โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TMA แนะ 4 แนวทาง เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย ชี้รัฐเร่งแก้ไข-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 11.46 น.

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)แนะ 4 แนวทาง เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย หลัง IMD เผย ไทยร่วงอยู่ที่อับดับ 30 ของโลก ย้ำภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจจริงจังภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัวพัฒนาศักยภาพของตนเอง

นายนิธิ ภัทรโชค ประธาน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) เปิดเผยว่า ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์(IMD – WCC) ประจำปี 2568 โดยในปีนี้ ประเทศไทยมีอันดับลดลงถึง 5 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 30 เท่ากับเมื่อปี 2566

ซึ่งปัจจัยหลักที่ IMD ใช้ในการจัดอันดับรวม 4 ด้าน ไทยมีอันดับลดลงจากปีที่แล้วในทุกด้าน โดยลดลงมากที่สุดในด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government efficiency) ที่ลดลงถึง 8 อันดับ รองลงมาคือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) ที่มีอันดับลดลงจากปีที่แล้ว 4 อันดับ และสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ลดลง 3 อันดับ

จากผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศดังกล่าวข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย มีความอ่อนแอทั้งเชิงโครงสร้างและเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศและอ่อนไหวต่อความผันผวน โดยเกิดจาก จาก 6 ปัจจัยประกอบ ด้วย

1.อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โตต่ำ รองอันดับสุดท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียน

2.ไม่มีการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ (New-S cueve) ที่เกิดผลสำเร็จ

3.การลงทุนทั้งในและต่างประเทศลดลง

4.ความเหลื่อมล้ำสูงมาก โดยดัชนีความยากจนของไทยเพิ่มสูงต่อเนื่อง

5.ปัญหาการบริหารจัดการภาครัฐ (Government Efficiency) ยังคงมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ แยกส่วน (Silo) กฎหมายที่ไม่ทันสมัย กระบวนการเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจซับซ้อนเอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชัน SMEs อ่อนแอ

6.โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยประเทศไทย ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบการศึกษา สาธารณสุขสิ่งแวดล้อม ยังคงไม่เพียงพอต่อการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนได้

นายนิธิ กล่าวว่า ประเทศไทย ยังมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะฟื้น การจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศจะดีขึ้น โดยเสนอแนวทาง การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน โดยกำหนดทิศทางในการพัฒนาดังนี้

  • Economic Performance มีการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย(Strategic Sector) คือ Agri-food และ Wellness & MedicalTourism เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยพิจารณาต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศ (leverage keystrengths)และขยายผลโดยใช้โอกาสจากกระแสความต้องการของโลก (captureglobal trends) โดยก่อประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม(economic and social impacts)
  • Government Efficiency สร้างความเชื่อมั่นในการทำงานภาครัฐ(Credible government) จัดตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนกลางกำหนดแชมป์เปี้ยนที่มีอำนาจและความสามารถอย่างแท้จริงปรับกฎระเบียบและกระบวนการเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ(ease of doing business)ลดความเหลื่อมล้ำเพิ่มชนชั้นกลางเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
  • Business Efficiency – Enterprise Transformationเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพของธุรกิจ หาตลาด Segmentและช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ และนำ Digital platformมาประยุกต์ใช้ ปรับเปลี่ยน SMEs ให้เป็น Innovation drivenenterprises และพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อการเติบโต (Upskill and Reskill)
  • Infrastructure – พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาระบบสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมผ่านการปฏิรูประบบการศึกษา เน้น Strategic skillsและวางรากฐานระบบสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

นายนิธิเน้นย้ำว่า ภายใต้วิกฤติต่างๆ ที่กำลังรุมล้อมอยู่ในเวลานี้ประเทศไทยมาถึงจุดที่รอไม่ได้ อีกต่อไป ถึงเวลาต้องลงมืออย่างจริงจัง รัฐต้องแสดงบทบาทนำ มีวิสัยทัศน์ระยะยาว เร่งแก้ไขปัญหาเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับประเทศขณะเดียวกัน

ในส่วนของภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัวพัฒนาศักยภาพของตนเองและร่วมมือกับภาครัฐและภาคการศึกษาในการขับเคลื่อนวาระสำคัญของประเทศ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนากำลังแรงงานในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนยกระดับความสามารถของSMEsประเทศไทย บนพื้นฐานของ natural endowment และ competitiveadvantage แต่เราจำเป็นต้องก้าวข้ามแนวคิดและแนวทางแบบเดิม ๆ ปรับ business model ของประเทศใหม่ให้ตอบรับอนาคต มีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจนและต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ”นายนิธิ กล่าว

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายในช่วงเสวนา “โอกาส ความหวัง และอนาคตของประเทศไทย” ว่า ประเทศไทยปัจจุบันเศรษฐกิจไม่เติบโต ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ดังขึ้นเรื่อยๆ และชัดเจนขึ้น ประเทศไทยต้องเปลี่ยนใหญ่ ทำแบบเดิมไม่ได้ และต้องหาข้อเสนอที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อสร้างความหวัง

ซึ่งโอกาสของเรานั้น เป็นอนาคตที่เราต้องสร้างด้วยตนเอง และต้องอ่านให้ขาดว่าโจทย์คืออะไร ปัญหาคืออะไร และจะหาโอกาสได้อย่างไร โดยปัจจุบันโลกกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ไทยกำลังเปลี่ยน แต่เปลี่ยนช้าและไม่ทัน โดยสิ่งที่ไทยมีในอดีตกำลังหมดบุญ ตกยุคไปแล้ว และไม่มีการลงทุนใหม่ๆ

ดังนั้นเราต้องเริ่มปรับเปลี่ยนตนเองเพื่ออนาคต โดยปัจจุบันมีการลงทุนในอุตสาหกรรม New-S curve ดูจากตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไตรมาสแรกปีนี้ 432 โครงการ มูลค่าการลงทุน 680,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมครบวงจร ซึ่งส่วนนี้จะเป็นความหวังและโอกาสของประเทศไทย นอกจากนี้นโยบายของรัฐจะต้องมีความต่อเนื่อง ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า รัฐบาลไหนมาก็จะยกเลิกนโยบายรัฐบาลชุดเก่า ทำให้ไม่มีความต่อเนื่อง

นอกจากนี้เราต้องลอกคราบบริษัทไทย โดยเทคโนโลยีต่างๆที่มีในปัจจุบันถึงจุดที่ต้องเปลี่ยนแปลง บริษัทต้องหาวิธีปรับตัวให้ทันกับโลกที่กำลังเกิดขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีหรือAI มาช่วยดำเนินธุรกิจ รวมถึงพัฒนาคนที่ต้องเร่งทำ สร้างระบบการศึกษาให้แข็งแรง

นายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ และประสานการพัฒนาขีดความสวามารถในการแข่งขันของประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า สิ่งที่ไทยต้องทำคือ การใช้ระบบดิจิทัลมาบริหารจัดการระบบภาครัฐให้ง่ายขึ้น ผ่ายการใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้เกิดความโปร่งใส ทั้งยังเป็นการลดขั้นตอนภาครัฐ อย่างประเทศเวียดนาม และมาเลเซีย ที่ทำให้การลงทุนง่ายขึ้น

นางสาวอรนุช เลิศสุวรรณกิจ Co-Founder and CEO,Techsauce กล่าวว่า โจทย์ที่สำคัญ ควรมีนโยบายที่ชัดเจน ด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์หรือชิป ซึ่งในอนาคตเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่เราจะต้องมีความพร้อมในเรื่องนี้ รวมทั้งการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ต้องมีแผนพัฒนาที่ชัดเจน และพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ ปรับตัวในการใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : TMA แนะ 4 แนวทาง เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย ชี้รัฐเร่งแก้ไข-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...