โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คลังสั่ง ธอส. อัดสินเชื่อ 1.5 แสนล้าน กระตุ้นอสังหาฯครึ่งปีหลัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.57 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.37 น.

พิชัย รมว.คลังสั่ง ธอส.เร่งปล่อยสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง 1.5 แสนล้านบาท กระตุ้นภาคอสังหาฯ หนุนจ้างงาน-ธุรกิจเกี่ยวเนื่องเติบโต พร้อม 4 มาตรการใหม่

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ เร่งปล่อยเชื่อใหม่ครึ่งหลังของปี 2568 เพื่ออัดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจอีกกว่า 150,000 ล้านบาท ภาคอสังหาริมทรัพย์เติบโต ส่งอานิสงส์บวกต่อการจ้างงานและธุรกิจเกี่ยวเนื่องขยายตัวเพิ่มขึ้น

พร้อมเดินหน้ารักษาบ้านให้คนไทย จัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาด้านรายจ่าย หลังประสบความสำเร็จรักษาบ้านให้คนไทยแล้วกว่า 373,000 บัญชี

โดยนายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธอส. เปิดเผยว่า ธนาคารได้ดำเนินนโยบายตามแนวทางของกระทรวงการคลังและลดเป้าหมายกำไรลง เพื่อเน้นบทบาทด้านสังคม โดยออก 4 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

1.สินเชื่อบ้าน Premier Home สำหรับลูกค้ากำลังซื้อสูง ที่ต้องการที่อยู่อาศัยวงเงินกู้ตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป เสนออัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้น 1.79% ต่อปี

2.สินเชื่อซ่อม-แต่ง และซ่อม-แต่ง Plus สำหรับลูกค้าที่ต้องการกู้เพื่อปรับปรุงซ่อมแซม วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก คิดดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.00% ต่อปี และวงเงิน 200,000 บาทถัดมา คิดดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี

3.สินเชื่อ Pre Finance Premium สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในทำเลศักยภาพ 27 จังหวัด อัตราดอกเบี้ยปีแรก 3.90% ต่อปี

4.มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ (DC3) สำหรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ (SM) กรอบวงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยจะได้รับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกเหลือเพียง 0% ต่อปี และผ่อนชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาทต่อเดือน

นอกจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ ธอส.ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหาด้านรายได้อย่างต่อเนื่องและมีสถานะเป็น NPL ผ่าน “โครงการคุณสู้ เราช่วย” ตามนโยบายของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีลูกค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกว่า 80,939 บัญชี

ขณะเดียวกัน ธอส.ยังได้ดำเนินมาตรการเพิ่มเติมสำหรับลูกค้ากลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ (SM) และ NPL ที่ไม่เข้าข่ายเกณฑ์ในโครงการคุณสู้ เราช่วย ซึ่งช่วยเหลือลูกค้าให้กลับมามีสถานะปกติและรักษาบ้านไว้ได้แล้วกว่า 373,000 บัญชี ผ่านโครงการต่าง ๆ แบ่งเป็น มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ปี 2567 (HD1-HD3) จำนวน 238,000 บัญชี และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ (DC1-DC2) ในปี 2568 จำนวน 135,000 บัญชี

นายกมลภพกล่าวย้ำว่า ธอส.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ไม่ได้มุ่งเน้นทำกำไรสูงสุด แต่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR ให้อยู่ในระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินอื่น พร้อมขยายระยะเวลากู้สูงสุดถึง 80-85 ปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าโครงการ “บ้าน ธอส. โรงเรียนการเงิน” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยหรือขาดเอกสารแสดงที่มาของรายได้ สามารถสร้างวินัยทางการออมผ่าน Application : GHB ALL GEN เป็นเวลา 12 เดือน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ได้รับสินเชื่อผ่านโครงการนี้แล้วมากกว่า 50,000 ราย

“การดำเนินงานของ ธอส. นอกจากจะเป็นการเติมเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจและแก้ไขหนี้ให้กับลูกค้าแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำสินเชื่อที่อยู่อาศัยอันดับ 1 ของประเทศ และตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ในการก้าวสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Bank) ในอนาคต” นายกมลภพกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลังสั่ง ธอส. อัดสินเชื่อ 1.5 แสนล้าน กระตุ้นอสังหาฯครึ่งปีหลัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...