โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากริมถนนสู่ห้างใหญ่ จากเมืองหลักสู่เมืองรอง ธุรกิจ ‘อาหารไทย’ พัฒนาไม่หยุดในจีน

Xinhua

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 22.55 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 15.55 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

ไท่หยวน, 8 ก.ค. (ซินหัว) — จากแผงขายริมทางสู่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ จากเมืองหลักสู่เมืองรอง จากรสชาติถูกปากคนบางกลุ่มสู่ร้านอาหารดังบนอินเทอร์เน็ตที่ต้องต่อคิวยาว “อาหารไทย” หลากหลายเมนูได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงอย่างงดงามในจีน ไม่เพียงก้าวขึ้นเป็นผู้นำวงการอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในจีน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่คนจีนรุ่นใหม่ได้รู้จักและเข้าใจประเทศไทยด้วย

หญิงแซ่หลิว ชาวเมืองไท่หยวน มณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีน มักเดินทางไปร้านอาหารไทยในท้องถิ่นพร้อมครอบครัวทุกเดือน ซึ่งร้านอาหารไทยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ นำเสนอบรรยากาศความเป็นไทยอย่างชัดเจน และค่าอาหารต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 100 หยวน (ราว 450 บาท) โดยหลิวกล่าวว่าครอบครัวเป็นแฟนคลับอาหารไทย ชื่นชอบน้ำจิ้มรสเผ็ดเปรี้ยวหวานที่กระตุ้นต่อมรับรสเป็นพิเศษ

ประสบการณ์รับประทานอาหารที่ดีได้พลิกมุมมองของหลิวต่ออาหารไทย จากเดิมที่เห็นว่าอาหารไทยไม่ค่อยน่ารับประทานและมักขายริมทาง กลายเป็นว่าการเนรมิตอาหารไทยให้สวยงามและอร่อยด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อม ซึ่งนี่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอาหารไทยในจีน มีร้านอาหารไทยระดับกลางและระดับบนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันแผงขายอาหารไทยริมทางก็ไม่ได้หายไปไหนเช่นกัน

การแข่งขันในอุตสาหกรรมร้านอาหารของจีนนั้นดุเดือด โดยเฉพาะตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีร้านอาหารเปิดปิดกิจการกันเป็นเรื่องปกติ แต่มีร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเมืองไท่หยวนได้เปิดมานานถึง 7 ปี โดยการแสวงหารสชาติความอร่อยกลายเป็นทิศทางการพัฒนาของร้านอาหารไทยในจีน มีการเปิดร้านอาหารไทยในศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ที่ลูกค้ามีกำลังซื้อสูง อยากชิมรสชาติแปลกใหม่ และเน้นคุณภาพที่ดีขึ้น

ขณะเดียวกันมีร้านอาหารไทยอีกแห่งเปิดอยู่ใกล้สวนสาธารณะทะเลสาบจิ้นหยางของเมืองไท่หยวน ร้านแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่ แบ่งเป็นโต๊ะในร่มราว 20 ตัว และที่นั่งกลางแจ้งอีก 10 กว่าตัว ตกแต่งร้านด้วยไม้ใบไม้ดอกนานาพันธุ์สมกับชื่อร้าน “บลูมมิง” (Blooming) โดยหูหย่านี ผู้จัดการร้าน เผยว่าช่วงคืนวันธรรมดาโต๊ะเต็มราวร้อยละ 90 ส่วนช่วงวันหยุดมักโต๊ะเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์จนลูกค้าต้องรอคิว

หูกล่าวว่าตั้งแต่เปิดร้านแห่งนี้เมื่อสามปีก่อน มีการปรับปรุงเมนูอาหารอย่างต่อเนื่องตามรสนิยมและความนิยมชมชอบของลูกค้า โดยมีการปรับสัดส่วนเครื่องแกงที่ใช้เล็กน้อยและลดทอนความเปรี้ยวเผ็ดลงนิดหน่อยเมื่อเทียบกับเมนูอาหารไทยดั้งเดิมจากไทย ที่นี่จ้างพ่อครัวที่มีประสบการณ์ทำอาหารไทยมานานนับสิบปีจากกว่างโจวและเซี่ยงไฮ้ รวมถึงนำเสนอเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่อรักษาฐานลูกค้า

ทั้งนี้ ข้อมูลทางการตลาดตอกย้ำกระแสความนิยมอาหารไทย โดยมากกว่าร้อยละ 50 ของร้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ราว 15,000 แห่งในจีนนั้นเสิร์ฟอาหารไทย แซงหน้าคู่แข่งอย่างอาหารเวียดนามหรืออาหารสิงคโปร์อย่างมาก ขณะเครือข่ายร้านอาหารไทยที่ได้รับความนิยมกำลังขยายตัวสู่ดินแดนใจกลางของจีนภายใต้ความช่วยเหลือจากแพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัลและการจัดส่งอาหาร

การค้นหาคำว่า “ต้มยำกุ้ง” บนเสี่ยวหงซู (Xiaohongshu) แพลตฟอร์มออนไลน์แนวไลฟ์สไตล์ของจีนอันเป็นที่รู้จักในต่างประเทศว่า “เรดโน้ต” (rednote) สูงถึง 130 ล้านครั้ง ส่วนแฮชแท็ก “อาหารไทย” บนโต่วอิน (Douyin) หรือติ๊กต็อก (TikTok) เวอร์ชันจีนสูงแตะ 3 พันล้านครั้ง

ร้านอาหารไทยยังนำเสนอวัฒนธรรมไทยผ่านการตกแต่งและการแสดง กลุ่มคนวงในอุตสาหกรรมร้านอาหารมองว่าการผสมผสานองค์ประกอบความเป็นไทยอันมีเอกลักษณ์และจิตวิญญาณทางวัฒนธรรมไม่เพียงขยับขยายขอบเขตการแข่งขันแต่ยังสร้างสรรค์ความประทับใจอันน่าจดจำแก่ลูกค้า ร้านอาหารบางแห่งจึงเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการแสดงรำไทยและธรรมเนียมประเพณีไทย

ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยสนับสนุนการเติบโตเพิ่มเติมผ่านโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น การมอบตราสัญลักษณ์ไทย ซีเล็ต (Thai SELECT) และโครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งเชฟอาหารไทย” ซึ่งฝึกอบรมผู้มีความรู้ความสามารถที่พร้อมก้าวสู่ระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...