NSL แซนด์วิช 7-Eleven หนุนกำไร Q2 ทุบสถิติ
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.11 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึงNSL Foods (NSL) ว่า แนวโน้มกำไรยังเติบโต YoY ทุกไตรมาสในช่วงที่เหลือของปี โดยคาดว่า กำไรในไตรมาส 2/2568 จะทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ที่ระดับ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.3% YoY โดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก
รายได้จาก7-Eleven ที่เติบโตต่อเนื่องจากการขยายสาขา รวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตแซนด์วิช “เนื้อแท้” เป็น 40,000 ชิ้น/วัน ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ประกอบกับการออกสินค้าใหม่ เช่น “บีโกหมอย” ซึ่งได้รับการตอบรับดี
การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากสินค้ากลุ่มน้ำมะพร้าว
ธุรกิจ Food Service ที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของ “เนื้อแท้” และ “Eat Am Are”
อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 2/2568 อาจลดลงเล็กน้อย QoQ ประมาณ 2.9% เนื่องจากฝนตกมากกว่าปกติ และจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง กดดันอัตราการเข้าใช้บริการร้าน 7-Eleven ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดอยู่ที่ 21.4% ลดลง QoQ เล็กน้อยจาก Utilization rate ที่ต่ำลง แต่ยังขยายตัว YoY จาก Product Mix ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการออกสินค้าใหม่ที่มีมาร์จิ้นสูง ทั้งรสชาติใหม่และสินค้ากลุ่มน้ำมะพร้าว (JustCool และ Coco Cool)
คาดว่า กำไรไตรมาส 3/2568 อาจลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วง Low season (ฤดูฝนเต็มไตรมาส) แต่ยังขยายตัว YoY จากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า และการเติบโตของสาขา 7-Eleven โดยในไตรมาส 3/2567 บริษัทเพิ่งเริ่มใช้งานคลังสินค้าใหม่ อีกทั้งยังไม่มีรายได้จากสินค้ากลุ่มน้ำมะพร้าวและ “เนื้อแท้” เข้ามาเสริม ส่วน GPM คาดยังขยายตัว YoY จากการเติบโตของสินค้ากลุ่มน้ำมะพร้าวที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัท
คาดกำไรจะกลับมาทำ New High อีกครั้งในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเป็นช่วง High season ของธุรกิจ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า NSL เป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว เนื่องจากราคาสินค้าเข้าถึงง่าย (เริ่มต้น 29 บาท) เหมาะกับผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า (Value for Money)
ด้านความกังวลเรื่องภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ 36% ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า ผลกระทบต่อ NSL ค่อนข้างจำกัด โดยประมาณการรายได้จากสินค้ากลุ่มน้ำมะพร้าวในปี 2568 ที่ 300 ล้านบาท จะมาจากตลาดสหรัฐฯ ราว 150 ล้านบาท ซึ่งหากเกิดกรณีแย่ที่สุด ยอดขายจากสหรัฐฯ ในครึ่งปีหลังลดลง 50% จะกระทบต่อประมาณการรายได้รวมเพียง 25–50 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.4–0.7% ของทั้งปี
หากกำไร 2Q25 ออกมาตามคาด กำไรครึ่งปีแรกจะคิดเป็น 55.1% ของกำไรทั้งปี 2568 ที่ประเมินไว้ที่ 612 ล้านบาท (+13.2% YoY) ขณะที่แนวโน้ม 3Q25 ยังเติบโต YoY และ 4Q25 จะทำ New High
สรุป: คงคำแนะนำ “ซื้อ” NSL พร้อมราคาเป้าหมาย 39.50 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่แพง ซื้อขายที่ PER ปี 2568 เพียง 14.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนับตั้งแต่ IPO ที่ 19.4 เท่า และยังเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มอาหารใน 3Q25