โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชายแดนไทย-กัมพูชา ระอุ ซ้ำเติม ท่องเที่ยว-หุ้นไทย นักลงทุน หวั่น ซึมยาวถึงปลายปี

THE STANDARD

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 06.19 น. • thestandard.co
ชายแดนไทย-กัมพูชา ระอุ ซ้ำเติม ท่องเที่ยว-หุ้นไทย นักลงทุน หวั่น ซึมยาวถึงปลายปี

ตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญภาวะซบเซาต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ โดยภาพรวมดัชนี SET ล่าสุดลดลงถึง 13% นับตั้งแต่ต้นปี สวนทางกับตลาดหุ้นของหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทยอยฟื้นตัวกลับมาได้

หนึ่งในสัญญาณสะท้อนความอ่อนแรงของเศรษฐกิจไทย คือ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 52.7 ในเดือนล่าสุด ต่ำสุดในรอบ 28 เดือน แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังไม่มั่นใจในการใช้จ่ายและแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต

อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนยังถูกซ้ำเติมจากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกสั่งพักปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อความเชื่อมั่นของทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างชาติ

นอกจากนี้ สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของไทยถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะในสายตาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ยิ่งภาคการท่องเที่ยวที่เคยเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะการหายไปของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเคยเป็นกลุ่มหลักที่สร้างรายได้จำนวนมากให้ประเทศ จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2025 (ม.ค. – มิ.ย.) ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเพียง 16.7 ล้านคน ลดลง 4.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนลดลงถึง 34% เหลือเพียง 2.26 ล้านคน

การลดลงนี้ เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ลักพาตัวนักแสดงชาวจีนในไทยเมื่อต้นปี ซึ่งส่งผลรุนแรงต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ขณะที่คนไทยเองก็ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สายการบิน และค้าปลีก ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันด้านรายได้

แม้รัฐบาลจะพยายามกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ที่ช่วยออกค่าที่พักครึ่งหนึ่ง สูงสุด 3,000 บาทต่อคน แต่นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียงระยะสั้น เพราะกำลังซื้อของประชาชนยังอ่อนแอ และเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่มีปัจจัยหนุนชัดเจน

เรียกได้ว่าความเปราะบางของภาคท่องเที่ยวกำลังส่งผลกระทบชัดเจนต่อราคาหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสายการบิน ท่าอากาศยาน และโรงแรม ที่ต่างร่วงลงอย่างหนักนับตั้งแต่ต้นปี เริ่มตั้งแต่ หุ้นบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ร่วง 35%, บางกอกแอร์เวย์ส ลดลง 34% เอเชีย เอวิเอชั่น (ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Thai AirAsia) ดิ่งลงถึง 53%

ส่วนการบินไทยแม้เตรียมกลับเข้าตลาดหุ้นในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ หลังพ้นกระบวนการฟื้นฟูกิจการ แต่ท่ามกลางภาวะตลาดที่ซบเซา นักวิเคราะห์จาก KGI Securities เตือนว่า อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการกลับสู่ตลาด

รวมถึงกลุ่มโรงแรม เริ่มตั้งแต่ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ร่วง 41%, เซ็นทรัลพลาซา โฮเต็ล ลดลง 20%, ดุสิตธานี ลดลง 18% ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มค้าปลีกที่ได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายในประเทศที่ลดลงเช่นกัน

นอกเหนือจากปัจจัยในประเทศแล้ว ความเสี่ยงจากภายนอก เช่น การคาดการณ์มาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ขณะที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนักยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน โดย สยาม ติยานนท์ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองว่า การฟื้นตัวของตลาดหุ้นและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม อาจเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่ร้อนแรงเหมือนช่วงก่อนหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง และความไม่แน่นอนในประเทศยังคงสูง

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...