โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อดีตผู้ว่าททท.ถอดรหัสตลาดท่องเที่ยวไทย ย้ำเร่งกู้จีนเที่ยวไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 19.17 น.

จีนเที่ยวไทยต่ำกว่า 5 ล้านคนในรอบ 12 ปี

การท่องเที่ยวของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (วันที่ 1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย. 2568) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวไทย 16,685,469 คน ลดลง 4.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 17,501,283 คน สาเหตุสำคัญ คือ นักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวลง ตั้งแต่ต้นปี 2568 จากเฉลี่ย 21,380 คนต่อวันในเดือนม.ค. เหลือเฉลี่ย 10,000 คนต่อวัน ณ สิ้นเดือนมิ.ย.68 หรือ ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเฉลี่ย 12,657 คนต่อวันเท่านั้น

จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย

ก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย 11.1 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 28 % จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 39.8 ล้านคน คิดเฉลี่ยเดือนละ 925,000 คน หรือวันละกว่า 30,000 คน การชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้สัดส่วนนักท่องเที่ยวจีน เหลือเพียง 13.58 % ในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งหมด

หากแนวโน้มนี้ยังคงต่อไป ตลอดทั้งปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเหลือเพียง 4-5 ล้านคน เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี ที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยต่ำกว่า 5 ล้านคน (ไม่นับช่วงโควิดและการฟื้นตัวหลังโควิด ปี 2563-2566) การหายไปของนักท่องเที่ยวจีน จะส่งผลต่อเป้าหมายการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวในภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ แม้ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.68 นักท่องเที่ยวจีนจะแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แทนนักท่องเที่ยวจีน แต่นักท่องเที่ยวจีนมีระยะเวลาพำนัก (Length of Stay) และการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริป (Spending per Trip) ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศ

ยุทธศักดิ์ สุภสร

คาดปีนี้ต่างชาติเที่ยวไทย 34.2 ล้านคน

นักท่องเที่ยวจีนมีระยะเวลาพำนัก 7.36 วัน และการใช้จ่ายต่อทริป 42,428 บาท ขณะที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียมีระยะเวลาพำนัก 4.17 วัน และการใช้จ่ายต่อทริป 21,450 บาท หากนักท่องเที่ยวจีนยังหดตัวเช่นนี้ต่อไป ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ทั้งปี น่าจะพลาดเป้าและอาจต่ำกว่าปีที่ผ่านมา โดยเหลือเพียง 34.2 ล้านคน ลดลง 3.8 % เมื่อเทียบกับจำนวน 35.6 ล้านคนในปีที่ผ่านมา

ในขณะที่เป้าหมายรายได้ท่องเที่ยวก็น่าจะพลาดเป้าเช่นกัน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงและพฤติกรรมการใช้จ่ายตามสภาพเศรษฐกิจโลกที่เข้าสู่ช่วงตกต่ำ แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกจากตลาดนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่สามารถเข้ามาทดแทนจำนวนและรายได้จากจีนได้ เช่น เอเชียใต้ ยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวจากพื้นที่เหล่านี้มีฤดูกาลเดินทาง และมักจะมาในช่วงปลายปีเพื่อหนีหนาวมาเที่ยวไทย

จี้เร่งดึงทัวริสต์จีน ชี้ยังมีโอกาส

ดังนั้นจึงไม่ควรทิ้งตลาดจีน โดยต้องหันมาทำการตลาดเชิงรุกอย่างเร่งด่วน การนำนักท่องเที่ยวจีนกลับมา หนึ่งล้านคนของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น หมายถึงเม็ดเงิน 40,000-50,000 ล้านบาท ที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย เพราะนักท่องเที่ยวจีนมีระยะเวลาพำนักมานกว่าและใช้จ่ายมากกว่า นอกจากนี้โอกาสยังเปิดกว้างในตลาดจีน ซึ่งผลสำรวจเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย Dragon Trail International บริษัทด้านการท่องเที่ยวในประเทศจีน พบว่ายังมีคนจีนถึง 42 % วางแผนที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศในปีนี้ แต่ยังไม่ได้ทำการจองใด ๆ

การปรับภาพลักษณ์ การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย การนำเสนอจุดขายใหม่ๆ และการใช้ประโยชน์จากโปรโมชันหรือข้อเสนอพิเศษ ที่เน้นความคุ้มค่าเป็นสำคัญ จะช่วยสร้างโอกาสในการนำนักท่องเที่ยวจีนกลับมา และจะส่งผลทำให้เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ รายได้จากการท่องเที่ยวไม่พลาดเป้าไปมากนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

เที่ยวไทยคนละครึ่ง ช่วยได้ไม่มาก

สำหรับตลาดในประเทศหรือ “ไทยเที่ยวไทย” ใน 6 เดือนแรกของปี 2568 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยรวม 102 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ราว 574,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งจำนวนผู้เดินทางและรายได้ ส่วนโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนแล้วตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 คาดว่าจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศได้บ้าง แต่อาจจะไม่มากนักเนื่องจากจำนวนสิทธิ์ค่อนข้างจำกัด เพียง 500,000 สิทธิ์เท่านั้น

เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568

ในขณะที่แนวโน้มการใช้จ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยน่าจะปรับตัวลดลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศและภาวะหนี้สินภาคครัวเรือน ดังนั้นการคาดหวังที่จะให้ “ไทยเที่ยวไทย” มาช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศเป็นเรื่องท้าทาย เหมือนทิศทางตลาดต่างประเทศเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เน้นการตลาด เพื่อเพิ่มความถี่ในการเดินทาง ท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วยลดต้นทุนการเดินทาง มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะใกล้ ภายในภูมิภาคมากกว่าการเที่ยวข้ามภาคที่มีต้นทุนในการเดินทางสูงกว่า และใช้เมืองรองเป็นสนามแม่เหล็กดึงดูด และกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

โดยกำหนด Value Propositions ใหม่ ของเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ที่ดึงดูด น่าสนใจ เร่งสร้างจุดขายใหม่ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยว (เมืองรอง) ของรัฐบาล ก็อาจทำให้“ไทยเที่ยวไทย” เข้ามาช่วยทำให้รายได้ทางการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศไม่พลาดเป้าไปมากนัก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,114 วันที่ 17 - 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...