เดือดทั้งโซเชียล อาร์ต พศุตม์ VS หมออั้ม อิราวัต ด้าน อ.อ๊อด เอี่ยวด้วย
ยังคงเดือดอย่างต่อเนื่อง กับกรณีวิวาทะระหว่าง หมออั้ม อิราวัต กับอาร์ต พศุตม์ สืบเนื่องจากที่ หมออั้ม ออกมาโพสต์ถึงพระเอกกล้ามโต พึ่งพาบุญบารมีผู้ใหญ่คนหนึ่ง เข้าวงการ แต่เมื่อผู้ใหญ่ท่านนี้มีปัญหาขอความช่วยเหลือ แต่พระเอกกลับไม่ช่วย ต่อมา อาร์ต พศุตม์ ก็ได้ออกมาฟาดกลับแบบรัวๆ เป็นเหตุให้ หมออั้ม ออกมาโพสต์ขอโทษ ยืนยันว่า ไม่ได้หมายถึงอาร์ต
ซึ่งดูเหมือนกับว่า อาร์ต ยังค่องใจ ไม่จบเรื่องนี้ง่ายๆ โพสต์ฟาดอีกฝ่ายแบบรัวๆ พร้อมตั้งคำถามว่า หากไม่ได้หมายถึงตน แล้วพระเอกกล้ามโตที่พูดถึงคือใคร เรื่องราวเลยเถิดถึงขั้น หมออั้ม ได้บล็อกเฟซบุ๊กของอาร์ตเป็นที่เรียบร้อย แต่อาร์ต ก็ยังคงโพสต์ฟาดแบบฉ่ำๆ เช่น
“ไหนว่ากลัวแม่กับเมียไงแล้วบล็อกกูทำไมอ่ะ
กูจะเป็นคนที่สามที่มึงกลัวก็ได้นะ ไอ้ หมอเตี้ย”
ไหนมึงบอกได้ทั้งคืนยังไม่ถึงวันเลยมึงบล็อกกูแล้ว
“หมอเตี้ย”
“กูไม่เคยเห็นมึงเงียบแบบนี้เวลาใครกัดมึงนะหมอเตี้ยมึงกลัวกูจริงๆแหละ
กลัวก็บอกกลัวไม่ต้องอายนะ 555”
นอกจากนี้ อาร์ต ยังมีการโพสต์ถึง ใบประกอบวิชาชีพแพทย์ ของหมออั้ม ด้วย โดยมีข้อความระบุว่า
“อ่อๆ แก้ข่าวครับ …มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์ …แต่ แต่ไม่มีประกาศนียบัตรแพทย์เฉพาะทาง…. เช่น ผิวหนัง หัวใจ แบบเฉพาะทาง ….. แล้วไปฉีดหน้ามั่นใจได้หรอ ? ในเมื่อ ไม่เฉพาะทาง อันนี้สงสัย ครับ
ฝากแชร์ทุกคนเลยนะ …ทีมใส่ใจ เรื่องนี้สำคัญนะครับ
ไม่ได้กล่าวหานะจ๊ะ …. ออกมาชี้แจงได้เห็นว่าไม่มีใบแพทย์สภาจริงไหม หมอเตี้ย มึงจะฟ้องกูไม่ได้นะเพราะกูไม่ได้กล่าวหาแค่อยากให้ออกมาชี้แจงลูกค้าจะได้เข้าใจแล้วก็มั่นใจในคลินิกของมึงอ่ะ เห็นว่ามึงทำลูกค้าทีละสี่ 50 คนต่อวันมีใบ วิชาชีพหรือเปล่า ที่มึงเปิดคลินิกทำหน้า”
ทางด้านหมออั้ม ก็ออกมาโพสต์ชี้แจงแบบยาวเหยียด แถมยังบอกเหตุผลของการบล็อกด้วยว่า
จริงๆ ผมเคยเล่าเรื่องนี้ไปแล้ว
สมัยหม่อมปลื้ม M.L. Nattakorn Devakula
เคยถามในรายการสดเมื่อกว่า 10 ปีก่อน
ผมจบแพทยศาสตร์จุฬา ปี 2546
และ ปฏิบัติงานด้านเวชศาสตร์ทั่วไปอยู่ 4-5 ปี
เดิมที ผมจะไปสายงานด้านบริหาร
ได้รับเสนอชื่อเป็น ผู้อำนวยการ ร.พ.ชุมชน
แต่ต้องปฏิเสธไป เพราะภารกิจต่างๆ
ต้องชั่งใจ ด้วยความชอบงานด้านศิลปะ
ชอบการออกแบบ และงานศิลป์ อื่นๆ
เลยผันตัวไปเรียน ด้านการออกแบบใบหน้า
ปรับรูปหน้าผิวพรรณ โดยไม่ผ่าตัด
เน้นการฉีด และเน้นเครื่องมือทางการแพทย์
อาทิ การฉีดสารเติมเต็ม Botulinum Toxin
Laser เครื่องกลุ่มอัลตราซาวด์ ลดความอ้วนฯลฯ
สมัยนั้นประเทศไทย ไม่มีการเปิดสอนด้านนี้
หมอที่จบด้าน #ผิวหนัง ก็ไม่มีสอนเป็นกิจจะลักษณะ
หมอที่เน้นผ่าตัดหรือ #ศัลยกรรม ก็ไม่โฟกัสงานด้านนี้
หมอที่ทำด้านความงามโดยตรง สมัยปี 2546
จึงไม่มีเฉพาะทางในประเทศไทย มาถึงวันนี้
ต่อมา ประมาณปี 2548
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(MFU.) เปิดอบรมครั้งแรก
ที่วิทยาเขตกรุงเทพมหานคร
รวบรวมอาจารย์หมอระดับศาสตราจารย์
ที่มีประสบการณ์ความรู้ เป็นเจ้าของกิจการ
ผู้ริเริ่มในวงการความงามไทย
มารวมตัวเปิดการเรียนการสอนแพทย์ หลักสูตรเข้มข้น
“Advanced Aesthetics Dermatology”
ซึ่งผมได้มีโอกาสเข้ารับอบรม จบรุ่นที่ 1 ของไทย
หลักสูตรนี้ เน้นการสอนแบบเข้มข้นด้าน #ความงาม
ที่อยู่ระหว่าง ”หมอผิวหนัง“ และ ”หมอศัลยกรรม“
หลังจากจบมา ก็เปิดกิจการของตัวเอง
เน้นงานที่ถนัด คือ #ใช้ศาสตร์และศิลป์ด้านการฉีด
รวมถึง #เครื่องมือแพทย์ด้านการปรับบุคลิกภาพ
เปิดบริการมา ตั้งแต่ปี 2551 – ปัจจุบัน ครับ
สิ่งหนึ่งที่ทุกคนแทบจะไม่ได้เห็น จากผมเลย
นั่นคือ ”การโฆษณาชวนเชื่อ“ หรือ ”โฆษณาคลินิก“
ผมไม่มีเพจ ไม่มีรีวิว ไม่มีไลฟ์สด ไม่โฆษณา PR ใดๆ
ใช้ความชอบทางศิลปะของตัวเอง + วิชาชีพแพทย์
มาช่วยปรับรูปหน้า รูปร่าง ปรับบุคลิกภาพคน
บนพื้นฐานของจรรยาบรรณแพทย์
เพราะผมรับเคสเฉพาะ รับแก้เคสยากๆ
คิดราคาแบบไม่เห็นแก่เงิน ไม่เน้นขายคอร์ส
ไม่มีเซลล์ขาย คนไข้ทุกคนต้องเจอผม
แม้แต่ “สิว 1 เม็ด”
บริษัทยายักษ์ใหญ่ จากต่างประเทศ ในไทย
เชิญให้ไปสอนเทคนิคต่างๆ ผมยังต้องปฏิเสธไป
เพราะตารางนัดคนไข้ในคลินิก เต็มจริงๆ
เวลาว่าง ก็อยากพักผ่อนกับครอบครัว
หมอด้านความงาม ที่ประกอบการด้านนี้
วงการแพทย์ไทย เขาทราบกันอยู่แล้วครับ
ว่าที่เปิดให้บริการในคลินิกต่างๆ กว่า 80%
ในท้องตลาดไทย เป็น #หมอแบบผม
คือ จบแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แล้วหาโอกาส ศึกษาตามความชอบ
ทั้งใน และนอกประเทศ
ใช้ประสบการณ์ และใช้ฝีมือเฉพาะตน
ประกอบกิจการด้านความงามบริการคนไข้
เห็นน้องอาร์ท ถามถึงเรื่องนี้
ไม่ทราบว่า น้องอาร์ท เคยลองเอาชื่อคุณหมอ
ที่อาร์ทฉีดหน้า พูดออกอากาศ
ว่าทำกับหมอคนนี้ คนเดียวมาตลอด
(หลายปีก่อนที่อาร์ททำกับพี่ พี่ขอไม่นับนะครับ)
“ลองเอาชื่อตรวจสอบในแพทยสภา” หรือยัง
ว่าเป็นหมอเฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการ
หรือ #เป็นหมอด้านความงาม เวชศาสตร์ทั่วไป
ผู้ใช้ #วุฒิผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม แบบพี่
เรื่องนี้ วงการความงามแพทย์ไทยทราบกันดีครับ
.
ส่วนเรื่องที่เป็นประเด็น พี่หมอก็ยืนยันคำเดิม
ว่าไม่ได้พูดถึงอาร์ท และได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ด้วยขอโทษไปแล้ว (แม้จะไม่จำเป็นต้องขอโทษก็ได้)
เป็นห่วงสุขภาพครับ ปล่อยวางบ้างอาร์ท
คนใกล้ๆอาร์ทตอนนี้ สะกิดน้องมันหน่อยก็ดี
ดูร้อนรุ่ม ร้อนตัว อยู่ไม่นิ่ง
อย่าเครียดครับ
มีอะไรถามได้ตลอดหน้าเพจอาร์ทนั่นแหละ
เดี๋ยวคนก็เอามาให้อ่านเอง
แต่ที่ต้องตัดสินใจ บล็อกอาร์ทไปเมื่อวาน
ก็ไม่ใช่อะไรครับ แค่รำคาญ
แท็กมาอยู่นั่นทั้งวัน
อาร์ต ไม่รอช้า ฟาดกลับต่อว่า
“ไอ้เตี้ยบอกให้ถามใช่ปะ อะถาม ก็ได้
ตอนมึงเป็นนักร้องมีคนรู้จักกี่คนน่ะ ไอ้หมอเตี้ย
… กูก็รำคาญมึงนะแต่กูไม่เห็น บล็อกมึง เลย
หรือว่า กลัวแล้วปากแข็ง นะ
สรุปเค้าไม่มีใบแพทย์เฉพาะทาง จริงๆนะจ๊ะ”
“มึงบอกให้กูถามแล้วจะตอบ
“ กูถามว่าพระเอกกล้ามโตที่มึงพูดอะใคร “ เค้าอยากรู้ทั้งประเทศ
ไม่เห็นตอบสักที ไอ้หมอเตี้ย”
เรื่องราวนี้บานปลาย เมื่อ อ.อ๊อด วีรชัย นักวิชาการคนดัง ออกมาโพสต์เตือน อาร์ต ว่า
“น้องอาร์ตควรหยุดได้แล้ว รู้สึกว่าจะเริ่มล้ำเส้นหมออั้มแล้ว”
“อย่าให้พี่อ๊อดหงุดหงิด”
ซึ่งอาร์ต ก็ไม่ทน เข้าไปคอมเมนต์ทันทีว่า
“ด้วยความเคารพครับ แล้วที่มันล้ำเส้นคนอื่นล่ะคุณหมอไม่เตือนหรอ”
“คุณหมอควรอยู่เฉยๆครับ ไม่ใช่เรื่องของคุณหมอนะ”
“ช่วยตอบด้วยนะครับ”
อาร์ตยังคง เดินหน้า ฟาด หมออั้ม รัวๆ
ขอบคุณนะ หมอเตี้ย สรุป ใบ วิชาชีพ เฉาะทางไม่มีนะคับ ใครไปก็เสี่ยงดวงเอานะ คำถามยากๆมาตอบเร็วจัง คำถามที่อยากรู้ที่สุดคือ “ พระเอกกล้ามโต ” คือใครไม่ตอบกูสักที
ร้องเรียนหมอที่ไหนได้ครับ…แพทย์สภาอยู่ที่ไหนคับ …บอกหน่อยได้ไหมครับ พฤติกรรมไม่เหมาะสม ผมจะไปเอง
ปกติมันไม่ค่อยหายจากโซเชียลแบบนี้เนาะ ที่มาของคำว่า “หางจุกตูด ” หมาแคระ
ซึ่งทาง อ.อ๊อด ที่อยู่ๆ ก็เข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้มีการโพสต์ถึง อาร์ต เพื่อตอบคำถามอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน ระบุข้อความว่า
ตอบน้องอาร์ต สั้นๆ ด้วยความรัก
ติดประชุมอยู่ตอบยาวไม่ได้
- หมออั้มไม่ได้ระบุชื่อใครเลย และข้อความที่กล่าวถึง “พระเอกกล้ามโต” ก็ไม่มีการระบุเฉพาะเจาะจง วิญญูชนทั่วไปจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นใคร เพราะในวงการก็มีกล้ามโตหลายคน
- เมื่ออาร์ตออกมาแสดงตัวว่าเข้าใจว่าโพสต์นั้นพาดพิงถึงตนเอง หมออั้มก็ได้ออกมาขอโทษทันที โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ใคร
- การตอบโต้ของอาร์ตอาจเกินกว่าเหตุ หากใช้ถ้อยคำหรือแสดงออกในลักษณะที่ดูหมิ่นหรือให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงต่อสาธารณะ เพราะการปกป้องสิทธิของตนตาม มาตรา 329 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะได้รับการยกเว้นต่อเมื่อกระทำไปโดยสุจริตและอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม
- พี่อ๊อดหรือบุคคลอื่นที่ออกมาเตือน ก็ทำด้วยความหวังดี เพราะหากยังตอบโต้ในลักษณะที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทต่อสาธารณะ อาจนำไปสู่คดีความโดยไม่จำเป็น
เตือนด้วยความรัก ด้วยความหวังดี… เพราะบางครั้งการหยุดก่อนอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
รักนะ จุ๊บๆ พี่ผ่านมาหมดแล้ว ทะเลาะกันไปไม่มีประโยชน์ ไม่เชื่อไปถามพี่หนุ่มนะ
“โทรศัพท์คุยกับหมออั้มแล้ว คุณหมอก็ยืนยันว่าไม่ใช่อาร์ต ส่วนประเด็นที่อาจจะล้ำเส้น หรือไม่นั้น หมออั้มจะไม่ ฟ้องอาร์ตทุกกรณี เรียนมาเพื่อทราบ”
หมออั้มก็เคยแซะ อาจารย์อ๊อด และเราก็ปรับความเข้าใจกันครับ ในเคสน้องอาร์ต คิดว่าพูดคุยกันได้ไม่ถึงกับมีคดีกันหรอก ได้พูดคุยกับหมออั้มแล้ว ก็ยืนยันว่าไม่มีการฟ้องร้องแน่นอน ส่วนน้องอาร์ตก็ขอให้พอดีพองาม โลกสงบสุขครับ
บอกเลยว่าเรื่องนี้เดือดสุดๆ ฟาดแบบฉ่ำๆ เอาเป็นว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปนั่นเองค่ะ
เฟซบุ๊ก Weerachai Phutdhawong