โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เปิดที่มาทฤษฎีสมคบคิดดาวเทียมอัศวินดำ (Black Knight Satellite) ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 17.57 น.
เปิดที่มาทฤษฎีสมคบคิดดาวเทียมอัศวินดำ (Black Knight Satellite) ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ?

ทฤษฎีสมคบคิดนี้อ้างว่ามีวัตถุลึกลับคล้ายดาวเทียมของมนุษย์ต่างดาวโคจรรอบโลกมาแล้วกว่า 13,000 ปี โดยไม่มีใครรู้ที่มาแน่ชัด และอาจเป็นยานเฝ้าสังเกตจากอารยธรรมต่างดาวที่ซ่อนตัวอยู่ในวงโคจรใกล้ขั้วโลก

แม้ว่าองค์กรอย่าง NASA และนักวิทยาศาสตร์จะออกมาหักล้างข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างชัดเจน ทฤษฎีนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมในหมู่ผู้สนใจเรื่องยูเอฟโอและทฤษฎีลี้ลับ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์และฟอรัมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก

ต้นกำเนิดของทฤษฎีสมคบคิดดาวเทียมอัศวินดำ (Black Knight Satellite)

ตำนานนี้ไม่ได้เริ่มจากเหตุการณ์เดียว แต่เป็นการผูกโยงจากหลายเหตุการณ์ตลอดกว่า 120 ปี โดยในปี 1899 นักประดิษฐ์ชื่อดังอย่างนิโคลา เทสลา รายงานว่าเขาตรวจพบสัญญาณวิทยุซ้ำ ๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ขณะทำการทดลองที่โคโลราโดสปริงส์ เทสลาสันนิษฐานว่าอาจเป็นสัญญาณจากอารยธรรมต่างดาว

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าสัญญาณเหล่านั้นอาจเกิดจากแหล่งที่มาบนโลก หรือจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น พัลซาร์ ซึ่งเป็นซากดาวฤกษ์ที่ปล่อยคลื่นวิทยุเป็นจังหวะ

ในปี 1927 วิทยุสมัครเล่นชาวนอร์เวย์ชื่อจอร์เก้น ฮาลส์ (Jørgen Hals) ตรวจพบ “เสียงสะท้อนที่ล่าช้า” ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายที่แน่ชัด และถูกนำมาโยงกับความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับการสื่อสารจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก

การกระพือข่าวโดยสื่อมวลชนและบุคคลระดับสูง
ในปี 1954 นายพลเกษียณโดนัลด์ คีย์โฮ (Donald Keyhoe) กล่าวอ้างต่อสื่อมวลชนว่า กองทัพอากาศสหรัฐฯ ตรวจพบดาวเทียมลึกลับ 2 ดวง ที่โคจรรอบโลกในช่วงที่มนุษย์ยังไม่สามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศได้เลย แม้ไม่มีหลักฐานยืนยันคำกล่าวนี้

แต่เรื่องราวก็ถูกขยายผลในสื่อมวลชน จนกระทั่งในปี 1960 นิตยสาร TIME รายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ตรวจพบวัตถุสีดำขนาดใหญ่ในวงโคจร ซึ่งภายหลังได้รับการระบุว่าเป็นชิ้นส่วนของดาวเทียม Discoverer 8 ของสหรัฐฯ เอง ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสอดแนม CORONA

ภาพถ่ายจากภารกิจกระสวยอวกาศปลุกตำนาน Black Knight
โดยในระหว่างภารกิจของกระสวยอวกาศ STS-88 นักบินอวกาศถ่ายภาพวัตถุสีดำรูปร่างบิดเบี้ยวลอยอยู่เหนือโลก ภาพดังกล่าวถูกตีความโดยผู้ที่เชื่อในยูเอฟโอว่าเป็น “ดาวเทียมอัศวินดำ” ในตำนาน

อย่างไรก็ตาม เจอร์รี รอส นักบินอวกาศในภารกิจดังกล่าว และนักประวัติศาสตร์อวกาศ เจมส์ โอเบิร์ก ได้อธิบายว่าวัตถุดังกล่าวแท้จริงแล้วคือผ้าห่มเก็บความร้อนที่หลุดลอยออกไประหว่างการเดินอวกาศเพื่อห่อหุ้มฉนวนสถานีอวกาศนานาชาติ NASA ได้บันทึกวัตถุนี้ไว้ในแคตตาล็อกหมายเลข 025570 และระบุว่ามันเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกภายในไม่กี่วันต่อมา

ทฤษฎีสมคบคิดดาวเทียมอัศวินดำ (Black Knight Satellite) ยังคงได้รับความนิยม
สิ่งที่ห้ามยากมากที่สุด คือ การห้ามจินตนาการของมนุษย์ ทฤษฎีสมคบคิดดาวเทียมอัศวินดำ (Black Knight Satellite) ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่มีความเชื่อเรื่องของมนุษย์ต่างดาว และมักถูกหยิบนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ บ่อยครั้ง

เจมส์ โอเบิร์ก ผู้ซึ่งเคยทำงานในทีมออกแบบวิถีโคจรของภารกิจ STS-88 กล่าวว่า ความเข้าใจผิดของสาธารณชนเกิดจากการตีความภาพอย่างผิด ๆ การลิงก์ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และความบกพร่องในการรายงานข่าว ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ NASA ที่ทำให้ลิงก์ภาพต้นฉบับหายไป จนบางคนเข้าใจว่าเป็นความพยายามปกปิดข้อมูล

นอกจากนี้ เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมักจะมองหาความหมายแฝงอยู่ในภาพหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ตลอดเวลา ประกอบกับความหลงใหลในมนุษย์ต่างดาว ยูเอฟโอ (UFO) และถ้าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงการลับของรัฐบาล ก็ยิ่งทำให้เรื่องราวนี้ยืนยาวในความเชื่อของคนบางกลุ่ม

ปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าทฤษฎีสมคบคิดดาวเทียมอัศวินดำ (Black Knight Satellite) เป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของการเข้าใจผิดและการเล่าเรื่องที่ไม่สมบูรณ์ แม้ว่าหลักฐานทั้งหมดจะชี้ไปยังเหตุการณ์ที่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน เช่น ผ้าห่มกันความร้อนที่หลุดจากนักบินอวกาศ แต่เมื่อนำไปผูกกับเหตุการณ์จากอดีตกว่า 100 ปี ตำนานก็กลายเป็นสิ่งลึกลับที่ชวนให้หลงเชื่อ เหมือนกับกรณีสมคบคิดอื่น ๆ ที่อยู่บนพื้นฐานของจินตนาการ ความกลัว และความคลุมเครือของข้อมูลในยุคต่าง ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...