โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกชิงเค้กเปิดเทอมหมื่นล้าน ชุดนักเรียน-รองเท้าปรับแผนรับมือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 00.47 น.

ศึกชุดนักเรียน-รองเท้าหมื่นล้าน แข่งเดือดรับเปิดเทอม หลังตลาดยังซึมจากปัญหาเศรษฐกิจ คาดตลาดทรงตัวพอ ๆ กับปีที่แล้ว “น้อมจิตต์” ปรับกลยุทธ์เจาะทั้งพรีเมี่ยม-กลางและแมส ส่งไฟติ้งแบรนด์รับมือรายใหม่ ขณะที่ “ตาชั่ง” ตรึงราคา-รุกออนไลน์มากขึ้น ส่วน “สมอ” จับมือกับสหกรณ์โรงเรียนรุกตรง ด้าน “นันยาง” เจ้าตลาดรองเท้านักเรียน มั่นใจครองส่วนแบ่งไว้ได้ เน้นสินค้าฟังก์ชั่นพิเศษ เพิ่มความสะดวกสวมใส่ พร้อมสื่อสารถึงวัยรุ่นมากขึ้น

ตลาดชุดนักเรียนซึมพิษเศรษฐกิจ

นายอานนท์ จิตรมีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมจิตต์ แมนูแฟกเจอร์ริ่ง จำกัด ผู้ผลิตชุดนักเรียนแบรนด์น้อมจิตต์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงเปิดเทอมปี 2568 นี้ ตลาดชุดนักเรียนมูลค่าประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท อยู่ในภาวะทรงตัว ไม่เติบโตเหมือนปีก่อน ๆ เนื่องจากผลกระทบจาก 2 ปัจจัยหลัก

ประกอบด้วยสภาพเศรษฐกิจทั้งไทยและโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมกับความไม่ชัดเจนในนโยบายชุดลูกเสือของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะยกเลิกหรือไม่ ทำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ชะลอการตัดสินใจซื้อ โดยมีแนวโน้มที่จะมาซื้อในช่วงใกล้เปิดเทอมมากยิ่งขึ้น

ส่งผลให้การจับจ่ายหลักจากกลุ่มชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ซึ่งจะต้องเปลี่ยนชุดเครื่องแบบนักเรียนใหม่ จึงทำให้ยอดขายในช่วงนี้ยังคงมีความคึกคักอยู่บ้าง แต่ตัวเลขโดยรวมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่ายอดขายโดยรวมในช่วงเปิดเทอมนี้อาจจะเติบโตเล็กน้อยประมาณ 5%

“น้อมจิตต์” ส่งไฟติ้งแบรนด์

“น้อมจิตต์รับมือความท้าทายด้วยการพัฒนายุทธศาสตร์ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม เซ็กเมนต์กลาง และแมส เพื่อจูงใจผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม โดยในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมจะเน้นนวัตกรรมเป็นจุดเด่น พัฒนาเสื้อนักเรียนรุ่นแอร์คูล ที่มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี ราคาสูงกว่าสินค้าปกติ 10-15% ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และในอนาคตมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น เสื้อนักเรียนที่มีคุณสมบัติแอนตี้แบคทีเรีย รวมถึงการนำเส้นใยรีไซเคิลมาใช้ในการผลิตด้วย

ส่วนเซ็กเมนต์กลางและแมส ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและราคา บริษัทใช้แบรนด์แพนด้า ที่ราคาถูกกว่าน้อมจิตต์ประมาณ 20% แต่ยังคงเน้นคุณภาพและความทนทานเป็นหัวหอก วางจำหน่ายในช่องทางโมเดิร์นเทรด เช่น บิ๊กซี

พร้อมกับปรับกลยุทธ์การตลาด มุ่งให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น เช่น YouTube, Instagram และ TikTok เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ รวมถึงขยายช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada และ LINE OA ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนยอดขายออนไลน์มีสัดส่วนอยู่ที่ 15% และออฟไลน์ 85%

“ตาชั่ง” ตรึงราคา-รุกออนไลน์

ขณะที่นายไกร สิรุตมานนท์ ผู้จัดการ บริษัท ทีจี แคปปิตอล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดนักเรียนแบรนด์ตาชั่ง กล่าวว่า ปี 2568 นี้ พฤติกรรมการซื้อชุดนักเรียนเปลี่ยนไปจากเดิม ซื้อหลายชุดเป็นซื้อเท่าที่จำเป็น โดยช่องทางร้านชุดนักเรียนเงียบเหงาลง สะท้อนจากการที่ร้านค้าตัวแทนสั่งสินค้าลดลงเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้รับผลกระทบนัก เนื่องจากเป็นแบรนด์ขนาดเล็ก จึงมีช่องทางให้ขยายฐานผู้บริโภคได้อีก โดยเฉพาะทางออนไลน์ที่ยอดขายยังเติบโตดี พร้อมกับรับมือกำลังซื้อด้วยการตรึงราคาสินค้าบางส่วนเอาไว้ ไม่ส่งต่อไปยังผู้บริโภค

“สมอ” รุกช่องทางโรงเรียน

นายวรวุฒิ ชูศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมอ ยูนิฟอร์ม จำกัด ผู้จัดจำหน่ายชุดนักเรียนตราสมอ ที่ระบุว่า ปัจุบันความท้าทายของการจำหน่ายชุดนักเรียนอยู่ที่สภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเฉพาะในช่องทางร้านค้าออฟไลน์

บริษัทรับมือด้วยการตอบโจทย์เพนพอยต์ของการซื้อชุดนักเรียน อย่างการเดินทางไปร้านค้า, ความแออัดในร้านช่วงก่อนเปิดเทอม, การเลือกขนาด, การปักชื่อ ฯลฯ ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์จำหน่ายชุดนักเรียนแบบวันสต็อปช็อปปิ้ง มีสินค้าทุกขนาด บริการแนะนำไซซ์ที่เหมาะสม บริการปักชื่อ-ชั้น รวมไปถึงการรับคืนสินค้าหากใส่ไม่ได้ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคด้วยความสะดวก รวมถึงช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างโอกาสขายได้แบบไม่จำกัดพื้นที่และช่วงเวลา

พร้อมกันนี้ผนึกกำลังกับสถานศึกษา ใช้แพลตฟอร์มเป็น “สหกรณ์ออนไลน์” สำหรับจำหน่ายชุดนักเรียนให้กับนักเรียนของโรงเรียน พร้อมแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้กับโรงเรียน ซึ่งเริ่มใช้งานแล้วในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ควบคู่กับการสื่อสารเน้นย้ำความคุ้มค่าของชุดนักเรียนด้านคุณภาพ ที่สามารถใส่ได้นาน หากเลือกไซซ์ที่เหมาะสม

คาดตลาดรองเท้าทรงตัว

สอดคล้องกับ ดร.จักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งฉายภาพให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2568 นี้ ตลาดรองเท้านักเรียนมูลค่า 5,000 ล้านบาท อยู่ในภาวะทรงตัวไม่เติบโต เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งซื้อเฉพาะเพื่อทดแทนของเก่าที่คับหรือเสียหายเท่านั้น ต่างจากเดิมที่จะซื้อใหม่ทุกครั้งเมื่อเปิดเทอม ขณะที่อีกกลุ่มหันทยอยซื้อตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ไปจนถึงหลังเปิดเทอม แทนการทุ่มซื้อครั้งเดียวช่วงใกล้เปิดเทอม

ขณะเดียวกันตลาดยังมีการแข่งขันสูงขึ้น หลังมีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 5 รายในช่วงที่ผ่านมา โดยเป็นแบรนด์ไทยที่เข้ามาทำตลาดใน เซ็กเมนต์แมส ด้วยจุดเด่นด้านราคาไม่เกิน 199 บาท/คู่ ขณะที่ราคาเฉลี่ยของรองเท้านักเรียนอยู่ที่ 300-400 บาท/คู่

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดความท้าทายใหม่สำหรับร้านค้า และผู้ผลิตสินค้าที่ต้องบริหารสต๊อก-กระแสเงินสด รวมถึงการจ้างแรงงานให้เหมาะสมกับดีมานด์ การมีผู้เล่นเพิ่มขึ้นนั้น อีกด้านเป็นปัจจัยบวกของตลาด เนื่องจากเป็นตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันได้

เน้นสินค้า-สื่อสารตรงใจ

ดร.จักรพลกล่าวอีกว่า บริษัทรับมือโดยเน้นด้านนวัตกรรม-ลูกเล่นของสินค้า และการสื่อสาร ที่ตอบโจทย์ทั้งนักเรียนที่เป็นผู้ใส่และผู้ปกครองที่เป็นผู้ซื้อ มีไฮไลต์เป็นเชือกยืดหยุ่น 2.0 ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นล็อก-ปลดล็อก ย้ำจุดเด่นการไม่ต้องผูกเชือกของไลน์สินค้ารองเท้า Have Fun ให้ตอบโจทย์ความสะดวกในการใช้งานของเด็กประถม Gen Alpha และผู้ปกครองที่กังวลเรื่องความสะอาดได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนกลุ่มมัธยมนั้น ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่เข้าใจปัญหาของตน และมีความจริงใจ จึงเน้นการทำตลาดแบบเน้นอารมณ์ความรู้สึก โดยมีไฮไลต์เป็นแคมเปญ “พักผ่อน…ก่อนใส่ให้เต็มที่” มุ่งสื่อสารว่าการหยุดพัก ไม่ใช่ความผิด แต่คือก้าวสำคัญในการดูแลตัวเอง สะท้อนความเข้าใจในปัญหาของวัยรุ่น Gen Z ที่ต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน และการแข่งขันเพื่อความก้าวหน้า

มั่นใจนันยางโตได้ 3-5%

พร้อมใช้สื่อและจัดกิจกรรมในจุดรวมตัวของวัยรุ่น เช่น สถาบันกวดวิชา ป้ายรถตุ๊ก ๆ และจอยักษ์ MBK พร้อมปล่อยวิดีโอออนไลน์กระตุ้นการรับรู้ และจัดกิจกรรมให้ส่งภาพ “เพื่อนที่พักใจ” เพื่อลุ้นโชว์ภาพขึ้นจอยักษ์ MBK หลังช่วงเอพริลฟูล 1 เมษายนผลิตสินค้าพิเศษ “หมอนนอนยาง” มาจำหน่ายแบบจำนวนจำกัด เพื่อสร้างการรับรู้ไปก่อนแล้ว

นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กังวลเรื่องกำลังซื้อด้วยโครงการ Nanyang Reborn ซึ่งนำรองเท้าที่มีตำหนิจากการผลิต หรือมีรอยเปื้อนมาจำหน่ายในราคาพิเศษ 269 บาท และ 169 บาท ตามลำดับ มั่นใจว่าสินค้าใหม่และยุทธศาสตร์การสื่อสารจะช่วยผลักดันให้ยอดขายของนันยางในปี 2568 นี้เติบโต 3-5% และรักษาส่วนแบ่งตลาดที่ 45% ได้แน่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศึกชิงเค้กเปิดเทอมหมื่นล้าน ชุดนักเรียน-รองเท้าปรับแผนรับมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...