โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม.นำร่อง ช่องทางรถจักรยานยนต์ เพิ่มความปลอดภัย-เป็นระเบียบ

สยามรัฐ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 01.02 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 01.02 น.

(9 มิ.ย.68) นายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง เปิดเผยว่า สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ได้ทำการศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำช่องทางรถจักรยานยนต์ (MC Lane) บนพื้นที่สะพานข้ามแยก อุโมงค์ทางลอด และถนนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร เนื่องด้วยอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ถือเป็นกลุ่มที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด และมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งจากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ (กลุ่มงานสถิติและวิจัย กองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง) พบว่า ยอดผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์สูงถึง 700 รายต่อปี หรือคิดเป็น กว่าร้อยละ 84 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่กรุงเทพฯ

เมื่อพิจารณารายเดือน พบในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตที่เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เฉลี่ย 50-76 คนต่อเดือน และพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบ ส่วนใหญ่เกิดในช่วงทางตรง สูงถึงร้อยละ 71 เกิดบริเวณทางร่วมทางแยก และจุดกลับรถ ร้อยละ 13 เกิดบริเวณสะพานและอุโมงค์ ร้อยละ 8 และเกิดบริเวณทางโค้ง ร้อยละ 7

ดังนั้น สจส.จึงได้ศึกษาหลักเกณฑ์การจัดทำช่องทางรถจักรยานยนต์ (MC Lane) สำหรับพื้นที่ กทม. เพื่อทดลองการใช้เลนรถจักรยานยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแยกรถจักรยานยนต์ออกจากรถขนาดใหญ่ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและความรุนแรง โดยพิจารณาการออกแบบช่องทางรถจักรยานยนต์ ประกอบด้วย สภาพปัญหาและอุปสรรคในการจัดทำช่องทางรถจักรยานยนต์ การพิจารณาผลกระทบด้านการจราจร การพิจารณาจุดตัด กระแสจราจร (เพื่อลดโอกาสการชน) การพิจารณาตำแหนงของช่องทางพิเศษที่เหมาะสม รวมทั้งข้อสรุปแนวทางการออกแบบบช่องทางรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีทั้งข้อควรระวัง ความเสี่ยงและสิ่งที่ต้องคำนึง

สำหรับการพิจารณาการออกแบบช่องทางรถจักรยานยนต์ ดังนี้ 1.การจัดช่องรถจักรยานยนต์ (MC Lane) อาจมีผลกระทบสภาพการจราจรต่อรถประเภทอื่น ๆ ได้โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น การจราจรติดขัด จำเป็นต้องมีการพิจารณาผลกระทบจราจรควบคู่ไปด้วย

2.การจัดช่องรถจักรยานยนต์ (MC Lane) สามารถสร้างความปลอดภัยจากการแยกรถจักรยานยนต์ออกจากรถขนาดใหญ่ แต่ทั้งนี้ อาจทำให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ใช้ความเร็วรถที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน ดังนั้น จำเป็นต้องมีการควบคุมความเร็วในการขับขี่ของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ควบคู่ไปด้วย

3.สำหรับบริเวณช่วงเปลี่ยนช่องจราจร ช่วงตัดสลับ หรือบริเวณทางเชื่อม/ทางแยก มีโอกาสที่จะเกิดการตัดกระแสจราจร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนได้ 4.การจัดช่องรถจักรยานยนต์ (MC Lane) เหมาะสำหรับถนนที่เป็นช่วงถนน มีระยะทางยาวไม่มีจุดตัดทางแยก/ทางเชื่อม (หรือมี แต่ไม่มากจนเกินไป) และควรมีการควบคุมการเชื่อมต่อทางแยก/ทางเชื่อมระหว่างถนนสายหลัก-สายรองที่เหมาะสม

นายสิทธิพร กล่าวต่อว่า สจส.ได้ดำเนินโครงการนำร่องช่องทางรถจักรยานยนต์ (MC LANE) บริเวณเส้นทางสุขุมวิทสายเก่าปากน้ำ ช่วงแยกทางรถไฟ – สุดเขตกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ช่องทางนี้ถูกออกแบบเฉพาะสำหรับรถจักรยานยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการปะปนกับยานพาหนะประเภทอื่น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง ลดความแออัด และส่งเสริมการใช้ถนนอย่างมีระเบียบ ซึ่งเส้นทางนำร่องที่ได้รับการคัดเลือก ได้พิจารณาจากพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น จุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และมีปริมาณรถจักรยานยนต์สูง รวมถึงลักษณะทางกายภาพของถนนที่มีระยะทางยาว ไม่มีจุดตัดกระแสจราจร ไม่มีปัญหาการจอดรถริมทาง

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯกทม.มอบหมายให้ สจส. คัดเลือกเส้นทางเพื่อจัดทำ MC LANE เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่ช่วยให้ถนนของกรุงเทพฯ เป็นระเบียบ ปลอดภัย และเป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...