โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กระทรวงเกษตรฯ ผนึกกำลัง 36 หน่วยงาน ยกระดับกาแฟไทยสู่ความยั่งยืน

PostToday

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 23.50 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.47 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อส่งเสริมการผลิตกาแฟคุณภาพและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานกาแฟอย่างยั่งยืน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 36 หน่วยงาน ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ตลาดกาแฟไทยเติบโตต่อเนื่อง

รัฐมนตรี นฤมล เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกาแฟไทยกำลังเผชิญโอกาสมหาศาลในการเติบโตสู่ความยั่งยืน โดยข้อมูลระยะ 5 ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความต้องการเมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 80,691 ตัน ในปี 2562/63 เป็น 93,551 ตัน ในปี 2565/66 หรือเติบโตร้อยละ 3.06 ต่อปี

ศ.ดร.นฤมล ระบุว่า การเติบโตของกลุ่มกาแฟสดและกาแฟพิเศษสะท้อนถึงรสนิยมผู้บริโภคที่ซับซ้อนและต้องการประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น อุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านแนวทางการเพาะปลูกอย่างยั่งยืน

ความท้าทายที่ต้องเผชิญ

แม้จะมีโอกาสเติบโต แต่กาแฟไทยยังคงเผชิญความท้าทายสำคัญหลายประการ ได้แก่ การผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการในประเทศทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นอย่างมาก ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของราคา ต้นทุนการผลิตที่สูง ปัญหาคุณภาพที่ไม่สม่ำเสมอ และการขาดแคลนแรงงาน

เป้าหมายยกระดับเกษตรกร 12,000 ครัวเรือน

ภายใต้กรอบความร่วมมือครั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อกำกับติดตามผลการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาเกษตรกรกว่า 12,000 ครัวเรือนเข้าสู่ระบบกาแฟคุณภาพภายใน 3 ปี พร้อมนำร่องในพื้นที่ 1,000 ไร่

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรและยุวเกษตรกรเข้าสู่เวทีการแข่งขันในระดับสากล พร้อมส่งเสริมการวิจัย เทคโนโลยี ตลาดที่โปร่งใส และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วิสัยทัศน์อนาคตกาแฟไทย

รัฐมนตรี นฤมล กล่าวว่าการลงนาม MOU ในวันนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างอนาคตและห่วงโซ่อุปทานอย่างมั่นคงและยั่งยืน กระทรวงเกษตรฯ ได้ประกาศให้กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและเป็นเกษตรมูลค่าสูงที่จะช่วยสร้างรายได้และยกระดับให้เกษตรกร ซึ่งเป็นการลดการนำเข้าและทดแทนการปลูกพืชชนิดอื่นที่มีปริมาณมากและผลผลิตล้นตลาด

การดำเนินงานครั้งนี้จะเน้นการพัฒนาคุณภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่ม การขยายตลาด การนำนวัตกรรมมาใช้ และการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้กาแฟไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกและเป็นแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนสำหรับเกษตรกรไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...