โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วอลล์สตรีท คาดหุ้นยุโรปมีลุ้นแซงสหรัฐฯ ในรอบ 20 ปี หลังศก.มีแนวโน้มฟื้นตัว-กำไรบริษัทดีกว่าคาด

efinanceThai

เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 07.50 น.

วอลล์สตรีท คาดหุ้นยุโรปมีลุ้นแซงสหรัฐฯ ในรอบ 20 ปี หลังศก.มีแนวโน้มฟื้นตัว-กำไรบริษัทดีกว่าคาด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 68 14:50 น.

ผลสำรวจความเห็นนักกลยุทธ์จากวอลล์สตรีทโดยบลูมเบิร์ก คาดตลาดหุ้นยุโรปมีแนวโน้มโตแซงตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 20 ปี จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มองทิศทางดัชนี Stoxx Europe 600 มีแนวโน้มปิดปี ที่ระดับ 554 จุด หรือ +1% จากระดับปิดล่าสุด

ด้าน JPMorgan Chase ให้เป้าหมายดัชนีอยู่ที่ 580 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในผลสำรวจ ขณะที่ Citigroup คาดว่า ดัชนีอาจปรับขึ้นถึง 570 จุด หรือ +4% หลังปรับลดมุมมองเชิงลบต่อกำไรบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกัน ทั้งสองธนาคารต่างประเมินว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลงในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดย JPMorgan คาดว่า ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างดัชนี Stoxx 600 กับดัชนี S&P 500 จะห่างกัน อยู่ที่ 0.25% ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล

เงินเริ่มไหลกลับยุโรป ลุ้นหุ้นวัฏจักรรับอานิสงส์

Beata Mantheyนักกลยุทธ์ของ Citi มองว่า ถ้าเราผ่านจุดสูงสุดของความไม่แน่นอนเรื่องผลกำไรไปแล้ว ตอนนี้อาจเป็นช่วงที่ราคาหุ้นเริ่มอัพไซด์เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่ตลาดจะปรับมุมมองราคาหุ้นเพิ่มขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะหุ้นวัฏจักรที่ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น

มุมมองล่าสุดนี้ต่างไปจากเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งขณะนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า หุ้นยุโรปจะตามหลังหุ้นสหรัฐฯ อยู่มาก แต่การปฏิรูปการคลังครั้งใหญ่ของเยอรมนี รวมถึงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนหันมามองสินทรัพย์ในยุโรปเป็นทางเลือกในการลงทุนท่ามกลางสงครามการค้า

ขณะที่ผลสำรวจของ Bank of America เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า ผู้จัดการกองทุนทั่วโลก 35% เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในหุ้นยุโรป และลดสถานะการถือครองหุ้นสหรัฐฯ ลงมาต่ำสุดในรอบสองปี

นอกจากนี้ ผลประกอบการของบริษัทที่อยู่ในดัชนี MSCI Europe ยังเพิ่มขึ้น 5.3% ในไตรมาสแรก ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะลดลง 1.5% ตามข้อมูลจาก Bloomberg Intelligence ขณะที่ผลสำรวจนักวิเคราะห์อีกฉบับโดยบลูมเบิร์กเช่นกัน คาดว่า ดัชนี S&P 500 จะปิดปีนี้ที่ระดับ 6,001 จุด แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันศุกร์ (16 พ.ค.)

หุ้นยุโรปยังถูกกว่าหุ้นสหรัฐฯ แต่ความไม่แน่นอนยังคงมี

แม้ว่าดัชนี Stoxx 600 จะบวกขึ้นไปกว่า 8.3% ในปีนี้ ซึ่งทำให้ Valuation หุ้นสูงขึ้น โดยปัจจุบัน มีค่า P/E Ratio อยู่ที่ 14.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 13.5 เท่า แต่ยังต่ำกว่าหุ้นสหรัฐฯ ที่มี P/E Ratio เกือบ 22 เท่า

ชารอน เบลล์ (Sharon Bell) นักกลยุทธ์ของ Goldman Sachs ระบุว่า นักลงทุนยังคงมีแนวโน้มกระจายเงินลงทุนมายังยุโรป เนื่องจากราคาหุ้นที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และเชื่อว่า เงินเฟ้อในยุโรปจะทยอยชะลอตัวลงในปีนี้ ซึ่งอาจช่วยหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ผลสำรวจของบลูมเบิร์กมี 6 สถาบัน ที่คาดว่าดัชนี Stoxx 600 จะปรับตัวลดลงเกิน 2% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งได้แก่ Bank of America, Deka Bank, ING, Panmure Liberum, Societe Generale SA และ TFS Derivatives

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...