ปปง. เผยทรัพย์ ‘อดีตพระพรหมเมธี’ ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว หลังกลับไทยมามอบตัว
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 07.30 น. • The Bangkok Insightปปง. เผยทรัพย์ "อดีตพระพรหมเมธี" 1.6 แสนบาท ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว หลังลี้ภัยไม่ชี้แจงเส้นทางเงินทอนวัด ก่อนกลับไทยมามอบตัว
สืบเนื่องจากกรณี พระจำนงค์ ธมฺมจารี หรือ อดีตพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดเมื่อปี 2561 เดินทางกลับสู่ประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังลี้ภัยอยู่ที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นาน 7 ปี เข้ามอบตัวต่อสู้คดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ก่อนยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวน และจะดำเนินการจัดทำเอกสารชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์ส่งพนักงานสอบสวนภายใน 2 สัปดาห์ นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 มีรายงานจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทราบว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 คณะกรรมการธุรกรรมในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งที่ ย.82/2561 อายัดทรัพย์สินประเภทเงินฝาก อดีตพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนบูรณะซ่อมแซม เพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม และเพื่อการเผยแผ่ดำเนินกิจกรรมทางศาสนา (เงินทอนวัด) จำนวน 4 ราย ได้แก่
- พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จำนวน 7 บัญชี วงเงิน 132.8 ล้านบาท
- 2.พระพรหมเมธี 1 บัญชี จำนวน 162,151.76 บาท
- พระพรหมดิลก 1 บัญชี จำนวน 1,745,953.37 บาท
- พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด วงศ์ชอุ่ม) 1 บัญชี วงเงิน 27,876.08 บาท
รวมทั้งสิ้น 10 บัญชี 134,793,505.17 บาท
อย่างไรก็ดี ในส่วนของพระพรหมเมธี ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัด 1 บัญชี จำนวน 162,151.76 บาทนั้น คือ รายการเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ (ณ วันที่ 19 เม.ย.2561)
ส่วนของพระพรหมเมธี ซึ่งคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัด 1 บัญชี จำนวน 162,151.76 บาทนั้น ล่าสุดประมาณปี 2563 ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ทรัพย์สินมูลค่าดังกล่าวนี้ตกเป็นของแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากในข้อเท็จจริงพบพฤติการณ์รับโอนเงิน จำนวน 5,000,000 บาท ซึ่งนิติกรรมส่วนนี้เป็นเงินเกี่ยวข้องกับโรงเรียนพระปริยัติธรรม แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าวัดของพระพรหมเมธี ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาสังกัดหรือตั้งอยู่ จึงเป็นการสมคบกันกระทำความผิดเพื่อเบียดบังเอาเงินงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปแล้วเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต เพราะเงินไปเข้ารายการลับโดยมิชอบ
อย่างไรก็ตาม คดีได้ถึงที่สุดไปแล้ว เนื่องจากในตอนเจ้าหน้าที่ ปปง.ให้ผู้เกี่ยวข้องได้รายงานที่มาที่ไปของเส้นเงินดังกล่าว เจ้าตัวได้ขอลี้ภัยออกจากราชอาณาจักรไทย จึงไม่ได้มีการเข้ามาชี้แจง ซึ่งยอดเงิน 1.6 แสนบาท เป็นทรัพย์เพียงรายการเดียว ที่มีอยู่ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ในช่วงเวลานั้น ศาลจึงมีคำสั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน
ที่มา : แนวหน้า
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'รสนา' ตั้งคำถามฉงนปมเงิน 12 ล้านในกองขยะ เส้นทางสินบนใช่หรือไม่
- ศาลอุทธรณ์ ยืนคุก 20 ปี อดีต ผอ.พศ. คดีเงินทอนวัด ร่วมชดใช้ 12 ล้าน
- อุทธรณ์ยืนคุก 8 เดือน ปรับ 8 พัน 'พระพรหมดิลก' คดีทุจริตงบฯ พศ.
ติดตามเราได้ที่