หุ้นไทยภาคเช้า ปิดลบ 17.52 จุด หลุด 1,200 จุด รับแรงขายทำกำไรรวม LTF กดดันตลาด-งบ Q1/68 ไม่ดี
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 15 พ.ค. ปิดที่ 1,199.19 จุด ลดลง 17.52 จุด มูลค่าซื้อขาย 24,315 ล้านบาท ปรับตัวลงสอดคล้องภูมิภาค เป็นแรงขายทำกำไรหลังดัชนีปรับตัวขึ้นตอบรับสถานการณ์สงครามการค้าผ่อนคลายไปแล้ว นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากความกังวลแรงขายกองทุน LTF รวมทั้งการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนบางตัวที่ออกมาไม่ดี
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 15 พฤษภาคม ที่ระดับ 1,199.19 จุด ลดลง 17.52 จุด (-1.44%) มูลค่าซื้อขายราว 24,315 ล้านบาท
ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 3 หลักทรัพย์ 3 รายการ พบ CPALL มีมูลค่าสูง 33.68 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 51.25 บาท
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีปรับตัวลงสอดคล้องกับภูมิภาค ที่มีแรงขายทำกำไรหลังปรับขึ้นตอบรับสถานการณ์สงครามการค้าที่ผ่อนคลายลงไปแล้ว นอกจากนี้ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากความกังวลแรงขายกองทุนในประเทศ ซึ่งเมื่อวันนี้เริ่มกลับมามีแรงขายจากนักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะจากผู้ถือหน่วยลงทุน LTF ที่ไม่ย้ายไปลงทุนต่อในกองทุน Thai ESGX
นอกจากนี้ดัชนียังถูกแรงกดดันจากการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนบางตัวที่งบออกมาไม่ค่อยดี อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกจากสัญญาณการค้าโลกที่ดีขึ้น รวมทั้งการเปิดเผย GDP ไทยไตรมาส 1/68 ที่คาดว่าน่าจะดี
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดปรับตัวลง โดยให้กรอบแนวต้าน 1,205 - 1,212 จุด และแนวรับ 1,187 - 1,194 จุด