ชาวบ้าน เล่าพฤติกรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดโสธร พาหญิงค้างบ้านด้วย นาน 5 ปีแล้ว
ชาวบ้าน เล่าพฤติกรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดโสธร พาหญิงค้างบ้านด้วย นาน 5 ปีแล้ว อ้างเป็นโยมอุปฐาก
จากกรณีปรากฏข่าว พระครูสิริวิริยธาดาผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสีกากอล์ฟ ภายหลังพบว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสคนดังกล่าว หายตัวไปจากวัด
มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้พระครูรายดังกล่าวยังคงหายตัวไปอย่างลึกลับ ขณะที่ผู้ดูแลรักษาความสงบภายในวัด เปิดเผยว่า พระครูสิริวิริยธาดาหายตัวออกจากวัดประมาณ 3-4 วันแล้ว คาดว่าน่าจะไหวตัวทัน
ผู้สื่อข่าวจังหวัดหนองบัวลำภู ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ เนื่องจากได้รับรายงานข่าวว่า บ้านเกิดของผู้ช่วยเจ้าอาวาส อยู่ในพื้นที่ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู
โดยผู้สื่อข่าว ได้พบกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้ช่วยเจ้าอาวาสองค์ดังกล่าว ซึ่งกำลังดังดูข่าว และพูดคุยกันกับชาวบ้านอยู่ ได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาส คนดังกล่าว ชาวบ้านเรียกกันเล่นๆตอนเด็กว่า “บักแหล่” เนื่องจากเดิมเป็นเด็กผิวคล้ำมาก เด็กชายแหล่ จบการศึกษาชั้น ป.4 โรงเรียนในชุมชน และไปบวชเรียนที่วัดหลวงพ่อโสธร ตั้งแต่อายุประมาณ 11 ขวบ จนถึงปัจจุบัน ภายหลังสอบได้เป็นมหา ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า “มหาแหล่”
ด้าน นายศักดิ์ เปิดเผยว่า เป็นเพื่อนกับพ่อของมหาแหล่ เห็นมาตั้งแต่ตัวน้อยๆมหาแหล่ จะกลับมาเยี่ยมพ่อ ที่บ้าน ปีละครั้ง หรือ 2 ปีครั้ง และชาวบ้านก็รู้กันโดยทั่วไปว่า 4-5 ปีหลัง มหาแหล่ จะกลับมาพร้อมกับ หญิงคนหนึ่ง
ซึ่งเมื่อสอบถามมหาแหล่ ก็จะบอกว่าเป็น แม่ออก ซึ่งหมายถึง โยมอุปฐาก (แต่บางครั้งผู้ชายทางอีสานหลายคน จะเรียกแฟนหรือภรรยาว่า แม่ออก ใช้ในเชิงสนุกสนาน)
โดยแม่ออกรายนี้ ยังสาว อายุไม่เยอะ ซึ่งก็เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า เป็นหญิงคนสนิท ซึ่งชาวบ้านหลายคนต่างก็นินทาว่า มหาแหล่ประพฤติตัวไม่งาม เพราะพากันมาค้างอ้างแรมทีละ 2-3 วัน
กระทั่งนายวิโรจน์ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้วกว่า 5 ปี ได้เคยประกาศให้ทราบว่า ห้ามมหาแหล่ มาพักจำวัดในหมู่บ้านเป็นอันขาด เพราะเห็นว่าไม่งาม อาจทำให้วัดเสื่อมเสียไปด้วย
ภายหลังผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้านถึงประเด็นนี้ ซึ่งนายวิโรจน์ไม่ยอมให้สัมภาษณ์โดยตรง แค่ตอบผ่านทางโทรศัพท์มือถือของชาวบ้านคนหนึ่งว่า ไม่ชอบในพฤติกรรมของมหาแหล่ เพราะเห็นว่าไม่งาม
นายศักดิ์ ยังเปิดเผยต่ออีกว่า เคยเห็นหน้าผู้หญิง คนนี้ 2-3 ครั้ง แต่จำหน้าไม่ได้ ทั้งยอมรับว่า เคยคุยกับ มหาแหล่ และตัวมหาแหล่ เป็นคนตอบเองว่ามากับแม่ออก ซึ่งมหาแหล่จะมา โดยใช้รถเก๋งสีขาว บอกว่าเป็นรถของแม่ออก ขับมาพักที่บ้าน ซึ่งอยู่ทุ่งนานอกชุมชน และตัวแม่ออก จะนอนพักอาศัยอยู่กับโยมพ่อของมหาแหล่
ส่วนตัวมหาแหล่จะไปพักที่เถียงนาห่างออกไป โดยเวลามาจะมีพระมาด้วยอีกรูปหนึ่ง ซึ่งในระยะเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ตัวมหาแหล่ ไม่ได้มาที่บ้านเกิด แต่ทางพ่อของมหาแหล่ได้เดินทางขึ้นไปพบพระลูกชาย เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วโดยไม่ทราบสาเหตุ
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้หญิงที่มา กับมหาแหล่ ที่บอกว่าเป็นแม่ออกนั้น ใช่คนเดียวกับสีกากอล์ฟ ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้หรือไม่ ทุกคนตอบว่า ไม่ทราบ เพราะ เห็นผ่านๆจำหน้าไม่ได้ แต่ยืนยันว่า มหาแหล สนิทสนมกับหญิงผู้นี้เพียงคนเดียวเท่านั้น
นอกจากนี้ ชาวบ้านบางคนก็บ่นด้วยความเสียดายว่า อุตส่าห์ไปบวชเรียนจนได้เป็นมหา ไม่นึกว่าจะหลงกลสีกาจนมาเสียพระไปในครั้งนี้ คาดว่าเนื่องจากบวชแต่ยังเด็ก วันๆเอาแต่สอนหนังสือ พระจึงไม่ทันโลก โดนสีกาหลอกจนหลงผิด
แต่ชาวบ้านหลายคนที่ฟังอยู่ก็ตอบโต้ว่า ก็มีข่าวอยู่บ่อยว่าพระถูกสีกาหลอก แต่ก็ตัดใจสละผ้าเหลือง สึกออกมาอยู่กินกันก็มีถมเถไป แต่มหาแหล่กลับครองผ้าเหลือง ควงแม่ออกโดยไม่ละอายใจ ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็น นินทามากกว่า 5 ปีแล้ว นี่ถ้าคลิปไม่โผล่จนเป็นข่าวดังขึ้นมา ก็คงเสนอหน้าห่มผ้าเหลืองต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวบ้าน เล่าพฤติกรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดโสธร พาหญิงค้างบ้านด้วย นาน 5 ปีแล้ว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th