โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทบ. ออกกฎเหล็ก! คุมเข้มโซเชียลกำลังพล หวั่นโพสต์กระทบความมั่นคง

PostToday

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 08.50 น.

กองทัพบกได้ประกาศแนวทางปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์สำหรับหน่วยงานและกำลังพลในสังกัดอย่างเป็นทางการ

โดยมีการเผยแพร่เอกสารข้อบังคับผ่านเพจของหน่วยงานทหารต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อกำหนดกรอบการใช้งานโซเชียลมีเดียให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และความน่าเชื่อถือของกองทัพ

สำหรับข้อบังคับดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อห้ามสำหรับหน่วยงานของกองทัพ และข้อปฏิบัติสำหรับกำลังพล

กฎเหล็ก "4 ห้าม" สำหรับหน่วยงานภายในกองทัพบก

กองทัพบกได้สั่งห้ามหน่วยงานในสังกัดเผยแพร่ข้อมูลใน 4 ลักษณะโดยเด็ดขาด ดังนี้:

1. ห้ามเผยแพร่ข้อมูล ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

2. ห้ามเผยแพร่ข้อมูล ที่มีเนื้อหาในลักษณะยั่วยุ บิดเบือน หรือโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง หรือก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม

3. ห้ามเผยแพร่ข้อมูล ความลับทางราชการ เช่น เอกสารที่ระบุชั้นความลับตั้งแต่ "ลับ" ขึ้นไป ข้อมูลกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และงบประมาณ

4. ห้ามเผยแพร่วิดีโอ, ภาพเคลื่อนไหว ที่เป็นความลับของทางราชการ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ยุทธการ รวมทั้งข้อมูลที่นำไปสู่การระบุตำแหน่งพิกัดกำลังพลภายในกองทัพบก

แนวทางปฏิบัติสำหรับกำลังพลในกองทัพบก

ในส่วนของกำลังพลทุกระดับชั้น กองทัพบกได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ 2 ข้อที่ต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด:

1. ระมัดระวังการแสดงความเห็นส่วนตัว ในฐานะกำลังพลของกองทัพบก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อภารกิจของกองทัพบก ต่อองค์กรอื่นและบุคคลใด

2. การชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของกำลังพล ให้กระทำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงานภายในกองทัพบกเท่านั้น ประเด็นเนื้อหาต้องอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบและเป็นข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันและสามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้ ให้ยึดถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกันโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะโดยขาดความระมัดระวัง ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของกองทัพบก

และหากตรวจพบว่ามีกำลังพลรายใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือว่าการให้ข้อมูลต่อสาธารณะดังกล่าวเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อระเบียบ และขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาซึ่งอยู่ในฐานความผิดทางวินัย

ซึ่งจะต้องถูกดำเนินการตามหลักเกเกณฑ์ที่กำหนดโดยเคร่งครัดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...