ่อเคาะแผนโจมตี 'อิหร่าน' ภายใน 2 สัปดาห์ รอดูท่าทีเจรจา

สวพ.FM91

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.22 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.22 น.

นิวยอร์ก, 20 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (19 มิ.ย.) แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะตัดสินใจว่าจะสั่งโจมตีอิหร่านหรือไม่ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยการตัดสินใจของทรัมป์ขึ้นอยู่กับว่าการเจรจาระหว่างสองประเทศจะเกิดขึ้นหรือไม่ในช่วงเวลานี้

เลวิตต์กล่าวข้อความข้างต้นซึ่งเป็นการอ่านแถลงการณ์จากทรัมป์ เพื่อตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลหรือไม่ พร้อมระบุว่าหากมีข้อตกลงทางการทูตเกิดขึ้น อิหร่านจะต้องยอมรับเงื่อนไขเรื่องการไม่เสริมสมรรถนะยูเรเนียม และไม่สามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้

เลวิตต์เสริมว่าการติดต่อระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยก่อนหน้านี้มีรายงานระบุว่าสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ได้สนทนาทางโทรศัพท์หลายครั้งกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. เพื่อพยายามหาทางออกทางการทูตสำหรับวิกฤตนี้
สื่ออ้างคำพูดของนักการทูต 3 คนที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุว่าการเจรจาครอบคลุมถึงข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่เสนอให้อิหร่านเข้าร่วมกลุ่มสมาคมระดับภูมิภาคเพื่อเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนอกประเทศ แต่อิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเสนอนี้

อารักชีบอกกับวิตคอฟฟ์ว่าอิหร่านอาจแสดงความยืดหยุ่นในประเด็นนิวเคลียร์ หากรัฐบาลสหรัฐฯ กดดันให้อิสราเอลยุติสงคราม พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เว้นแต่อิสราเอลจะยุติการโจมตี

ด้านรายงานจากสื่อเผยว่าทรัมป์ได้อนุมัติแผนการโจมตีอิหร่านแล้วเมื่อคืนวันอังคาร (17 มิ.ย.) แต่ยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้าย เพื่อรอดูว่าอิหร่านจะตกลงยกเลิกโครงการนิวเคลียร์หรือไม่ โดยทรัมป์ประชุมร่วมกับทีมความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่ห้องสถานการณ์ (Situation Room) ทุกวันตั้งแต่วันอังคาร (17 มิ.ย.) ที่ผ่านมา

(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 12 มิ.ย. 2025)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...