โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทัพบกชวนติดแฮชแท็ก “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” ให้กำลังใจทหารไทย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 01.20 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

6 มิ.ย. – กองทัพบกโพสต์เชิญชวนคนไทยติดแฮชแท็ก “#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด” ให้กำลังใจทหารไทย ขณะที่วันนี้ (6 มิ.ย.) นัดถก ผบ.เหล่าทัพเฉพาะกิจ แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตึงเครียดมากขึ้นทุกที วันนี้ (6 มิ.ย.) มีการนัดถก ผบ.เหล่าทัพเฉพาะกิจ ซึ่งทุกกองทัพเตรียมทั้งแผน กำลังพล และอาวุธยุทธโธปกรณ์ พร้อมรักษาอธิปไตยของชาติ

เฟซบุ๊กกองทัพบกโพสต์เชิญชวนคนไทยติดแฮชแท็ก #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่พี่น้องทหาร ซึ่งเป็นท่อนหนึ่งของเพลงชาติไทย เป็นท่อนเดียวกับที่นายกฯ พูดหลังประชุม ครม. เมื่อเข้าไปดูในคอนเมนต์ มีหลายคนเข้ามาส่งกำลังใจให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติ

“กองทัพบก” พร้อมสนับสนุนเตรียมเคลื่อนย้ายทุกภารกิจ
ขณะนี้กำลังทหารมีการเตรียมความพร้อม อย่างกองทัพบกโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เราพร้อมสนับสนุนการเคลื่อนย้ายในทุกภารกิจ เพราะเรา คือ หลักประกันความพร้อมรบของหน่วยทหารม้ารถถัง”

เมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.) ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ฯ ได้ตรวจสภาพความพร้อมของหมวดขนส่งเฉพาะกิจ กองพันซ่อมบำรุงกรม สนับสนุนที่ 12 เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุของกองทัพบก

“ทหารรบพิเศษ” ฝึกเข้มยุทธวิธี พร้อมสนับสนุนภารกิจ
ด้าน พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สั่งการให้กองพลรบพิเศษที่ 1 เตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนภารกิจกองทัพบก ในการใช้กำลังที่กำลังมีสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน มีการฝึกทบทวนและตรวจสอบการใช้อาวุธปืนหลักและรอง เน้นย้ำและสั่งการให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ พร้อมรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ยึดมั่นในอุดมการณ์ เกียรติ ศักดิ์ศรีของทหารอาชีพ ให้สมกับเป็นทหารรบพิเศษ และมีความพร้อมของยุทโธปกรณ์ ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถปฏิบัติภารกิจได้เมื่อได้รับคำสั่ง

อินทรีไม่เคยหลับ! กองบิน 21 อุบลฯ ตรวจความพร้อมรบเต็มพิกัด
กองบิน 21 ตรวจความพร้อมรบและซักซ้อมแผนป้องกันฐานบินเต็มรูปแบบ ภายใต้การบัญชาการอย่างใกล้ชิดของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง กำลังพลทุกนาย อาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชิ้น เครื่องบินรบทุกหมู่บิน พร้อมปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมบอกว่าขอให้พี่น้องประชาชนอุ่นใจและมั่นใจในศักยภาพของกองทัพอากาศ

ทร.พร้อมทั้งเรือ-อาวุธสงคราม “กล้าหาญ เสียสละ ไม่กลัวตาย”
ส่วนกองทัพเรือ พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการหน่วยรบหลักของกองทัพเรือ มีเรือ อากาศยาน และหน่วยซีล ขีดความสามารถของกองทัพเรือ มีความพร้อมทั้งเรือ อาวุธสงคราม ที่จะเป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาล และในฐานะที่ตนเป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เราฝึกให้กำลังพลมีความกล้าหาญ มีความเสียสละ ไม่กลัวตาย รู้จักหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อประเทศชาติและประชาชน เป็นทหารต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

ผบ.ตร.ย้ำแสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตยของชาติ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญสูงสุดในการพิทักษ์ปกป้องรักษาชาติ และคุ้มครองอธิปไตยของดินแดนไทย ได้สั่งการให้ตำรวจตระเวนชายแดนเตรียมความพร้อมกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมในการปฏิบัติและสนับสนุนอย่างเต็มที่ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยไม่ให้ผู้ใดล่วงล้ำอธิปไตยของชาติไทยอย่างเด็ดขาด

ถก ผบ.เหล่าทัพเฉพาะกิจ เตรียมแผนรับมือกัมพูชา
ขณะที่วันนี้ (6 มิ.ย.) พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะเป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 4/2568 วาระเฉพาะกิจ ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ เวลา 14.00 น. คาดว่าจะมีการหารือถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกองทัพบกโดยตรง ทั้งการเตรียมกำลัง และการใช้กำลังตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง และเตรียมแผนพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุมทุกมิติแล้ว

สำหรับการประชุม ผบ.เหล่าทัพครั้งนี้ กองทัพอากาศเป็นเจ้าภาพ และได้แจ้งสื่อมวลชนขอยกเลิกการมาทำข่าว เนื่องจากเป็นการประชุมเฉพาะกิจ

ส่วนการประชุมของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีการประชุมเช่นเดิม คาดว่าจะมีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลแก้ปัญหาโดยเฉพาะ

ทบ.โต้กัมพูชา เหตุปะทะช่องบก ทหารกัมพูชา ยิงก่อน
ขณะที่การเดินหน้าประชุม JBC ระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา วันที่ 14 มิ.ย.นี้นั้น รัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่าจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่กรุงพนมเปญ แต่จะไม่บรรจุเรื่องพื้นที่ 4 จุดที่เตรียมยื่นเรื่องต่อศาลโลก คือ สามเหลี่ยมมรกต, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, ปราสาทตาควาย เข้าหารือในที่ประชุม และอ้างถึงการยิงปะทะที่ช่องบอกว่าเกิดจากฝ่ายใดเริ่มยิงก่อน จนทำให้ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 1 นาย

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง การปะทะในครั้งนั้น เป็นไปในลักษณะของการป้องกันตัวระดับบุคคล เนื่องจากขณะนั้นหน่วยได้รับข่าวสารว่ามีทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธรุกล้ำเข้ามาวางกำลังในพื้นที่ของประเทศไทย ฝ่ายไทยจัดกำลังขนาดเล็กเข้าไปเพื่อลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ แต่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธตอบโต้ จึงเกิดการปะทะกัน ฝ่ายไทยพยายามดำเนินการผ่านกลไกการเจรจาตามที่เคยตกลงกันไว้ แต่กลับเป็นฝ่ายกัมพูชาเองที่ไม่มีท่าทีให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในระยะหลัง

ปัจจุบันกองทัพบกมีความพร้อมต่อปฏิบัติการทางทหารในระดับสูง เพื่อรองรับกรณีที่จำเป็นต้องใช้มาตรการทางทหารตอบโต้ปัญหาการรุกล้ำอธิปไตย ที่ผ่านมากองทัพบก และกองกำลังป้องกันชายแดน ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ได้ติดตามและรวบรวมข่าวสารของทางฝั่งกัมพูชา ตั้งแต่หน่วยระดับปฏิบัติจนถึงหน่วยงานในระดับบริหาร พบว่ามีลักษณะท่าทีที่ขาดความชัดเจน อีกทั้งปรากฏสิ่งบอกเหตุว่าฝ่ายกัมพูชายังคงดำเนินการเตรียมความพร้อมทางทหารอย่างเข้มข้น ควบคู่กับมาตรการด้านการต่างประเทศมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นความน่ากังวลในแง่มุมทางทหาร ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของกองกำลังในพื้นที่ชายแดน ดำเนินการด้วยความรอบคอบ สุขุม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในสถานการณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียกับทุกฝ่าย ขณะเดียวกันพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ หากสถานการณ์จำเป็น

“ภูมิธรรม” ยืนยันประชุม JBC เหมือนเดิม เมินกัมพูชาร้องศาลโลก
ส่วนประเด็นแถลงการณ์ของกัมพูชา จะไม่เอา 4 จุดมาคุยใน JBC นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ชี้แจงว่า เวลาอ่านต้องอ่านให้ครบถ้วน ใน JBC ไม่มีประเด็นที่จะคุยเรื่อง 4 พื้นที่นี้อยู่แล้ว และตนพูดชัดเจนแล้วว่าไม่เอาเรื่องอื่นเข้ามาพูดคุย จะคุยเฉพาะจุดที่เป็นคู่ปัญหาขัดแย้ง

ส่วนเรื่องศาลโลก มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 ถือว่าเราไม่ได้ยอมรับอำนาจศาลโลก แต่การนำเรื่องนี้ไปขึ้นศาลโลกก็เป็นเรื่องของกัมพูชา และในการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ จะประเมินว่ามาตรการที่ทำอยู่พอเพียงหรือไม่ หรือต้องยกระดับอย่างไร ขนาดไหน และจากการลงพื้นที่ช่องบก นายภูมิธรรม ยอมรับว่ากัมพูชารุกล้ำเข้ามา 200 เมตร ในจุด no man’s land ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นจุดของใคร ดังนั้น อยากให้กลับมาอยู่จุดเดิม

“ภูมิธรรม” หารือรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา แก้ไขปัญหาร่วมกัน
ขณะที่วานนี้ (5 มิ.ย.) นายภูมิธรรม และคณะ หารือกับ พลเอก เตีย เสฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา พลเอก เอต สารัช รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและเสนาธิการร่วม พลเอก เมา โซพาน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบกกัมพูชา และคณะ ที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะดำเนินการตามกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม

นายกฯ ยันไทยไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก
ขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ยืนยันในหลักการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธี ภายใต้ความเคารพในอธิปไตยและดินแดนของกันและกัน และประเทศไทยไม่ได้ให้การยอมรับศาลโลก และย้ำว่าประเด็นที่เกิดขึ้นควรได้รับการแก้ไขในบริเวณที่มีการกระทบกระทั่งกันเท่านั้น ไม่ขยายประเด็นปัญหาออกไป และยังยึดมั่นในกลไกการหารือทวิภาคี เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...