โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"พิชัย"ชวนญี่ปุ่นลงทุนไทยเพิ่ม "เซมิคอนดักเตอร์-เทคโนโลยีอนาคต"

The Better

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 01.13 น. • THE BETTER
“พิชัย” เดินหน้าเชิญชวนญี่ปุ่นลงทุนเพิ่ม เซมิคอนดักเตอร์-เทคโนโลยีอนาคตในไทย พร้อมหนุนเอกชนไทยรับมือโลกการค้ายุคใหม่

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยภายหลังหารือทวิภาคีกับนายโอกูชิ มาซากิ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นในห้วงการประชุมคณะมนตรี OECD ประจำปี ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงแนวทางความร่วมมือและการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น พร้อมทั้งเชิญชวนญี่ปุ่นลงทุนเพิ่มในอุตสาหกรรมชั้นนำอื่น ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นายพิชัย กล่าวว่า ญี่ปุ่นถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยโดยเป็นคู่ค้าอันดับ 3 และเป็นนักลงทุนสะสมอันดับ 1 ของไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานและมีบริษัทญี่ปุ่นลงทุนในไทยประมาณ 6,000 บริษัท โดยรัฐบาลชุดปัจจุบันของไทยได้ให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงกฎระเบียบด้านการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเอื้อต่อการเข้ามาลงทุนของต่างชาติรวมทั้งญี่ปุ่น

โดยการหารือกับ นายโอกูชิ มาซากิ ตนได้เชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ญี่ปุ่นมีศักยภาพ อาทิ ดาต้าเซนเตอร์ ดิจิทัล แผงวงจรพิมพ์ (PCB) การแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เพื่อรักษาให้ไทยเป็นฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานสำคัญของญี่ปุ่น

“นอกเหนือจากเรื่องการค้าการลงทุนแล้ว ผมยังได้เสนอให้ไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมือในสาขาเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวซึ่งเป็นสาขาที่ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ภาคเอกชนไทยได้เรียนรู้การนำเทคโนโลยี AI และดิจิทัลของญี่ปุ่นมาปรับปรุงระบบการผลิตและพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยให้ดียิ่งขึ้น และพร้อมรับมือกับความท้าท้ายและการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจในอนาคต” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัย เปิดเผยอีกว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเข้มข้นเพื่อขับเคลื่อนองค์การการค้าโลกหรือ WTO ในประเด็นที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญ เช่น การผนวกรวมความตกลงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ของ WTO การจัดทำกฎเกณฑ์ด้านนโยบายอุตสาหกรรม และการทำให้กลไกระงับข้อพิพาทกลับมาทำงานได้เต็มที่อิกครั้ง ซึ่งไทยยินดีให้ความร่วมมือในประเด็นเหล่านี้

รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ตนได้พบกับผู้นำในรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องในเวทีการประชุมนานาชาติ เช่นในการประชุม OECD ที่กรุงปารีส ได้พบหารือกับ Mr. FUJII Hisayuki รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของญี่ปุ่น และในช่วงการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ที่เชจู เกาหลีใต้ ก็ได้พบหารือกับ Mr. MIYAJI Takuma รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของญี่ปุ่น ซึ่งตนได้เล่าถึงความพร้อมของประเทศไทยที่จะเปิดรับการลงทุนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และถือโอกาสเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีทั้งสองท่านก็ตอบรับ และแสดงความสนใจในความพร้อมของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
และเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตนยังได้หารือกับ Mr. HAYASHI Yoshimasa เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (Chief Cabinet Secretary) และ Mr.Taro KONO สส .จังหวัดคานางาวะ อดีตรัฐมนตรีดิจิทัลของญี่ปุ่น ซึ่งทั้งคู่เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในญี่ปุ่น ในประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมใหม่ ที่ญี่ปุ่นกำลังจะมีการลงทุนเพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของญี่ปุ่นในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยจะทุ่มงบประมาณมากกว่า 10 ล้านล้านเยน (2.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งนายพิชัยต้องการให้ไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในซัพพลายเชนของญี่ปุ่นด้วย

ในปี 2567 ไทยและญี่ปุ่นมีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 52,020.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปญี่ปุ่น 23,285.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ เครื่องจักรและส่วนประกอบของเครื่องจักรกลเคมีภัณฑ์ และไทยนำเข้าจากญี่ปุ่น 28,734.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์และแผงวงจรไฟฟ้า ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม - เมษายน) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 17,166.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการส่งออก 7,649.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการนำเข้า 9,517.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...