เท้ง ซัด 'เที่ยวไทยคนละครึ่ง' ล้มเหลว ใช้งบพันล้าน แต่แอพพ์ล่ม - ระบบพัง
เท้ง ซัด ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ ล้มเหลว ใช้งบพันล้าน แต่แอพพ์ล่ม – ระบบพัง
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ว่า
“เที่ยวไทยคนละครึ่งล้มเหลว เพราะรัฐไทยไม่มี “กลไกกลาง” ในการควบคุมการทำแอพพ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” กลายเป็น “ครึ่ง ๆ กลาง ๆ” ทั้งที่ใช้งบระดับพันล้าน แต่กลับเต็มไปด้วยปัญหา แอพพ์ล่ม ระบบพัง ผู้ประกอบการเข้าไม่ถึง ประชาชนใช้งานไม่ได้
ตั้งแต่ระบบยืนยันตัวตนที่ติดขัด OTP ไม่ถึงมือ เว็บไซต์ล่ม การสื่อสารชื่อโดเมนเว็บไซต์ผิดพลาด ไปจนถึงปัญหาโรงแรมบางแห่งปรับราคาห้องพักสูงเกินจริง ปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงความหละหลวมในการออกแบบระบบและการสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเฉพาะโครงการ แต่มันคือปัญหาเชิงระบบของรัฐไทย ที่ทำแอพพ์โดยไม่มีมาตรฐาน
ปี 2569 มีคำของบประมาณทำแอพพ์ใหม่จากหน่วยงานรัฐมากกว่า 4,200 ล้านบาท แต่แอพพ์รัฐที่คนไทยรู้จักกลับไม่ถึง 100 ตัว แอพพ์ส่วนมากไม่มีคนใช้ ถูกทิ้งร้าง กลายเป็น “แอพพ์ผี” ทั้งที่ใช้งบจริง ทำจริง ตรวจรับจริง และที่แย่ยิ่งกว่า ประชาชนไม่เคยได้ใช้จริง
แม้วันนี้เรามี พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 (พรบ.รัฐบาลดิจิทัล) ที่กำหนดชัดว่า แอพพ์หรือระบบของหน่วยงานรัฐ ต้องเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบกลางของรัฐ เช่น แอพพ์ทางรัฐ เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกัน และประชาชนไม่ต้องสมัครใหม่ทุกครั้งที่ใช้บริการภาครัฐ
แต่วันนี้ หน่วยงานจำนวนมากก็ยังไม่ทำตามกฎหมาย แอพพ์แต่ละตัวหน่วยงานรัฐต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างใช้ ฐานข้อมูลแยกกัน ไม่เชื่อมกัน ประชาชนต้องกรอกข้อมูลซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่ใช้บริการแอพพ์ใหม่
พรรคประชาชนเสนอให้ ยกระดับ “TOR กลางขั้นต่ำ” ให้เป็นมาตรฐานร่วมของทุกโครงการดิจิทัลภาครัฐเพื่อให้ “งบประมาณ” ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็น เครื่องมือบังคับให้รัฐเชื่อมแอพพ์ เชื่อมข้อมูล และทำงานร่วมกันได้จริง ซึ่ง TOR กลางขั้นต่ำ ควรกำหนดเงื่อนไขพื้นฐาน เช่น
- ต้องเชื่อมต่อกับระบบกลาง อย่างแอพพ์ “ทางรัฐ”
- ต้องยืนยันตัวบุคคลได้ผ่าน Digital Id ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
- ต้องรองรับการใช้งานกลุ่มผู้ใช้ทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มคนพิการ, ผู้สูงวัย ฯลฯ
- ต้องรองรับการทำ Auto Scaling เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานจำนวนมากได้อย่างยืดหยุ่น
- ควรเปลี่ยนรูปแบบสัญญาโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ จากการสั่งจ้างทำของ ไปเป็นการจ้างแรงงานทักษะมาพัฒนาซอฟต์แวร์สาธารณะให้กับภาครัฐ หรือที่เรียกกันว่า Agile Procurement
- รวมถึงการกำหนด Spec ขั้นต่ำอื่น ๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น Cloud-first Policy, การทำ Testing ฯลฯ เป็นต้น
รัฐควรใช้บทเรียนจากโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาและบริหารโครงการดิจิทัลของภาครัฐ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงโครงการที่สร้างภาพความสำเร็จโดยปราศจากผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ
นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ผมเคยนำเสนอไว้เรื่องการ “ปฏิรูประบบงบประมาณ” ที่กลไกการจัดซื้อจัดจ้าง จะเป็นกลไกสำคัญในการทำให้นโยบายบรรลุผล อย่างเช่น ประเด็นการยกระดับและบูรณาการบริการดิจิทัลภาครัฐนี้ จะไม่มีวันทำสำเร็จได้เลย ถ้าไม่ใช้กลไกการจัดซื้อจัดจ้างให้ถูกจุด ลำพังการตรากฎหมาย (เช่น พ.ร.บ.รัฐบาลดิจิทัล) อย่างเดียว ไม่สามารถทำให้นโยบายบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ครับ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เท้ง ซัด ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ ล้มเหลว ใช้งบพันล้าน แต่แอพพ์ล่ม – ระบบพัง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th