โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิจัยออสเตรเลียเปิดตัวแอปฯ หนุน ‘สุขภาวะอยู่ดีมีสุข’ อิงความรู้ประสาทวิทยา

Xinhua

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 23.24 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กๆ วิ่งเล่นในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 30 มิ.ย. 2024)

ซิดนีย์, 16 มิ.ย. (ซินหัว) — คณะนักวิจัยของออสเตรเลียได้เปิดตัว “รีนูเวลล์” (ReNeuWell) แอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือที่ถูกออกแบบมาส่งเสริมสุขภาวะและความแข็งแกร่งของผู้ใหญ่โดยอ้างอิงความรู้ทางประสาทวิทยา โดยแอปฯ พัฒนาโดยสถาบันวิจัยประสาทวิทยาแห่งออสเตรเลีย (NeuRA) และมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ จัดเป็นโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพจิตแบบอิงความต้องการของแต่ละบุคคล ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองทางคลินิกขนานใหญ่ในปัจจุบัน

วันจันทร์ (16 มิ.ย.) มหาวิทยาลัยฯ ระบุว่าแอปฯ สะท้อนความร่วมมือระหว่างแวดวงวิชาการกับภาคอุตสาหกรรมในการตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพจิตทั่วโลก โดยมีเป้าหมายบ่มเพาะการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีผ่านแนวทางที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลแบบมีหลักฐานรับรอง ซึ่งแตกต่างจากเครื่องมือเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีแบบดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญกับการจัดการความทุกข์ใจเป็นหลัก

แอปฯ ถูกพัฒนาต่อจากมาตรวัดสุขภาวะคอมพาส-ดับเบิลยู (COMPAS-W) ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ผ่านการรับรองทางวิทยาศาสตร์ที่ประเมินสุขภาวะทั้งเฮโดนิกหรือเชิงอารมณ์ (ความสงบ ความคิดเชิงบวก ความพึงพอใจในชีวิต) และยูไดโมนิกหรือเชิงจิตวิทยา (คุณค่าในตนเอง ความสามารถควบคุมชีวิต ความสำเร็จ) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลที่เหมาะสมกับตนเองและโปรแกรมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

รองศาสตราจารย์จัสติน แกตต์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาวะ ความแข็งแกร่ง และการฟื้นฟูประจำสถาบันวิจัยฯ และคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยฯ กล่าวว่าแอปฯ เหมาะสมกับผู้มองหาหนทางทำความเข้าใจและส่งเสริมสุขภาวะทางจิตของตนเอง

แกตต์เสริมว่าแอปฯ จะจัดสรรโปรแกรมกิจกรรมประจำวัน ระยะ 4 สัปดาห์ ครอบคลุมการฝึกสติ ทำสมาธิ ฝึกฝนเมตตาต่อตนเอง และกำหนดเป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดอ้างอิงองค์ความรู้ทางประสาทวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา โดยปัจจุบันการทดลองทางคลินิก ระยะ 12 สัปดาห์ กำลังเปิดรับคนทั่วไปวัยผู้ใหญ่เข้าร่วม 500 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...