โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.อนุมัติงบแสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ รับมือสงครามการค้าโลก

JS100

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 08.31 น. • JS100:จส.100
ครม.อนุมัติงบแสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ รับมือสงครามการค้าโลก

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ารวม 1.15 แสนล้านบาท จำนวน 481โครงการ ช่วยจ้างงานในประเทศ 7.4 ล้านคน ส่งผลต่อจีดีพีเพิ่มขึ้น ร้อยละ0.4 โดยนายพิชัยระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอก โดยเฉพาะจากปัญหาสงครามการค้าในโลก และผลกระทบจากมาตรการ Reciprocal tariffs ของสหรัฐ ที่กระทบต่อภาคส่งออกของไทยและกระทบรายได้ของประชาชน

ทั้งนี้ การใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ อยู่ภายใต้หลักการที่สำคัญ คือ ต้องการจายเม็ดเงินอย่างทั่วถึง สร้างการจ้างงาน และจะต้องเป็นโครงการที่สามารถส่งผลกระทบในระยะยาว โดยโครงการลงทุนแต่ละโครงการจะต้องไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ยกเว้นมีความจำเป็น เช่น การลงทุนด้านท่องเที่ยว ที่แต่ละโครงการอาจต่ำกว่า 5แสนบาท และระยะเวลาการลงทุนจะต้องไม่เกิน 12 เดือน คือต้องสิ้นสุดไม่เกิน 30ก.ย.2569

สำหรับงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.15แสนล้านบาทดังกล่าว แบ่งเป็นการลงทุนใน 4 ด้านคือ

1.การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ 3.91 หมื่นล้านบาท และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม 4.58 หมื่นล้านบาท

2.การลงทุนด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว1 หมื่นล้านบาท เช่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำ หรือไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

3.การลดผลกระทบด้านการส่งออก วงเงิน 1.11 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่ราว 1หมื่นล้านบาท ใช้เพื่อลดผลกระทบด้านแรงงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ที่เป็นนายจ้างในระบบประกันสังคมและได้รับผลกระทบจากการส่งออก กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 3% เพื่อเสริมสภาพคล่องให้สามารถรักษาการจ้างงานได้ต่อไป

4.ด้านเศรษฐกิจชุมชนและอื่นๆ วงเงิน 9.20พันล้านบาท โดยจะลงทุนในด้านการศึกษา 3.64พันล้านบาท, ลงทุนผ่านกองทุนหมู่บ้าน ในโครงการ SML วงเงิน 4พันล้านบาท และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน 1.56พันล้านบาท

สำหรับ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้ จะช่วยจ้างงานคนในประเทศ 7.4 ล้านคน คิดเป็นเม็ดเงินค่าจ้าง 3.4 หมื่นล้านบาท หรือ 30% ของวงเงินลงทุนของโครงการ มีโครงการที่ได้รับงบประมาณ 481โครงการ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นแต่สามารถสร้างผลกระทบในระยะยาว เม็ดเงินลงทุนในโครงการนี้กระจายไปทุกจังหวัด แต่จะกระจายให้ภาคที่มีรายได้ต่อหัวต่ำ สูงกว่าจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงกว่า เช่น ภาคอีสาน ได้รับงบ 3.27 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นภาคที่มีรายได้ต่อหัว 9.92หมื่นบาท/คน/ปี ขณะที่ กทมและปริมณฑล ได้รับ 2.98 หมื่นล้านบาท โดยมีรายได้ต่อหัว 4.88 แสนบาท/คน/ปี

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า การใช้งบประมาณในโครงการนี้ จะต้องมีการผูกพันในสัญญา หรือลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภายใน 30 ก.ย.นี้ มิฉะนั้นงบในโครงการที่ลงนามไม่ทันจะถูกพับไป

#กระตุ้นเศรษฐกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...