โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ภูมิธรรม” ยังไม่ประกาศสงครามกับกัมพูชา – มอบอำนาจทหารปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 22.22 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 22.22 น.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 16.15 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ชี้แจงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ ครม.นัดพิเศษ ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/

“ภูมิธรรม” ประชุม สมช. – ครม.นัดพิเศษ เผยยังไม่ประกาศสงครามกับกัมพูชา – มอบอำนาจทหารปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มที่ภายใต้ กม.ระหว่างประเทศ – สั่งอพยพ ปชช.ออกจากพื้นที่เสี่ยง 50 กิโลเมตร – ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต – ‘จิราพร’ สั่งล้มผังรายการ NBT จัดเกาะติดสถานการณ์ไทย-กัมพูชา 24 ชม.

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 16.15 น .ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ ครม.นัดพิเศษ เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ชี้แจงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่เกิดขึ้น ว่า เป็นเหตุปะทะระหว่างทหารกัมพูชา และทหารของไทยในพื้นที่ ทั้งนี้ จากการรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พบว่ามีการใช้อาวุธหลากหลายประเภท ยิงเข้ามาในเขตแดนของไทยก่อน โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน สร้างความเสียหายต่อชุมชนและประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวรวม 11 ราย เป็นพลเรือน 10 ราย และเจ้าหน้าที่ทหาร 1 ราย รวมถึงมีผู้บาดเจ็บ 28 ราย แบ่งเป็นพลเรือน 24 ราย และเจ้าหน้าที่ทหาร 4 นาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีการยิงเข้าไปในบริเวณปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และโรงพยาบาลในพื้นที่ด้วย

“ดังนั้น รัฐบาลจึงขอประณามการใช้ความรุนแรงที่ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่ใช่การประกาศสงคราม แต่เป็นการปะทะกัน ในการรักษาอธิปไตยของไทย ทั้งนี้ เหตุปะทะดังกล่าวเกิดจากการยั่วยุจากฝ่ายกัมพูชา ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินการป้องกันอธิปไตยของประเทศ”

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า กองทัพได้ดำเนินการปกป้องอธิปไตยในพื้นที่อย่างเต็มที่ รัฐบาลได้มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ทหารสามารถใช้มาตรการที่จำเป็นภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากสถานการณ์มีความเร่งด่วนและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเกิดเหตุขึ้นในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจำกัดสถานการณ์ให้อยู่ภายในพื้นที่ แต่รัฐบาลได้มีการระมัดระวังบริเวณชายแดนอย่างเต็มที่ พร้อมได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ไกลจากชายแดนประมาณ 50 กิโลเมตร ถือเป็นระยะที่ปลอดภัย โดยมีแผนรองรับที่เตรียมไว้แล้วอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติ ดังนี้

  • ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบที่มีอยู่
  • กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งปิดโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงชั่วคราว
  • กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเปลี่ยนโรงพยาบาลในพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว รวมถึงอพยพคนป่วย ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไปสู่โรงพยาบาลอื่น ๆ ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว

สำหรับมาตรการด้านการต่างประเทศ รัฐบาลได้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาลง โดยเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศไทย และส่งเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยกลับสู่ประเทศ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่มีความรุนแรงที่สุดในทางการทูต

“รัฐบาลไทยยึดมั่นในหลักการแห่งการปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะไม่ยอมให้มีการละเมิดเขตแดนของประเทศโดยเด็ดขาด พร้อมรับผิดชอบในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่” นายภูมิธรรม กล่าว

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับทราบเหตุการณ์การโจมตีพี่น้องประชาชนไทยที่เกิดขึ้น ผมรู้สึกโกรธและเศร้าสลดอย่างสุดขึ้ง จากเหตุการณ์ที่กองกำลังกัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีอย่างไร้มนุษยธรรมต่อโรงพยาบาลพนมดงรัก เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ และพื้นที่พลเรือนในอีกหลายจังหวัดตามแนวชายแดน การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามอธิบไตยของชาติ แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง

ส่วนสถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.15 น.นั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะยอมรับได้ จากการโจมตีในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ถึง 35 ราย ในจำนวนนี้ต้อง เสียชีวิตถึง 11 ราย และยังมีทหารผู้กล้าของเราได้รับผลกระทบอีก 8 นาย โดยมีรายละเอียดความสูญเสียในแต่ละพื้นที่ดังนี้

  • จังหวัดสุรินทร์ : ประชาชนเสียชีวิต 2 ราย (โดยเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ 1 ราย) , บาดเจ็บสาหัส 1 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 3 ราย ส่วนทหารบาดเจ็บสาหัส 3 ราย,บาดเจ็บปานกลาง 1 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย
  • จังหวัดอุบลราชธานี : ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บสาหัส 4 ราย
  • จังหวัดศรีสะเกษ : ประชาชนเสียชีวิต 8 ราย (โดยเป็นเด็กอายุ 15 ปี 1 ราย),บาดเจ็บสาหัส 3 ราย, บาดเจ็บปานกลาง 8 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย และทหารเสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย
  • จังหวัดบุรีรัมย์ : ประชาชนบาดเจ็บปานกลาง 1 ราย

นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ตึงเครียดที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตนในฐานะที่กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ ได้กำชับให้เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในวันนี้ ภายหลังจากที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2568 ได้กำหนดมาตรการในการควบคุมสถานการณ์ โดยมอบให้ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) บริหารจัดการสถานการณ์ชายแดนและบูรณาการทำงานกับกองทัพ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำให้มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และข้อเท็จจริงที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลและการใช้ข่าวปลอม

“ขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบ ปฏิบัติตามมาตรการในการหลบภัยของรัฐบาล เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องทุกท่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด โดยสามารถติดตามรายงานข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จากสื่อภาครัฐ ทั้งจากกองทัพ กรมประชาสัมพันธ์ และสื่อทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีการสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในทุกช่องทาง” นางสาวจิราพร กล่าว

ทั้งนี้ หลังได้รับรายงานสถานการณ์ชายแดนยกระดับความตึงเครียด NBT ได้ล้มผังรายการทันที และเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประชาชนสามารถติดตามรายงานความเคลื่อนไหวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ทาง สื่อโทรทัศน์ กดเลข 2 ช่อง NBT สื่อวิทยุ FM 92.50 MHz และ AM 891 KHz สื่อออนไลน์ทางเพจกรมประชาสัมพันธ์ , NBT-เอ็นบีที , NBT Connext , สำนักงานประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ประสบภัย เพจ Live Streaming ทาง prdee.prd.go.th รวมถึงช่องทางการสื่อสารภาคภาษาอังกฤษทางเพจ Facebook NBT World

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...