โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ย้ำติดตามสถานการณ์สารปนเปื้อนแม่น้ำกกใกล้ชิด ความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 05.45 น.
นายกฯ ยืนยันรัฐบาลติดตามสถานการณ์สารปนเปื้อนในแม่น้ำกกอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน

วันที่ 13 มิถุนายน 2568นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์สารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ผ่านโซเชียลมีเดีย X Ing Shin @ingshin โดยระบุว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์สารปนเปื้อนในแม่น้ำกกอย่างใกล้ชิด และความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อนค่ะ

จากสถานการณ์ฝนตกหนักในประเทศเมียนมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำกกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีความเป็นไปได้ว่าจะมีสารปนเปื้อนบางชนิดมากับกระแสน้ำ โดยอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายของไทย ที่เส้นทางน้ำเชื่อมต่อกับเมียนมา

ดิฉันขอยืนยันว่ารัฐบาลติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เรารวบรวมข้อมูลจากรายงานของทุกภาคส่วนทั้งในไทยและเมียนมา รวมถึงข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA และการลงพื้นที่จริงของเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ร่วมกับกองทัพ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันนี้ดิฉันได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสภาความมั่นคงและเหล่าทัพ เพื่อเตรียมรับมือในทุกมิติ

รัฐบาลได้จัดตั้ง “คณะทำงานด้านเทคนิค” เฉพาะกรณีนี้เป็นพิเศษค่ะ นำโดยรองนายกฯ ประเสริฐ จันทรรวงทอง พร้อม GISTDA กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรฯ และกองทัพ เพื่อเร่งประเมินสถานการณ์ และเตรียมเดินหน้าเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี รวมถึงใช้กลไกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission : MRC) เข้าไปร่วมพูดคุยค่ะ

กระบวนการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีและพหุภาคีอาจจะใช้เวลา แต่เราต้องรีบแก้ไขผลกระทบต่อสุขภาพพี่น้องประชาชนวันนี้ ในระยะสั้นก่อนค่ะ

เบื้องต้นกระทรวงทรัพยากรฯ ได้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังประสานงานส่วนหน้าทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าน้ำสะอาด ปลอดภัย อุปโภคได้ ในขณะเดียวกัน สถานการณ์เร่งด่วนที่อาจมีมวลน้ำเพิ่มเติมนี้ จะมีการวางแผนในระยะยาวบริเวณต้นน้ำ หามาตรการในการสร้างฝายหรือเขื่อนดักตะกอนต่อไปค่ะ

แม้น้ำดิบจากลำน้ำจะมีปัญหา แต่รัฐบาลให้หลักประกันสำหรับน้ำเพื่อการอุปโภคค่ะ โดยน้ำจากการประปาภูมิภาคและประปาหมู่บ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและปลอดภัย

การประปา จะมีการกระจายเครื่องกรองน้ำระดับครัวเรือนด้วยระบบ RO ในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อสร้างความมั่นใจอีกหนึ่งขั้น ส่วนพื้นที่ห่างไกล ทางการประปาได้เตรียมจุดจ่ายน้ำประปาเคลื่อนที่ พร้อมติดตั้งแทงค์สำรอง ให้ประชาชนมีความมั่นใจได้ว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความปลอดภัยในสุขภาพของพี่น้องประชาชนทุกคนค่ะ

เบื้องต้นกระทรวงทรัพยากรฯ ได้ตั้งศูนย์เฝ้าระวังประสานงานส่วนหน้าทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าน้ำสะอาด ปลอดภัย อุปโภคได้ ในขณะเดียวกัน สถานการณ์เร่งด่วนที่อาจมีมวลน้ำเพิ่มเติมนี้ จะมีการวางแผนในระยะยาวบริเวณต้นน้ำ หามาตรการในการสร้างฝายหรือเขื่อนดักตะกอนต่อไปค่ะ แม้น้ำดิบจากลำน้ำจะมีปัญหา แต่รัฐบาลให้หลักประกันสำหรับน้ำเพื่อการอุปโภคค่ะ

โดยน้ำจากการประปาภูมิภาคและประปาหมู่บ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและปลอดภัย การประปา จะมีการกระจายเครื่องกรองน้ำระดับครัวเรือนด้วยระบบ RO ในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อสร้างความมั่นใจอีกหนึ่งขั้น ส่วนพื้นที่ห่างไกล ทางการประปาได้เตรียมจุดจ่ายน้ำประปาเคลื่อนที่ พร้อมติดตั้งแทงค์สำรอง ให้ประชาชนมีความมั่นใจได้ว่าปัญหาดังกล่าวจะไม่ทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความปลอดภัยในสุขภาพของพี่น้องประชาชนทุกคนค่ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนอันตรายจาก “สารหนู” กับผลกระทบต่อผิวหนัง อาการแบบไหน? ต้องระวัง

“ค่าสารหนู” ในแม่น้ำกก-สาย-โขง เพิ่มขึ้นทุกจุด เตือนปชช. เลี่ยงกินปลาจากแม่น้ำ

แม่น้ำสายนี้เสี่ยงเป็นพิษ? วิกฤตสารหนูแม่น้ำกก ลุกลามถึงแม่น้ำโขง ผลจากเหมืองผิดกฎหมายว้าแดง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...