โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘การเงิน-ทุจริต-คอร์รัปชันการเมือง’ คนไทยกังวลมากสุดนำโด่งโลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 00.48 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 05.59 น.

“อิปซอสส์(Ipsos) ผู้นำระดับโลกด้านการวิจัยตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค เปิดรายงานชุด "What Worries Thailand H1 2025" นำเสนอ 5 อันดับ “ความกังวลใจสูงสุด” ของคนไทยในครึ่งแรกของปี 2568

“การเงิน-การทุจริต คอร์รัปชันการเมือง” เป็นสิ่งที่คนไทยกังวลมากสุดอันดับ 1 แซงหน้าโลก ส่วนมุมมองเศรษฐกิจ ปากท้อง การจับจ่ายใช้สอย กังวลในการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ไปจนถึงชิ้นเล็ก และ 6 เดือนข้างหน้า ยังห่วง “ค่าครองชีพพุ่ง”

คนไทยกังวลการเงิน การทุจริต คอร์รัปชันการเมืองแซงโลก

อุษณา จันทร์กล่ำ กรรมการผู้จัดการ และ พิมพ์ทัย สุวรรณศุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท อิปซอสส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมนำเสนอผลการศึกษา 5 อันดับความกังวลใจสูงสุด” ช่วงครึ่งปีแรก 2568 ของชาวไทย หรือ What worries Thailand H1 2025 เป็นดังนี้

อันดับ 1 คือกังวลด้านการเงินและการทุจริต คอร์รัปชันทางการเมือง (Financial / Political corruption) 45% ตามด้วยอันดับ 2 คือความยากจนและความไม่เท่าเทียมทางสังคม (Poverty & Social inequality) 37% อันดับ 3 คือปัญหาการว่างงาน (Unemployment) 31% อันดับ 4 ภาวะเงินเฟ้อ (Inflation) 24% และอันดับ 5 กังวลเกี่ยวกับอาชญากรรมและความรุนแรง (Crime & Violence) 22%

เมื่อเทียบกับโลกสิ่งที่ผู้คนกังวลมากสุด อันดับ 1 คือ ภาวะเงินเฟ้อ 32% ตามด้วยอาชญากรรมและความรุนแรง 31% การว่างงาาน 29% ความยากจนและความไม่เท่าเทียมทางสังคม 28% และการเงินและการทุจริตทางการเมือง 24%

มองเศรษฐกิจแย่ลง ต้องรัดเข็ดขัด ลังเลใช้จ่าย

ด้านมุมมองด้านเศรษฐกิจของคนไทย พบว่ามีความกังวลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจน “ความลังเลมากขึ้น” ในการซื้อสินค้าหรือของชิ้นใหญ่ เช่น บ้าน รถยนต์ ซึ่งใช้เวลาในการตัดสินใจสูง(High involvement) ทว่า การซื้อของใช้ในบ้านทั่วไปที่เป็นข้าวของชิ้นเล็กก็กังวลไม่แพ้กัน

เจาะลึกผลสำรวจ 65% ของคนไทยมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันย่ำแย่ลง และเป็นอัตรากังวลใจเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ก่อน ทั้งนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำยังส่งผลกระทบรุนแรงขึ้นในทุกกลุ่มรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย

จากความเชื่อมั่นที่ลดลงดังกล่าว ทำให้คนไทยมีความลังเลในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ายิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น บ้าน รถยนต์ 53% เพิ่มขึ้น 6% เทียบปีก่อน และ 46% ของคนไทยรู้สึกไม่สบายใจในการซื้อของใช้ในครัวเรือนอื่นๆ เพิ่มขึ้นถึง 10% จากปีก่อน

“คนไทยที่รู้สึกไม่สบายใจที่จะซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ประเภทบ้าน รถยนต์ ความกังวลยังขยายไปถึงการซื้อของใช้ในบ้านทั่วไปด้วย”

ห่วงค่าครองชีพพุ่ง จากดอกเบี้ยสูง นโยบายรัฐ ธุรกิจค้ากำไรเกินควร

นอกจากนี้ การสำรวจยังถามถึง“ค่าใช้จ่ายภายในบ้าน” ในอีก 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งผู้บริโภคห่วงค่าครองชีพเพิ่ม จากคาดการณ์ค่าใช้จ่ายที่จะขยับขึ้นในสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละประเภท เป็นดังนี้

-69% ค่าสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 10%

-66% ค่าเชื้อเพลิงรถยนต์ เพิ่มขึ้น 7%

-66% ใช้จ่ายด้านอาหาร เพิ่มขึ้น5%

-62% ค่าใช้จ่ายในการซื้อของใช้ในบ้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น 1%

-44% ค่าใช้จ่ายในการสังสรรค์ เพิ่มขึ้น 3%

-38% ค่าที่อยู่อาศัย เพิ่มขึ้น2%

-34% ค่าสมาชิกต่างๆ เพิ่มขึ้น 3%

อย่างไรก็ตาม ถามถึงสาเหตุของค่าครองชีพพุ่ง ผู้บริโภคชาวไทยชี้ชัดเพราะ“ดอกเบี้ยสูง” โดย 81% เพิ่มขึ้น 4% บอกว่าเกิดจากระดับอัตราดอกเบี้ยในประเทศ 81% เพิ่มขึ้น 4% เช่นกันมองว่าเกิดจากนโยบายของรัฐบาล 81% เพิ่มขึ้น 5% มองว่ามาจากสภาวะเศรษฐกิจโลก 79% เพิ่มขึ้น 4% ให้เหตุผลว่าแรงงานเรียกร้องค่าตอบแทนที่สูงขึ้น และ77% เพิ่มขึ้น 3% บอกว่าเกิดจากธุรกิจต่างๆ มุ่งทำกำไรมากเกินไป

หวั่นตกงาน! ในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ค่าครองชีพในอนาคตอันใกล้จะเพิ่มแล้ว คนไทยเกือบ 30% ยังกังวล “ตกงาน” ในอนาคต 6 เดือนข้างหน้าด้วย

เมื่อความมั่นคงในการจ้างงานเป็นประเด็นสำคัญสำหรับคนไทย เจาะลึกผลสำรวจ พบว่าเกือบ 6 ใน 10 คน หรือ 59% ให้ความเห็นว่า “รู้จักคนเพิ่งตกงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา” แม้จะลดลง 2% จากปีที่แล้วก็ตาม แต่เกือบ 1 ใน 3 ของคนไทย หรือ 28% ก็แสดงความกังวลว่าตนเองอาจประสบปัญหาการตกงานในอีก 6 เดือนข้างหน้า

“ความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงในงานกลับลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 48% มีความมั่นใจน้อยลงเกี่ยวกับความมั่นคงในงานของตนเอง ครอบครัว และบุคคลใกล้ชิด ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 12% จากปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น 54% ของคนไทยมีความมั่นใจน้อยลงเกี่ยวกับความสามารถในการลงทุนเพื่ออนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณอายุหรือเพื่อการศึกษาของบุตรหลาน เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า”

หวังสถานะการเงินส่วนตัวดีขึ้น แต่อัตราลดลงจากปีก่อน

คนไทยกำลังถูกปัจจัยลบล้อมไว้หมดแล้ว แต่ชีวิตไม่สิ้นหวัง เพราะคนไทยยังมีความหวัง คาดการณ์สถานะทางการเงินส่วนบุคคลจะดีขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดย 37% ของคนไทยคาดการณ์ว่าสถานะทางการเงินส่วนบุคคลจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ตัวเลขดังกล่าว “ลดลงถึง 17%” จากปีที่แล้ว

เมื่อความหวังสถานะการเงินดีขึ้น แบ่งตามกลุ่มรายได้ได้ พบว่าน่าสนใจดังนี้

-กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูง 41% หวังหวังฐานะการเงินดีขึ้น แต่อัตราลดลง 9% จากปีก่อน

-กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลาง 37% หวังหวังฐานะการเงินดีขึ้น แต่อัตราลดลง 13% จากปีก่อน

-กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย: 24% หวังหวังฐานะการเงินดีขึ้น แต่อัตราลดลง 31% จากปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่า “กลุ่มคนที่มีรายได้น้อย รายได้เปราะบาง ห่วงรสถานะการเงินของตัวเองลดลงอย่างมาก” ซึ่งสอดคล้องกับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ฉุดเงินในกระเป๋า หรือแม้แต่หวั่นตกในงานอนาคต ที่กระทบฐานะการเงินส่วนบุคคลนั่นเอง

ประเทศเดินผิดทาง มีวิกฤติ-ถดถอย ถามหา “ผู้นำ” กล้าหาญ

นอกจากนี้ ผลสำวจยังพบว่าคนไทย 56% มอง “ประเทศกำลังมาผิดทาง” เพิ่มขึ้น 13% จากปีที่แล้ว อีกทั้ง 66% เชื่อว่าสังคมไทยกำลังตกอยู่ใน "ภาวะวิกฤติ" และ 60% มองว่าประเทศกำลังอยู่ในภาวะ “ถดถอย” ซึ่งสะท้อนผ่าน ดัชนีชี้วัดสังคมวิกฤตของอิปซอสส์ (Ipsos Society is Broken Index) ด้วยสัดส่วนของประเทศไทยที่สูงถึง 77% เป็นอัตราสูงสุดจาก 31 ประเทศที่ทำการสำรวจ เปรียบเทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 61%

อุษณา จันทร์กล่ำ

“ผลสำรวจพบว่า 79% ของคนไทยเรียกร้องหาผู้นำที่กล้าหาญพอจะแหกกฎเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น 77% ยังสนับสนุนผู้นำที่เข้มแข็งเพื่อทวงคืนประเทศจากกลุ่มคนร่ำรวยและผู้มีอำนาจ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังของประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงและการแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาดจากผู้นำทางการเมือง”

สำหรับผลการสำรวจชุดนี้มาจากการรวบรวมข้อมูลจากผลสำรวจหลายฉบับของอิปซอสส์ เช่น What Worries the World June 2025 สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ 24,737 คน อายุ 16-74 ปี ใน 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึงกลุ่มตัวอย่างชาวไทย 500 คน อายุ 20-74 ปี เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 25 เมษายน - 9 พฤษภาคม 2568 และ Ipsos Populism Report 2025 สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ 23,228 คน อายุ 16-74 ปี ใน 31 ประเทศทั่วโลก รวมถึงกลุ่มตัวอย่างชาวไทย 500 คน อายุ 20-74 ปี เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ - 7 มีนาคม 2568 เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...