การลงทุนพัฒนาเมืองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเมือง กรณีศึกษา ‘หอโหวด’ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
หอโหวด – การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นดำเนินการกว่าสองทศวรรษแล้ว นับจากปี พ.ศ.2542 เป็นต้นมา ส่งเสริมให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเจริญก้าวหน้าทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ผู้บริหารท้องถิ่นค้นหาบริการสาธารณะใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สนับสนุนภาคการผลิตและผู้ประกอบการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การท่องเที่ยวและฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเป็นหนึ่งในตัวอย่างท้องถิ่นชั้นนำที่ลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ “หอโหวด” บนพื้นที่ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง บริเวณบึงพลาญชัยซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำประจำเมืองที่มีความเป็นมายาวนานในประวัติศาสตร์ “โหวด” เป็นเครื่องดนตรีเป่าคิดค้นโดยคนร้อยเอ็ด ในโอกาสนี้นักวิจัยขอนำกรณีศึกษาการลงทุนหอโหวดของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด มาวิเคราะห์ในมุมมองเศรษฐศาสตร์การจัดการและรัฐประศาสนศาสตร์ พร้อมกับแสดงหลักฐานข้อมูลที่น่าสนใจ อาทิ สถิติผู้เข้าชม รายได้ค่าเข้าชม ค่าเช่าและรายได้อื่น
“โหวด” ที่เป็นเครื่องดนตรีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดย นายทรงศักดิ์ ประทุมสินธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้านอีสาน) นับความภาคภูมิใจของคนร้อยเอ็ด นายกเทศมนตรีบรรจง โฆษิตจิรนันท์ ได้นำโหวดมาเป็นสัญลักษณ์อาคารสูง 101 เมตร เทียบเท่าอาคาร 35 ชั้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เริ่มการก่อสร้างในเดือนกันยายน 2560 บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์หน้าบึงพลาญชัยบนพื้นที่ 124 ไร่ ภายในอาคารติดตั้งลิฟต์โดยสาร 2 ชุด และลิฟต์ฉุกเฉินสำหรับระบบป้องกันอัคคีภัย 1 ชุด แบ่งพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารออกเป็น 12 ชั้น สร้างเสร็จและเปิดให้เข้าประชาชนเข้าชมตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 เป็นต้นมา
การทำโครงการใหญ่เช่นนี้ มีเบื้องหลังความสำเร็จจากการทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ตั้งแต่ขั้นตอนการดำริ การออกแบบการก่อสร้าง การขออนุญาตใช้พื้นที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง การขอรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจจากรัฐบาล การนำเงินสะสมบางส่วนของเทศบาลมาลงทุน ใช้เวลายาวนานหลายปีกว่าจะสำเร็จ เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชมเดือนธันวาคม 2563 ใช้เงินทุนทั้งสิ้นจำนวน 428 ล้านบาท มาจากสี่แหล่งด้วยกันคือ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินกู้กองทุนส่งเสริมกิจการเทศบาล เงินสะสมของเทศบาล และเงินรางวัล “ธรรมาภิบาลท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี”
ในการวิเคราะห์ผลตอบแทนและประเมินผล นักวิจัยรวบรวมข้อมูลสถิติหลายด้านเข้าด้วยกัน เช่น ก) จำนวนบัตรเข้าชม ข) รายได้ค่าเข้าชม ค) ค่าเช่าพื้นที่ ง) รายได้จากการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก จ) รายจ่ายหลายประเภท ค่าจ้างบุคลากร ค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุอุปกรณ์ ฯลฯ นำประกอบการคำนวณอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และวิเคราะห์ตัวทวีคูณท้องถิ่น ซึ่งหมายถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น จากสถานประกอบการร้านค้าสถานพักแรมในเขตเมือง โดยการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวค่าใช้จ่าย รายได้หรือยอดจำหน่ายของสถานประกอบการ
สถิติจำหน่ายบัตรเข้าชมและรายได้ค่าเข้าชม เป็นตัวแปรสำคัญสะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งคนพื้นที่และต่างจังหวัดเข้ามาเยี่ยมชม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ศาสนาและค่านิยม รูปภาพที่ 1 แสดงจำนวนบัตรเข้าชมที่จำหน่ายในช่วงเวลาสี่ปี โดยเฉลี่ยประมาณ 40,000 รายต่อเดือน มีข้อสังเกตว่าช่วงปี พ.ศ.2564 โรคไวรัสโคโรนาระบาดหนักยอดเข้าชมลดลง สถิติจำหน่ายบัตรเข้าชมมีลักษณะขึ้นลงตามฤดูกาล ช่วงปลายปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเกือบ 8 หมื่นคนต่อเดือน ปี 2567 ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวย่อมส่งผลต่อการท่องเที่ยวเป็นธรรม สำหรับปี 2568 และอนาคตต้องติดตามกันต่อไป
ข้อคิดเห็นและวิจารณ์ หนึ่ง การลงทุนพัฒนาเมืองร้อยเอ็ดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างอัตลักษณ์ของเมืองถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์ของเมืองร้อยเอ็ดนั้นแตกต่างจากจังหวัดในภาคตะวันออกที่มีทำเลที่ตั้งติดทะเล ความได้เปรียบด้านการขนส่งคมนาคมเพื่อการส่งออกสินค้า มีแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมมากมาย แต่ร้อยเอ็ดไม่มีจุดแข็งเช่นนั้น การสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่เป็นจุดขายใหม่จึงน่าจะเป็นยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม จากสถิติการเข้าชมหอโหวด รายได้และรายจ่ายรวม ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา พอจะอนุมานได้ว่าเป็นโครงการลงทุนที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
สอง ความจริงโครงการลงทุนภาครัฐโดยทั่วไป ไม่ได้คำนึงถึงผลตอบแทนทางการเงินเท่านั้น แต่นับรวมผลประโยชน์ที่นอกเหนือจากเศรษฐกิจ คือมิติสังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม การสร้างหอโหวดเป็นสัญลักษณ์เมือง เชิดชูเครื่องดนตรีเป่า “โหวด” เป็นความภาคภูมิใจและคุณค่าทางจิตใจของคนเมืองร้อยเอ็ด
สาม จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารเทศบาลทราบว่า มีความพยายามจัดหาแหล่งดึงดูดผ่านกิจกรรมต่างๆ ตามเทศกาลตลอดทั้งปี และอยู่ระหว่างการกำลังติดตั้ง Zip line เพื่อเป็นแหล่งดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะได้รับความสนุกเร้าใจ ควบคู่กับการชมบรรยากาศบนหอสูงและความงามของพื้นที่บึงพลาญชัย
สี่ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดเป็นหน่วยงานท้องถิ่นชั้นนำที่ตระหนักถึงความสำคัญของ “การวิจัย” ควบคู่กับการจัดทำบริการสาธารณะ โดยให้ความร่วมมือทีมวิจัยเป็นอย่างดียิ่ง การบันทึกข้อมูลสถิติทุกแง่มุมคือการลงทุน-รายได้-รายจ่าย-การบริหารบุคคล ฯลฯ ให้ความร่วมมือกับทีมวิจัยในการออกแบบสอบถามประชาชน ร้านค้าและสถานพักแรม ซึ่งจะนำไปประเมินค่า “ตัวทวีคูณท้องถิ่น” ในโอกาสต่อไป
ห้า ผู้เขียนเข้าใจการลงทุนพัฒนาเมืองความจริงกระจายในทุกภูมิภาคต่างๆ น่าจะมีตัวอย่างความสำเร็จอื่นๆ จึงขอเสนอแนะให้สถาบันอุดมศึกษาที่มีพื้นฐานการวิจัยร่วมมือกับ อบจ. เทศบาล และ อบต. จัดทำกรณีศึกษาการพัฒนาเมือง ทำบทบาทสร้างองค์ความรู้จากแผ่นดินแม่ (ขอยืมคำศัพท์ของศาสตราจารย์เจตนา นาควัชระ) วิชาการสังคมศาสตร์ไทยจะก้าวหน้า ผู้อ่านได้รับสารสนเทศว่าเมืองไทยของเรามี “ของดี” ที่น่าเยี่ยมชมและเรียนรู้อีกมากมาย
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์
พิชิต รัชตพิบุลภพ
เมรดี อินอ่อน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การลงทุนพัฒนาเมืองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเมือง กรณีศึกษา ‘หอโหวด’ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th