โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไขความลับ “ไข่เยี่ยวม้า” ทำมาจากอะไร ? กรรมวิธีถนอมอาหารของชาวจีน

PPTV HD 36

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.59 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 08.20 น.
ชวนรู้จัก “ไข่เยี่ยวม้า” อาหารจีนโบราณที่ถนอมอาหารด้วยด่าง ทำมาจากอะไรทำไมถึงเรียกไข่เยี่ยวม้า มีกลิ่นเฉพาะตัว ควรกินในปริมาณพอเหมาะเพื่อเลี่ยงสารตกค้าง

ไข่เยี่ยวม้า หรือ ไข่สำเภา (皮蛋) คือ การแปรรูปไข่เพื่อการบริโภครูปแบบหนึ่งของคนจีนที่มีมาแต่โบราณกาล คนจีนเรียกว่า เหอี่ยหม่า หรือจี๋ไฮ่ เชื่อกันว่าเป็นคำเพี้ยนเสียงในภาษาจีน ที่แปลว่า "ห่อขี้เถ้า" หรือ "ไข่ห่อขี้เถ้า" โดยการใช้กรรมวิธีทำให้เป็นด่างถือว่าเป็นการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่ง สามารถทำได้กับไข่เป็ด ไข่ไก่ และไข่นกกระทา จัดเป็นอาหารจีนที่คนในภาคพื้นเอเชียรู้จักกันมานานหลายร้อยปี ตามประวัติมีการทำมาตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์หมิงของจีน (พ.ศ. 1911 – 2186)

ไข่หนึ่งฟอง มีอะไรบ้าง ? ปรุงแบบไหนประโยชน์สูงสุด เผยวิจัยเพื่อสุขภาพ!

“ไข่ลวก” มีประโยชน์มากกว่ากินไข่สุกจริงหรือไม่ ?

เป็นอาหารที่นิยมกันมากในประเทศจีนและต่อมาก็ได้แพร่ออกไปตามประเทศต่าง ๆ ในภาคพื้นเอเชียทั่ว ๆ ไป รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย นิยมนำมาทำยำไข่เยี่ยวม้า ผัดกะเพราไข่เยี่ยวม้า ข้าวต้มเยี่ยวม้า เป็นต้น

กรรมวิธีการทำไข่เยี่ยวม้า

ในสมัยโบราณนั้นเป็นวิธีทำที่ไม่สลับซับซ้อนอะไรนัก คือใช้ไข่เป็ดพอกด้วยขี้เถ้าไม้ผสมกับดิน และในสมัยราชวงศ์หมิงก็ได้พัฒนาขึ้นมาบ้าง โดยใช้ขี้เถ้าไม้ผสมกับปูนขาว เกลือ โซเดียมคาร์บอเนตผสมคลุกเคล้ากับน้ำใบชา แล้วนำไปพอกไข่เป็ดทิ้งไว้ในภาชนะนานประมาณ 30 – 50 วัน ก็จะได้ไข่เยี่ยวม้า

ทั้งนี้การทำไข่เยี่ยวม้า ไม่ว่าสูตรไหน ๆ ก็มีหลักการใหญ่ ๆ เหมือนกันทั้งนั้น คือต้องใช้สารหรือวัตถุดิบที่มีสภาพเป็นเบสหรือชาวบ้านเรียกว่า ด่าง เป็นส่วนผสมด้วยเสมอ เช่น ปูนขาว โซเดียมคาร์บอเนต โซเดียมไฮโดรคาร์บอเนต มาทำให้เป็นน้ำด่าง ซึ่งน้ำด่างนี้ ค่อย ๆ ซึมผ่านรูพรุนเล็ก ๆ ที่เปลือกไข่ เข้าไปในไข่ขาวและไข่แดง ก็จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีขึ้น ทำให้ไข่ขาวและไข่แดงเปลี่ยนสภาพเกิดการแข็งตัวคล้าย ๆ กับวุ้นและมีการเติมน้ำชาซึ่งจะทำให้ไข่เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นสีน้ำตาล

ทั้งนี้ก็เพราะว่าเอนไซม์บางตัวเปลี่ยน พวกกำมะถันในโปรตีนที่อยู่ในไข่ให้กลายเป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์และแอมโมเนีย นี่เองที่เป็นกลิ่นเฉพาะของไข่เยี่ยวม้า ซึ่งเราจะได้กลิ่นทันทีเมื่อปอกไข่ แต่เมื่อทิ้งไว้พักหนึ่งกลิ่นก็ระเหยไปหมด นอกจากนี้ไฮโดรเจนซัลไฟด์ยังมีส่วนทำให้ไข่เยี่ยวม้าเป็นสีน้ำตาลคล้ำด้วยเช่นกัน ที่จริงแล้วหลักการใหญ่ ๆ ในการทำไข่เยี่ยวม้าเหมือนกันทั้งหมด แตกต่างกันในส่วนปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง

ทำไข่เยี่ยวม้าในปัจจุบัน

  • ใช้วิธีพอกด้วยสารพวกที่เป็นด่างกับขี้เถ้า และสารอื่น ๆ อีกบางชนิด ทำโดยการพอกสารนั้นกว่าจะได้ไข่เยี่ยวม้านั้นต้องใช้เวลานานประมาณ 35 – 50 วัน ก็จะได้ไข่เยี่ยวม้า
  • ใช้วิธีแช่ในสารละลายพวกด่าง สารละลายของโซเดียมคาร์บอเนต ปูนขาว และสารอื่น ๆ อีกหลายชนิด จะใช้เวลาเพียง 10 – 12 วัน

พวกสารอื่นๆก็ใช้กันในการทำไข่เยี่ยวม้าได้เช่น เกลือ เพื่อทำให้ไข่มีรสดีขึ้นและเป็นส่วนที่ทำให้เก็บไข่ได้นานด้วย พวกใบชาหรือน้ำชา เพื่อทำให้ไข่มีสีคล้ำขึ้น มองดูน่ารับประทาน

ถึงไข่เยี่ยวม้าจะอร่อย ประโยชน์ของไข่เยี่ยมม้า ไม่ควรกินดิบ ขณะที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ โปรตีน แคลเซียม เช่นเดียวกับไข่ปกติที่ยังไม่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร แต่ควรกินกับผัก เพื่อให้ใยอาหารในผัก เข้าไปช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลที่อยู่ในไข่เ แต่ไม่ควรรับประทานในปริมาณเยอะและบ่อยเกินไป เพราะ อาจมีเกิดพิษจากสารตะกั่ว นอกจากนั้นยังทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดน้อยลง เกิดภาวะขาดแคลเซียม ทำให้กระดูกผุได้

ข้อมูลจาก : สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...