โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดช่องจอมเงียบหลังปิดด่าน ยอดขายวันละ 5,000 เหลือ 300

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.14 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.14 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(24 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น จนมีการสั่งปิดด่านและจุดผ่อนปรนชายแดน ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุดกับการค้าตามแนวชายแดนในรอบเกือบ 30 ปี

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจ ตลาดช่องจอมหรือตลาดชายแดนไทย - กัมพูชา พบว่าพ่อค้าแม่ค้าทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ต่างนั่งเฝ้าร้านค้าอย่างห่อเหี่ยว จากก่อนหน้านี้ ตลาดชายแดนไทย-กัมพูชาแห่งนี้ เคยเป็นแหล่งสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างดี และมีนักท่องเที่ยวไปจับจ่ายซื้อของคึกคัก วันนี้กลับดูเงียบสงัดกว่าทุกที

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับพ่อค้า-แม่ค้าที่ขายของอยู่ภายในตลาดช่องจอม หลังจากได้รับผลกระทบ น.ส.เซงลี่ อายุ 35 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้า เล่าว่า ล่าสุดหลังจากเกิดกรณีพิพาทก็สร้างผลกระทบรุนแรงให้การค้าของตนเองมาก ตนมาขายของอยู่ที่นี่ตั้งแต่ อายุ 13 ปี ปัจจุบัน อายุ 35 ปีแล้ว ยังไม่เคยประสบปัญหาแบบนี้มาก่อน เมื่อก่อนเคยขายได้วันละ 3000-5000 บาท ตอนนี้เหลือ 100-300 บาท อยากฝากไปถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่จะมาเที่ยวตลาดช่องจอม ว่าตอนนี้ตลาดยังคงเปิดขายปกติ สามารถมาเที่ยวซื้อหาของกันได้

ส่วนนางลิต อายุ 51 ปี แม่ค้าขายอาหารป่า เล่าว่า ก่อนที่จะมีข้อพิพาทไทย-กัมพูชา โดยปกติวันเสาร์-อาทิตย์ มีคนมาเดินจับจ่ายซื้อสินค้าที่ตลาดแห่งนี้วันละเป็นพันคน แต่เมื่อสถานการณ์ชายแดนรุนแรงมากขึ้น พบว่าเหลือลูกค้ามาเดินตลาดวันละไม่เกิน 30 คน กระทบพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย

ตนเองอยากฝากถึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาเที่ยวตลาดช่องจอมเหมือนเดิม ตนไม่อยากให้ทั้ง 2 ประเทศสู้รบกัน อยากให้รักเป็นพี่น้องกันเหมือนที่เคยเป็นมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...