จีน เร่งขยาย “หยวนดิจิทัล” บนเวทีโลก หนุนระบบเงินพหุขั้วลดอิทธิพลดอลลาร์
ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ประกาศตั้งศูนย์ปฏิบัติการ หยวนดิจิทัล (e-CNY) ในเซี่ยงไฮ้ พร้อมผลักดันระบบการเงินระหว่างประเทศแบบพหุขั้ว หวังลดการผูกขาดของเงินดอลลาร์
วันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 12.40 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Pan Gongsheng ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ประกาศเดินหน้าขยายการใช้งานเงินหยวนดิจิทัล (e-CNY) ในระดับสากล พร้อมผลักดันแนวคิดระบบการเงินโลกแบบพหุขั้วที่มีหลายสกุลเงินร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แทนการผูกขาดโดยเงินดอลลาร์สหรัฐ
โดยจีนเตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการระหว่างประเทศของ e-CNY ที่นครเซี่ยงไฮ้ ตามถ้อยแถลงของ Pan ในงาน Lujiazui Forum ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของนักการเงินและผู้กำกับดูแลทั้งในและต่างประเทศ โดยคำประกาศนี้มีขึ้นท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อหยวนระดับโลก หลังความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐ และนโยบายภาษีของสหรัฐทำให้นักลงทุนเริ่มมองหาทางเลือกที่ไม่ผูกกับเงินดอลลาร์
จีนเองก็เร่งพัฒนาระบบการเงินที่ไม่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินของโลกตะวันตก โดย Pan กล่าวไว้ว่า “การพัฒนาระบบการเงินระหว่างประเทศแบบพหุขั้วจะช่วยจำกัดอำนาจของประเทศที่ครองสกุลเงินหลัก เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และปกป้องเสถียรภาพทางการเงินโลกได้ดียิ่งขึ้น”
พร้อมเสริมว่าระบบเช่นนี้จะเอื้อให้หลายสกุลเงินสามารถครองความสำคัญในแต่ละภูมิภาค ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ โดยคาดว่าจะเกิดการแข่งขันระหว่างสกุลเงินหลักหลายสกุล ภายใต้กลไกถ่วงดุลกันเอง
การใช้มาตรการภาษีของสหรัฐอย่างฉับพลันและสับสน ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์และสินทรัพย์สหรัฐ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มหันไปหาสกุลเงินเอเชียและยูโรมากขึ้น
ทั้งนี้ความสนใจที่ลดลงต่อเงินดอลลาร์ยังเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสความนิยมในคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะ stablecoins ซึ่งเป็นเหรียญที่มีการอ้างอิงกับสินทรัพย์จริงและมีราคาคงที่
ความทะเยอทะยานของ “หยวนระดับโลก”
จีนมีเป้าหมายมายาวนานที่จะทำให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินระดับโลกทัดเทียมกับดอลลาร์หรือยูโร สะท้อนบทบาทของประเทศในฐานะเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก อย่างไรก็ตามข้อจำกัดที่จีนยังไม่เปิดเสรีบัญชีเงินทุน (capital account) ทำให้หยวนยังไม่สามารถก้าวสู่ระดับโลกได้เต็มตัว แม้ไม่มีสัญญาณว่าเงื่อนไขนี้จะเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน แต่จีนก็ยังเร่งขยายอิทธิพลของหยวนในประเทศคู่ค้าหลัก เช่น รัสเซียและชาติในเอเชีย
ในวันเดียวกัน สื่อ CCTV รายงานว่า ธนาคารต่างชาติ 6 แห่ง เช่น Standard Bank และ First Abu Dhabi Bank ได้ตกลงเข้าร่วมใช้งาน ระบบชำระเงินข้ามพรมแดน CIPS ของจีน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของเงินหยวน นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายบทบาทของหยวนในเวทีการค้าระหว่างประเทศ
Pan ระบุว่า เทคโนโลยีดิจิทัลเผยให้เห็นจุดอ่อนของระบบชำระเงินข้ามประเทศแบบเดิม ซึ่งมีประสิทธิภาพต่ำและเสี่ยงต่อแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์
“โครงสร้างการชำระเงินแบบเดิมสามารถถูกทำให้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและกลายเป็นอาวุธเพื่อการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว ซึ่งส่งผลเสียต่อระเบียบเศรษฐกิจและการเงินของโลก”
คำมั่นจากผู้กำกับดูแลการเงินจีน
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เวทีเดียวกัน หน่วยงานควบคุมตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราของจีนให้คำมั่นว่าจะรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวนและรับมือกับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอก
Zhu Hexin ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตรา ระบุว่า จีนมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในการรับมือกับความผันผวนในตลาดเงินตราต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน Li Yunze ผู้อำนวยการสำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งชาติของจีน กล่าวว่าจีนจะเปิดตลาดการเงินให้ต่างชาติเข้าร่วมมากขึ้น โดยระบุว่า“สถาบันการเงินต่างชาติเป็นสะพานและตัวเชื่อมสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและบุคลากร และเป็นผู้ร่วมสร้างระบบการเงินสมัยใหม่ของจีนอย่างแข็งขัน”
โดยจีนจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ โปร่งใส มีเสถียรภาพ และคาดการณ์ได้ สำหรับนักลงทุนต่างชาติ และจะพิจารณาเปิดเสรีภาคการเงินเพิ่มเติม โดยเฉพาะในตลาดผู้บริโภคที่เติบโตอย่างรวดเร็วของจีน ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับต่างชาติในอนาคต
อ้างอิง : reuters.com