‘3 สส.งูเห่า’ ตั้งใจโหวตสวนมติพรรค พบผิด ‘ขับพ้นพรรค-ดำเนินคดี’ ทันที
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 3 สส. โหวตสวนมติพรรค ถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรฯ ว่า เรื่องนี้ไม่อยากให้สังคมได้เข้าใจผิด จึงอยากขอแสดงจุดยืนในฐานะเลขาธิการของพรรค ว่า ทั้ง 3 คนที่มีการโหวตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการนั่งรวมตัวกัน 3 คน ห่างจากจุดของพรรคนั่งในสภา เบื้องต้นจากคำชี้แจงของทั้ง 3 คน ที่ระบุว่า “โหวตผิด” ส่วนตนไม่เชื่อ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมโดยทางพรรคก็มีกระบวนการตรวจสอบโดยละเอียด เพราะครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่า “งูเห่า”
นายไชยชนก กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันที่มีความสงสัยมีความกังวลในเรื่องที่พรรคและรัฐบาลถูกครอบงำ และผู้ที่ครอบงำนั้น กำลังถูกประชาชนและหน่วยงานทางด้านกฎหมายสงสัยอยู่ในกระบวนการวินิจฉัยและพิจารณาอยู่ว่าเป็นภัยต่อประเทศชาติหรือไม่ สำหรับพรรคภูมิใจไทยที่อยู่ร่วมรัฐบาลกับข้อสงสัยนี้ไม่ได้ จึงไม่สามารถอยู่ร่วมบ้านได้ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมเมื่อยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ก็ถือว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทางพรรคต้องมีการตรวจสอบให้ละเอียด พรรคจึงมอบหมายให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งพรรคมั่นใจว่าเป็นเลือดแท้ของพรรคภูมิใจไทย ที่ยึดมั่นในเรื่องของอุดมการณ์ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
นายไชยชนก กล่าวว่า ในอนาคตข้างหน้าตนมั่นใจว่าอาจจะเกิดสถานการณ์คล้ายๆ เช่นนี้ หรือมีความพยายามจะให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นอีก จึงอยากจะฝากไปบอกท่านที่มีความพยายามจะทำตรงจุดนี้ เพื่อสร้างภาพหรือความรู้สึกของเสถียรภาพของปัจจุบันเพิ่มขึ้น ว่า “ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ทำให้พวกผมได้เห็นว่าใครในพรรคภูมิใจไทยที่อาจจะมองเห็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเงินสำคัญกว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับผมแล้วเรื่องนี้สำคัญที่สุด ดังนั้นหากอยากจะสร้างพรรคภูมิใจไทยเป็นสถาบันการเมืองที่มั่นคงมีอุดมการณ์ที่ชัดเจน หากไม่มีพวกทั้ง 3 คงล้างเลือดเสียออกไปไม่ได้ แต่ทั้งนี้ ยังไม่ได้ตัดสินว่ามีความผิดหรือไม่ แต่นี่คือจุดยืนของพรรค และในขณะนี้ทั้ง 3 คน ทางพรรคไม่ให้ทำกิจกรรมร่วมกับพรรค ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น
เมื่อถามว่า จะมีมาตรการปิดกั้นเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นอีกหรือไม่นั้น นายไชยชนก กล่าวว่า ก็ไม่สามารถที่จะห้ามได้ แต่วิธีที่จะสามารถห้ามได้คือตัวของ สส. เอง ซึ่งต้องมาพิจารณาเองว่าใครคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัว สส. และสิ่งนั้นคือประโยชน์ของประชาชนและบ้านเมืองหรือไม่ หากคิดว่าใช่ คงไม่มีใครตัดสินใจรับเงิน หากไม่ใช่ในสถานการณ์นี้คงไม่มีใครเปลี่ยนไปสนับสนุนรัฐบาล ดังนั้น ตนเองห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำอยู่ถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเส้นทางทางการเงินก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการตรวจสอบ แต่ยอมรับว่าได้มีการพูดคุย 1 ใน 3 คนเบื้องต้นไปแล้ว โดยอยากให้คณะกรรมการเป็นคนตรวจสอบ ซึ่งไม่อยากให้เกิดการรั่วไหล
“สำหรับเส้นทางการเงิน ก็เชื่อว่าประชาชนได้ตื่นรู้ ตื่นตัว และติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด หวังว่าทุกพรรคจะให้เกียรติความสนใจและตั้งใจกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เพราะสุดท้ายไม่เห็นสิ่งนี้ก็จะเป็นภัยกับท่านเอง” นายไชยชนก กล่าว
เมื่อถามว่า จะมีสถานการณ์บ่งชี้เกิดเหตุ สส. โหวตสวนพรรคอีกหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า เครื่องบ่งชี้ที่ชัดเลยก็คือความไม่มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้ โดยไม่ต้องไปสืบว่าพรรคของตนเองเป็นอย่างไร ตราบใดที่รัฐบาลชุดนี้ตัดสินใจทำในหลายเรื่องและไม่มั่นใจในสถานภาพของตนเอง แน่นอนว่าจะต้องมีวิธีการที่จะทำแบบนี้เพิ่มเติม
เมื่อถามย้ำว่า ขณะที่มาตรการที่จะดำเนินการทั้ง 3 คนนี้ หลังจากตรวจสอบเสร็จ นายไชยชนก กล่าวว่า “หากมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องมีการขับออกจากพรรค และจะมีการดำเนินคดีความตามกฎหมายอีกทาง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่แต่ละกรณีว่าสาเหตุเกิดจากอะไร”
เมื่อถามถึง กระแสข่าวมี สส. ของพรรคอีก 6 คน ได้รับข้อเสนอเป็นตัวเลขถึง 8 หลัก ตรงนี้จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ยังไม่มีหลักฐานใด ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่าจะมีการติดต่อมาหรือไม่ หรือปัจจุบันมีความคิดอย่างไร ทุกคนอาจจะเปลี่ยนใจได้ ไม่ใช่ว่าเมื่อถูกทาบทามแล้วจะเห็นด้วย จึงต้องดูที่สถานการณ์ แต่ตนเองก็ไม่ได้การันตีว่าไม่มีอีก แต่ตนเองก็ไม่ได้กลัวเช่นกัน โดยทั้ง 6 คนนี้ ถูกทาบทามจากหลายกลุ่ม.