โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น ‘ไบโอเทคจีน’ พุ่ง 60% แซงหน้า AI ขานรับดีลหมื่นล้านดอลลาร์และนวัตกรรมยา

THE STANDARD

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 08.48 น. • thestandard.co
หุ้น ‘ไบโอเทคจีน’ พุ่ง 60% แซงหน้า AI ขานรับดีลหมื่นล้านดอลลาร์และนวัตกรรมยา

ท่ามกลางกระแสความคลั่งไคล้ในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดูเหมือนว่าจะมีดาวเด่นดวงใหม่ปรากฏขึ้นในตลาดเอเชีย เมื่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ของจีน พลิกจากภาวะซบเซาที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปี กลับมาพุ่งขึ้นกว่า 60% จนกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของปีนี้

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ดัชนี Hang Seng Biotech Index พุ่งขึ้นกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าดัชนีหุ้นเทคโนโลยีของจีนที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI ซึ่งปรับตัวขึ้นมา 17%

การปรับตัวขึ้นรอบนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนวัตกรรมยาของจีนที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก สะท้อนผ่านดีลการซื้อขายสิทธิ์ (Licensing Deals) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และความสำเร็จของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ปัจจัยสำคัญที่จุดชนวนการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของหุ้นไบโอเทคจีนคือดีลขนาดใหญ่ 2 ดีล ได้แก่ Pfizer Inc. บริษัทยายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ตกลงจ่ายเงินมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อขอสิทธิ์ในยาสำหรับรักษามะเร็งที่ยังอยู่ในขั้นทดลองจากบริษัท 3SBio Inc. ของจีน พร้อมทั้งเข้าลงทุนในหุ้นของ 3SBio อีก 100 ล้านดอลลาร์

ถัดมาคือ Bristol-Myers Squibb Co. ตกลงที่จะจ่ายเงินให้แก่ BioNTech SE ของเยอรมนี เป็นมูลค่าสูงถึง 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อขอสิทธิ์ในยารักษามะเร็งอีกตัวหนึ่ง ซึ่งยาตัวนี้ BioNTech เองก็ได้ซื้อสิทธิ์มาจากบริษัท Biotheus Inc. ของจีนมาตั้งแต่ปี 2566

อีกี หลิว นักวิเคราะห์การลงทุนอาวุโสของ Exome Asset Management LLC ในนิวยอร์ก กล่าวว่า “ไบโอเทคของจีนไม่ใช่แค่เรื่องราวของตลาดเกิดใหม่อีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่กำลังปรับเปลี่ยนโฉมหน้านวัตกรรมยาระดับโลก วิทยาศาสตร์ของพวกเขาเป็นของจริง เศรษฐศาสตร์ก็น่าดึงดูด และสายผลิตภัณฑ์ยาก็กำลังเริ่มส่งผลลัพธ์ออกมาแล้ว”

การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นไบโอเทคจีนบางตัวในปีนี้สูงอย่างน่าทึ่ง โดยหุ้น 3SBio พุ่งขึ้นถึง 283% ขณะที่ RemeGen Co. ซึ่งพัฒนายาแอนติบอดี ทะยานขึ้นกว่า 270% หลังจากมีข่าวว่าบริษัทยายักษ์ใหญ่ข้ามชาติหลายแห่งกำลังทาบทามเพื่อขอซื้อสิทธิ์ในยาของบริษัท

ความสนใจของนักลงทุนยังสะท้อนผ่านการ IPO ที่ประสบความสำเร็จ โดยหุ้นของ Duality Biotherapeutics Inc. ผู้พัฒนายารักษามะเร็ง พุ่งขึ้นกว่าสองเท่าในวันแรกที่เข้าซื้อขาย ในฮ่องกงเมื่อวันที่ 15 เมษายน และ Jiangsu Hengrui Pharmaceuticals Co. บริษัทยาที่ใหญ่ที่สุดของจีน ก็เห็นราคาหุ้นพุ่งขึ้น 25% ในวันแรกที่เข้าตลาดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มส่งสัญญาณเตือนว่าการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอาจร้อนแรงเกินไป นักวิเคราะห์จาก Bank of America นำโดย อีธาน ชุย ในฮ่องกง ระบุในบทวิจัยว่า “กลุ่มนักลงทุนฝั่งขาลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเฮลท์แคร์ กำลังวางแผนที่จะทำกำไร ณ จุดนี้ และนักลงทุนบางส่วนก็หันไปสนใจหุ้นเฮลท์แคร์ที่ยังปรับตัวขึ้นไม่มาก แต่มีความสามารถในการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอและการเติบโตของรายได้ที่มั่นคง”

นอกจากนี้ นักลงทุนบางกลุ่มยังมองว่าดีลซื้อขายสิทธิ์ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นล่าสุดอาจเป็นเพียง “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว” (One-off) และยังไม่เต็มใจที่จะให้มูลค่า (Valuation Multiples) ที่สูงแก่บริษัทเหล่านี้

สงครามการค้าอาจเป็นผลบวกที่คาดไม่ถึง?

ขณะที่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนส่งผลลบต่อหลายอุตสาหกรรม แต่สำหรับภาคไบโอเทคของจีนมันอาจส่งผลบวกอย่างคาดไม่ถึง นิโคลัส ชุย ผู้จัดการกองทุนหุ้นจีนของ Franklin Templeton ในฮ่องกงชี้ว่า ความตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้บุคลากรที่มีความสามารถไหลกลับสู่ประเทศจีน ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ภายในประเทศ

สถาบันการเงินอย่าง Jefferies ก็มีมุมมองเชิงบวก โดยเชื่อว่ากำแพงภาษีของสหรัฐฯ ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อบริษัทไบโอเทคจีน โดยอธิบายว่า บริษัทไบโอเทคจีนจำนวนมากมีพันธมิตรในสหรัฐฯ อยู่แล้ว ทำให้สถานะของพวกเขาเป็นเหมือนผู้ให้บริการมากกว่าที่จะเป็นผู้ส่งออกสินค้าโดยตรง ซึ่งอาจช่วยลดผลกระทบจากกำแพงภาษีได้

ภาพ:Longhua Liao / Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...