“ทรัมป์” ขู่รีดภาษีไทย 36% เสี่ยงเสียเปรียบทางการค้า โบรกฯ มอง SET ผันผวนระยะสั้น แนะกลยุทธ์ “Selective Play” เน้นทยอยสะสม
จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 36% โดยยังไม่มีข้อตกลงทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านได้รับอัตราภาษีที่ต่ำกว่า เช่น เวียดนาม 20%, มาเลเซีย 25% และอินโดนีเซีย 32% ทำให้เกิดเป็นคำถามจากนักลงทุนในวงกว้างต่อทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป และควรใช้กลยุทธ์ลงทุนรูปแบบใดในช่วงเวลาที่ยังไม่มีความชัดเจนเช่นนี้
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัดประเมินว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้ เสี่ยงที่จะทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และกดดัน GDP ชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มที่เปราะบางต่อภาษีเช่น อาหารทะเลและอาหารสัตว์, อิเล็กทรอนิกส์, และ นิคมอุตสาหกรรม และความกังวลด้านสงครามการค้า มีแนวโน้มทำให้ SET ผันผวนและอ่อนตัวลงในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าภาษีดังกล่าวยังมีเวลาให้เจรจาก่อนเริ่มใช้จริง และผลกระทบยังไม่มากพอจะฉุด SET ลงต่ำกว่า 1,056 จุด (ระดับต่ำสุดเดิมจากประกาศภาษีรอบแรก เม.ย.)
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นในช่วงตลาดผันผวน แนะนำทยอยสะสม
1.หุ้น Defensive ที่ผันผวนต่ำ, ผลการดำเนินงานต้านทานความเสี่ยงภายนอกได้, และสามารถจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เช่น ADVANC, DIF, BCH
2.หุ้น Undervalue ที่ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และสามารถจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ เช่น BDMS, BBL, และ TIDLOR
3.หุ้นที่คาดฟื้นตัวเร็ว ในกรณีที่เชื่อว่าการเจรจา (ก่อนที่ภาษีจะมีผลบังคับใช้) จะทำให้สหรัฐพิจารณาปรับลดภาษีไทย เช่น AMATA, GPSC, และ WHA
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า SET Index มีแนวโน้มอ่อนตัวในระยะสั้น โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,090–1,120 จุด โดยหุ้นที่แนะนำในช่วงนี้ ได้แก่
1.BCH เนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนและ SG&A ได้ดี, รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติยังเติบโต, และได้อานิสงส์จากการปรับเพิ่มค่ารักษาโรคยากของประกันสังคม ทั้งนี้ประเมิน ราคาเป้าหมาย ที่ 16.60 บาท
2.GULF เนื่องจากรายได้ 92% มาจาก PPA กับ กฟผ. ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า นอกจากนี้ มีการตั้งเป้าเติบโต 25% ในปี 2568 จากโรงไฟฟ้าใหม่, โซลาร์, และเงินลงทุนใน ADVANC รวมถึงเครดิตเรตติ้งของบริษัทถูกปรับขึ้นเป็น AA- หลังการควบรวมกิจการ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 61.00 บาท
สำหรับหุ้นที่มีความเสี่ยงจากการขึ้นภาษี ได้แก่ กลุ่มส่งออก เช่น AAI, ITC และ DELTA