โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แข่งฟอร์มูล่าวัน กรุงเทพฯ 5 ปี งบ 4.1 หมื่นล้าน ได้คุ้มเสียหรือไม่?

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 23.30 น.

*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,107 ระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย. 2568“ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย

*** กระแสความตื่นเต้นต่อแผนการผลักดันให้ “ประเทศไทย” เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบระดับโลก FIA Formula One World Championship หรือ “ฟอร์มูล่าวัน (F1)” เริ่มต้นขึ้นหลังมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เห็นชอบในหลักการให้ประเทศไทย (ใช้พื้นที่กรุงเทพมหานคร) เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ระหว่างปี 2571–2575 รวมระยะเวลา 5 ปี ภายใต้งบประมาณรวมสูงถึง 41,379 ล้านบาท

แม้โครงการนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยความหวังจะสร้าง Soft Power และปลุกกระแส “กีฬาเชิงเศรษฐกิจ” (Sports Tourism) ให้เป็นกลไกสำคัญกระตุ้นอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) แต่ก็ไม่อาจมองข้ามข้อท้วงติงที่สำคัญจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ที่ระบุชัดเจนว่า โครงการนี้ “เสี่ยงขาดทุนและภาระการคลังรุนแรง” หากรัฐลงทุนเต็ม 100% ตามโมเดลที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ

ตามรายงานการพิจารณาของ สลค. พบว่า โครงการจัดการแข่งขัน F1 ในประเทศไทย ตามกรอบวงเงิน 4.1 หมื่นล้านบาท มีแนวโน้มที่จะก่อหนี้ผูกพันระยะยาว และอาจกลายเป็น “ภาระการคลังขนาดใหญ่” โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ และมีภารกิจจำเป็นอื่นๆ ที่รอการจัดสรรงบอยู่แล้วจำนวนมาก

ที่สำคัญ รายงานการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ที่แนบมากับแผนเสนอโครงการ ได้ระบุว่า ทุกรูปแบบการประเมินรายได้-ค่าใช้จ่ายทั้ง 3 กรณี ได้แก่ กรณีฐาน (Base Case) ขาดทุน 9,788 ล้านบาท, กรณีดีที่สุด (Optimistic) ขาดทุน 6,824 ล้านบาท กรณีเลวร้าย (Pessimistic) ขาดทุน 10,752 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่า ไม่มีสถานการณ์ใดที่รัฐจะได้กำไรจากการจัดงาน หากลงทุนด้วยตนเองทั้งหมด และยังไม่มีแผนเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน ในการดึงภาคเอกชน มาร่วมแบกรับความเสี่ยง

*** โครงการ F1 ไม่เพียงมีค่าใช้จ่ายด้าน “ค่าธรรมเนียมการจัดการแข่งขัน” ที่สูงลิ่วระดับหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ยังรวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามแข่ง ระบบขนส่ง, การจัดการความปลอดภัย สาธารณูปโภค, ค่าบริหารจัดการระหว่างการแข่งขันทั้ง 5 ปี ซึ่งทั้งหมดนี้ รัฐเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงเพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่ความไม่แน่นอนของรายได้จากตั๋ว การท่องเที่ยว การลงทุนของเอกชน และการสนับสนุนจากผู้ถือสิทธิ์ F1 ยังอยู่ในระดับ “ไม่แน่นอน”

ดังนั้น สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จึงเสนอว่า ควรมีการทบทวนแนวทางการดำเนินงานใหม่ โดยเน้นการสร้างกลไกภาคีความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน (PPP) ลดภาระงบประมาณของภาครัฐ และเน้นย้ำให้ดำเนินโครงการตาม มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดว่า โครงการที่ก่อให้เกิดภาระทางการคลังต้องคำนึงถึง 1.ความคุ้มค่าในระยะยาว 2. ผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ 3.ความมั่นคงและยั่งยืนทางการคลัง อีกทั้ง ควรให้ความสำคัญกับผลกระทบจากโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ผังเมือง การจราจร สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่จัดการแข่งขัน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และปัญหาจราจรอยู่แล้ว

*** แม้มติ ครม. จะระบุว่า “หากได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน” รัฐสามารถลดภาระงบประมาณลง และในกรณีที่มีงบเหลือสามารถนำส่งคืนตามระเบียบกฎหมาย แต่ก็ยังไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่า มีเอกชนรายใด หรือ กลุ่มทุนใหญ่ในประเทศ แสดงความสนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุน หรือ เจรจากับรัฐเพื่อขอสิทธิในโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ประเทศไทยไม่ใช่ชาติแรกที่ตั้งเป้าเจ้าภาพ F1 ด้วยความหวังด้านการท่องเที่ยวและการสร้างแบรนด์ประเทศ แต่หลายเมืองทั่วโลกที่เคยลงทุนก็เผชิญปัญหาการขาดทุนต่อเนื่อง เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และ เวียดนาม ซึ่งถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพหลังจัดได้เพียงไม่กี่ปี

…สำหรับไทย หากรัฐยังคงเดินหน้าด้วย “โมเดลรัฐลงทุนเต็มรูปแบบ” โดยไม่มีการออกแบบ “กลไกร่วมทุนที่ยืดหยุ่น” หรือ กลไกลดความเสี่ยงภาครัฐ อย่างรอบด้าน F1 อาจไม่ได้กลายเป็นจุดขายใหม่ของประเทศไทย แต่กลายเป็น “งูเห่าการคลัง” ตัวใหม่ ที่กัดงบประมาณซ้ำเติมฐานะการเงินของรัฐในช่วงเปราะบางเช่นนี้

***ปิดท้าย… เปิดรับสมัครรุ่น 2 แล้ว สำหรับLeadership Wisdom Bootcamp โปรแกรมผู้บริหาร 7 สัปดาห์ ที่รวบรวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับ Top ของประเทศ มุ่งเน้นให้ผู้นำมีทักษะ และมีวิสัยทัศน์ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า จัดโดย สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ทางเว็บไซต์ https://landing.skooldio.com/leadership-wisdom

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...