ธนาคารกลาง อิสระจริงไหม? เปิดดัชนี IMF ใหม่ ชี้ มีเพียง 25% ที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติ “อิสระจริง”
"ความเป็นอิสระของ ธนาคารกลาง" คือหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่น IMF เปิดดัชนีใหม่ 3 มิติ "CBI Index" เผยผลสำรวจ 87 ประเทศทั่วโลก พบมีเพียง 25% ที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติ "อิสระจริง"
เรื่องและภาพ : ธนโชติ นนทกะตระกูล Economist, Bnomics
เมื่ออัตราดอกเบี้ย…ควรถูกกำหนดโดยนักเศรษฐศาสตร์ ในโลกที่“การเมือง” สามารถแทรกแซงเศรษฐกิจได้ทุกเมื่อ“ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” หรือ Central Bank Independence (CBI) จึงไม่ใช่แค่คำสวยหรูในตำรา แต่มันคือ เสาหลักของความเชื่อมั่น - ทั้งต่อตลาดทุน อัตราเงินเฟ้อ และเสถียรภาพของนโยบายการเงิน แต่…เราจะรู้ได้ยังไงว่า “ธนาคารกลางมีอิสระจริง?”
จากดัชนีเก่า…สู่มาตรวัดใหม่โดย IMF
ที่ผ่านมา ดัชนีวัดความเป็นอิสระของธนาคารกลางมักพึ่งพาตัวบทกฎหมาย แต่วันนี้ IMF ชี้ว่า ถึงเวลาอัปเดต!
งานวิจัยล่าสุดโดย Tobias Adrian และคณะ (2024) เสนอ CBI Index ใหม่ ที่พัฒนาใน 3 มิติ :
1. กระชับแต่ชัดเจน
จากเดิม 40 ตัวชี้วัด เหลือเพียง 10 ตัวหลัก เช่น
- ผู้ว่าฯ ต้องไม่ขึ้นตรงกับฝ่ายบริหาร
- ห้ามปล่อยกู้รัฐบาล (ทั้งระยะสั้นและยาว)
- ธนาคารกลางต้องมีงบประมาณของตนเอง
- มีอิสระในการกำหนดนโยบายการเงิน
2. ไม่ให้คะแนนแบบส่ง ๆ
ถ้ากฎหมายระบุว่า “ผู้ว่าฯ ดำรงตำแหน่ง 8 ปี” แต่ให้นายกฯ ปลดได้ตลอดเวลา = คะแนนเป็นศูนย์ทันที
3. ฟังเสียงจากภาคสนาม
ไม่ใช่แค่นักวิชาการให้คะแนน แต่สำรวจจากผู้ว่าฯ และหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของธนาคารกลาง 87 ประเทศทั่วโลก
ผลการประเมิน: อิสระจริงยังเป็นของหายาก เพียง 25% ของประเทศเท่านั้น ที่มีผู้ว่าฯ ธนาคารกลางที่ “อิสระจริง” แค่ 17% ที่มีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ที่อิสระ กว่า 50% ขาดอิสระใน 6 จาก 10 ตัวชี้วัดหลัก
สิ่งที่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ให้ความสำคัญที่สุดคือ
- การกำหนดนโยบายการเงินได้เอง
- สระด้านงบประมาณ
เพราะการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของนโยบายการเงิน อาจสร้างผลเสียมากกว่าประโยชน์
คำถามสำคัญของประเทศ: เราเชื่อมั่นในระบบ หรือเชื่อใจตัวบุคคล?
แม้งานวิจัยของ IMF ยังไม่เปิดเผยคะแนนรายประเทศ แต่สิ่งที่สะท้อนจากดัชนีชุดใหม่นี้ คือความจริงอันไม่สบายใจ
“ความเชื่อมั่น” ที่เรามีต่อธนาคารกลางวันนี้…ตั้งอยู่บนโครงสร้างที่มั่นคงพอหรือยัง?
หากเรายังฝากความหวังไว้กับ “ตัวบุคคล” มากกว่าการสร้างระบบที่ดี ความอิสระที่แท้จริงจะไม่มีวันเกิดขึ้น
บทสรุป : อิสระไม่ใช่สิทธิพิเศษ…แต่เป็นความจำเป็น
ในวันที่ “เงินเฟ้อ” กลับมาเป็นภัยอีกครั้ง “ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง” คือ หลักประกันสุดท้าย ของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ถ้านโยบายการเงินถูกแทรกแซง…เราอาจไม่เหลือเครื่องมือใด ๆ ให้ใช้แก้ปัญหาอีกต่อไป
คำถามสำคัญคือ:
ใครควรเป็นผู้ตัดสินอัตราดอกเบี้ยของเรา?
นักเศรษฐศาสตร์ผู้เข้าใจโมเดลเศรษฐกิจ…หรือผู้อาศัยประโยชน์ทางการเมือง?
อ้างอิง : Facebook : Bnomics by Bangkok Bank