“ทนายทักษิณ” ปัด มีใบสั่งให้ขอศาลพิจารณาลับ คดีชั้น 14 ยันตนเป็นคนขอเอง
“ทนายทักษิณ” ปัด มีใบสั่งให้ขอศาลพิจารณาลับ คดีชั้น 14 ยันตนเป็นคนขอเอง แจง “ฮุนเซน” แฉ “ทักษิณ” ขึ้นอยู่กับศาลไม่ขอก้าวล่วง จ่อพาพยานเข้าแจงศาลหลังนัดสุดท้าย 30 ก.ค.นี้
วันที่ 8 ก.ค. 2568 ที่ศาลฎีกา นายวิญัติชฃ ชาติมนตรี ทนาย ความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังจากศาลเสร็จสิ้นการ ไต่สวนพยาน 9 ปากกรณีชั้น 14 ว่า ในวันนี้เป็นการไต่สวนนัดที่ 3 ซึ่งศาลเรียกพยานมาไต่สวนทั้งสิ้น 9 คนตั้งแต่เช้า ซึ่งตนต้องขอบคุณศาลและองค์คณะที่ได้กำชับในสิ่งที่ที่ตนร้องขอ คืองดการเผยแพร่การไต่สวนของศาลสู่สาธารณะซึ่งศาลได้กำชับไปแล้วครั้งหนึ่งและให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งตนได้ของไว้ว่าให้มีการออกเป็นข้อกำหนด แต่ศาลเห็นว่ายังไม่มีเหตุที่ต้องออกข้อกำหนดจึงให้พิจารณาเป็นการเปิดเผยอยู่
เมื่อถามว่าการไต่สวนครั้งถัดไปวันที่ 15 ก.ค. นั้นจะเป็นใครบ้าง นายวิญญัติเผยว่า จะมีประมาณ 5-6 รายซึ่งตนจำรายชื่อไม่ได้โดยจะเป็นในส่วนของอธิบดีราชทัณฑ์และกรมราชทัณฑ์ที่อาจมีพยาน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นแพทย์หรือผู้อำนวยการโรงพยาบาล ส่วนของนายทักษิณนั้นถ้าศาลไม่มีการเรียกพยานอื่นแล้วตนจะใช้สิทธิ์ในการขอพยานของนายทักษิณ เข้าชี้แจงในวันที่ 30 ก.ค. แต่ก็ขึ้นอยู่กับศาลว่ามีดุลยพินิจอย่างไร ส่วนจะเป็นกี่ปากนั้นตน ต้องขอตรวจสอบดูก่อนว่าพยานที่จะนำมานัดซ้ำกับที่ศาลเรียกมาหรือไม่เพราะเป็นส่วนที่เห็นว่าเป็นข้อเท็จจริงที่อยากให้ศาลทราบซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าทั้งหมดกี่ปาก
ส่วนเรื่องการไต่สวนบังคับคดีนั้นตนยังไม่ทราบว่ากระบวนการ แถลงคดีจะมีขึ้นหรือไม่เนื่องจากมันไม่ได้เป็นการพิจารณาคดีแบบคดีทั่วไปแต่เป็นการไต่สวนเพื่อสาเหตุว่ามีข้อเท็จจริงปรากฏหรือความปรากฏต่อศาลการจะแถลงผิดคดีหรือไม่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลแต่ถ้าศาลอนุญาตตนก็จะแถลงเหมือนกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน ออกมาเปิดเผยข้อมูลการป่วยของนายทักษิณนั้นจะมีผลต่อรูปคดีหรือไม่ ถ้านายวิญญัติเผยว่า เรื่องระหว่างประเทศนั้นตนไม่มีความคิดเห็นเนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับส่วนนี้เพราะศาลเองหากอยากทราบอะไรก็มาเรียกบุคคลที่อยากถามได้อยู่แล้วส่วนเรื่องระหว่างประเทศใครนำอะไรมาเปิดเผยนั้นก็ต้องดูว่าเป็นพยานที่ควรรับฟังหรือไม่แต่ตนไม่ขอก้าวล่วงดุลพินิจของศาลคิดว่าไม่เกี่ยวกัน
เมื่อถามว่ากรณีที่ทนายขอยื่นคำร้องต่อศาลไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังนั้นนายทักษิณกำชับมาใช่หรือไม่ นายวิญญัติ ยืนยันว่าไม่ใช่เพราะนายทักษิณไม่ได้กังวลอะไรการทำหน้าที่ก็เป็นหน้าที่ของคนทำงานหน้างานอย่างตนที่จะประเมินว่าอะไรเป็นอะไร และจะดูบรรยากาศซึ่งนอกจากประเมินบรรยากาศแล้วว่าอะไรเป็นอะไร และก็จะดูว่าหลังจากนั้นผลอะไรตามมา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนต้องตรวจ เพียงแต่ดุลพินิจของศาลในการออกข้อกำหนดหรือไม่ก็เป็นของศาล โดยศาลได้กำชับว่าคนจะนำไปพูดในสื่อหรือโซเชียลที่อาจจะขาดหรือเกินไปบ้าง หากถึงเวลาจริงๆก็อาจจะต้องขอปกป้องสิทธิ์ของตัวเองซึ่งตอนนี้ยังไม่ขอทำอะไร ยังไม่ฟ้องใคร