สว. จี้รัฐบาล เปิดประชุมสมัยวิสามัญ ถกข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาระยะยาว
สว.ยกโขยง แถลงจี้รัฐบาล เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ถกข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา ชี้ “เขมร” ถอยแล้ว แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ยังไม่ใช่ระยะยาว
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นำคณะสว. หลายสิบคน แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. จนถึงปัจจุบัน
โดยนายมงคล อ่านแถลงการณ์ว่า สถานการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มว่าจะเกิดความรุนแรง แต่ล่าสุดมีสัญญาณที่ดีที่ฝ่ายกัมพูชายินยอมถอนกำลังกลับออกไป แต่ยังเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระดับพื้นที่ ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างถาวร
จึงเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และสว. ต้องขอขอบคุณทหารไทยทุกเหล่าทัพ รวมถึงตำรวจและฝ่ายปกครองที่ได้แสดงจุดยืนในการรักษาอำนาจอธิปไตยภายใต้การเจรจาอย่างสันติ ทำให้สถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น
ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เมื่อพิจารณาถึงหน้าที่ของรัฐ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 5 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง ว่า “รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน” แล้ว
สว.ในฐานะที่เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ จึงตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยเหนือผืนแผ่นดินไทย
นายมงคล กล่าวย้ำว่า สว.ตระหนักถึงแนวทางในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทโดยสันติวิธี แต่ต้องยืนอยู่บนหลักการแห่งความเคารพซึ่งกันและกัน รวมทั้งปฏิบัติต่อกันด้วยความจริงใจและเท่าเทียมกันในฐานะมิตรประเทศ จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้ปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญอย่างเข้มแข็ง เพื่อรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิของประเทศ
ขอให้รัฐบาลได้ยืนหยัดในการสงวนสิทธิไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice : ICJ) ในกรณีที่มีข้อพิพาทตามสัญญาระหว่างประเทศ
นายมงคล กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ให้ดำเนินการกราบบังคมทูล เพื่อมีพระบรมราชโองการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อให้ฝ่ายบริหารได้แถลงข้อเท็จจริงทั้งหมด
และเปิดโอกาสให้ สส. และสว. ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ได้ร่วมกันเสนอแนวคิดและแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้รัฐบาลได้นำไปเป็นข้อพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งต้องกระทำอย่างเร่งด่วน
ยืนยันว่าการเปิดประชุมครั้งนี้ จะเป็นเวทีหลอมรวมพลังของคนในชาติ ในการผนึกกำลัง เพื่อแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นในทุกมิติ
ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การที่นายกฯ และคณะรัฐมนตรี เป็นฝ่ายริเริ่มจะมีความเหมาะสมและมีความสง่างาม รวมทั้งเป็นการแสดงความกล้าหาญ อันเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อสาธารณชนว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยหรือปัดความรับผิดชอบ แต่พร้อมเผชิญหน้าและดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาผ่านกลไกรัฐสภา
ทั้งนี้ สว.ขอส่งกำลังใจไปยังข้าราชการทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่พิพาท ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละและเข้มแข็ง เพื่อรักษาเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศ ในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่น ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
ภายหลังอ่านแถลงการณ์ นายมงคลได้ตอบคำถามสื่อมวลชน ในส่วนได้มีการกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาของรัฐบาลได้หรือไม่ว่า หากเป็นไปได้โดยเร็วที่สุดก็ยิ่งดี เราเป็นพลังหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้รัฐบาลได้มีความมั่นใจมั่นคงว่า คนไทยทุกคนพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกับรัฐบาล ในการรักษาประโยชน์และอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย
เมื่อถามว่าขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ภายหลังเกิดการปรับกำลังพลออกจากพื้นที่ ฝั่งประเทศไทยยังวางใจได้หรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เป็นเพียงสถานการณ์เฉพาะพื้นที่ แต่ในหลักการจริงๆ แล้ว ยังไม่มีความชัดเจน จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็น ไปสร้างความอบอุ่นใจให้กับประชาชน
เมื่อถามว่าวุฒิสภาจะมีข้อเรียกร้องอย่างไร ถึงแนวทางการปฏิบัติของรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคตอีก นายมงคล กล่าวว่า เราจะใช้การปรึกษาหารือ เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะนี่คือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งเราในฐานะที่เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
เมื่อถามถึงความคาดหวังที่จะให้มีการเปิดประชุมโดยเร็วที่สุด จะต้องเป็นภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องพิจารณา
เมื่อถามว่ามองการจัดการสถานการณ์ในฝั่งไทยขณะนี้อย่างไร นายมงคล กล่าวว่า เชื่อว่าในการทำงาน โดยเฉพาะความชัดเจนจากฝ่ายความมั่นคงและผู้ปฏิบัติในพื้นที่ มีความชัดเจน ซึ่งส่งผลให้การตัดสินใจของฝ่ายบริหารสามารถทำได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าฝ่ายหน้างานปฏิบัติงานได้ดีกว่าฝ่ายรัฐบาลที่จะต้องตัดสินใจใช่หรือไม่ นายมงคล ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ไม่ได้คิดเช่นนั้น ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ปรึกษาหารือกัน
เมื่อถามว่าหากมีการเปิดสมัยประชุม นอกจากเรื่องข้อพิพาทนี้ จะมีการประชุมเรื่องอื่นด้วยหรือไม่ เช่น พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล นายมงคล กล่าวว่า ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน เป็นบูรณภาพของดินแดนไทย ซึ่งคนไทยทุกคนต้องพึงรักษาไว้ เราต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย สนับสนุนซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่าการเรียกร้องให้เปิดสมัยประชุม เป็นเพราะไม่ไว้วางใจการเจรจาของฝ่ายรัฐบาลใช่หรือไม่ เนื่องจากยังมีเรื่องความใกล้ชิดของตระกูลชินวัตร และสมเด็จฮุน เซน ผู้นำของฝ่ายกัมพูชา นายมงคล กล่าวว่า เป็นคนละประเด็นกัน แต่เราเชื่อว่าคนไทยทุกคนรักบ้านรักเมือง ทุกคนรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
เมื่อถามว่าหากไม่มีการเปิดสมัยประชุมจะทำอย่างไรต่อไป นายมงคล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปแล้วแต่สถานการณ์ เป็นดุลพินิจของรัฐบาล หากสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง ก็อาจจะไม่ต้อง เพราะสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป อะไรๆ ก็เปลี่ยนได้
สำหรับข้อเสนอที่อยากให้สั่งไทยตัดไฟ ตัดท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ วุฒิสภาเห็นด้วยหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เป็นเรื่องของหน้างานและผลของการเจรจา เราไม่ได้สนับสนุน แต่ต้องการทำการภายใต้หลักเหตุและผล ทุกเรื่องมีเหตุมีผลของมันเอง
เราคิดแค่ว่าคนไทยทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนรวมใจกันเป็นหนึ่ง เพื่อสร้างความสงบสุขภายใต้พื้นฐานของการไม่ใช้ความรุนแรง อยู่ภายใต้ความรัก ความสามัคคี และผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สว. จี้รัฐบาล เปิดประชุมสมัยวิสามัญ ถกข้อพิพาทไทย-กัมพูชา แก้ปัญหาระยะยาว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th