โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘เอ็กโก’ ปั้นกำไรลงทุนนอก ตะลุยซื้อกิจการพลังงานมะกัน-ตะวันออกกลาง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 03.12 น.

ประเทศไทยแม้จะมีศักยภาพในการหาแหล่งต้นกำเนิดเพื่อผลิตไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาดได้ไม่ยาก แต่ข้อจำกัดในหลาย ๆ เรื่องยังคงทำให้การได้มาของสัดส่วนจากพลังงานสะอาดยังน้อยเมื่อเทียบกับแหล่งอื่น ๆ ในต่างประเทศที่มีศักยภาพมากกว่า บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ “เอ็กโก กรุ๊ป” จึงแสวงหาโอกาสการลงทุนในประเทศที่จะเข้ามาเพิ่มสัดส่วนทั้งรายได้ กำไร และที่สำคัญคือ การทำเป้าหมายให้ได้สัดส่วนของพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy : RE) ที่ 30% ในปี 2030 และ Net Zero ในปี 2050 ไม่ว่าจะด้วยวิธี M&A หรือจับมือลงทุนกับพาร์ตเนอร์ก็ตาม

ลุยพลังงานลมนอกชายฝั่งไต้หวัน

ย้อนไปเมื่อปี 2018 (2561) เอ็กโก ตัดสินใจที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศในรูปแบบของโครงการพลังงานลมเป็นครั้งแรก โดยเลือกที่จะจับมือร่วมทุนกับนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย Skyborn Renewables ถือหุ้น 31.98%, Total Energies ถือหุ้น 29.46%, EGCO Group ถือหุ้น 26.56% และ Sojitz Corporation ถือหุ้น 12% เพื่อดำเนินโครงการ “โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งหยุนหลิน” โดยบริษัท ยุนเหนิง วินด์ พาวเวอร์ จำกัด

โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณช่องแคบไต้หวัน ครอบคลุมพื้นที่ 82 ตารางกิโลเมตร และห่างจากชายฝั่งตะวันตกของมณฑลหยุนหลินในไต้หวัน เป็นระยะทาง 8-17 กิโลเมตร ประกอบด้วย กังหันลม 80 ต้น กำลังผลิตรวม 640 เมกะวัตต์ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี กับ Taiwan Power Company (TPC) หรือการไฟฟ้าของรัฐบาลไต้หวันนั่นเอง

นางสาวจิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความน่าสนใจของโครงการอยู่ตรงที่อัตราการรับซื้อไฟของรัฐบาลไต้หวันที่สูงลิ่ว โดย 10 ปีแรกอยู่ที่ 7.1 เหรียญไต้หวัน/หน่วย และ 10 ปีถัดไปจะอยู่ที่อัตรา 3.5 เหรียญไต้หวัน/หน่วย หลังจากลงทุนมาแล้ว 6 ปี โครงการดังกล่าวจะรับรู้รายได้และกำไรเป็นปีแรกภายในปี 2568 โดยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด 2,400 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ต่อปี และยังสามารถจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้กับครัวเรือนไต้หวันได้มากถึง 600,000 หลังคาเรือน

ไต้หวันเอื้อต่างชาติถือหุ้น 100%

จากโครงการหยุนหลิน คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ให้บริษัทมีสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น จากปี 2567 สัดส่วนกำไรจากต่างประเทศอยู่ที่ 65% เป็นส่วนของในไทยเองเพียง 35% เท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เอ็กโกเตรียมจบดีลกับพาร์ตเนอร์รายใหม่ในไต้หวัน หลังจากเจรจากันอยู่ระยะหนึ่ง เป้าหมายครั้งนี้เพื่อเดินหน้าแผนการลงทุนด้วยการควบรวม หรือซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจในไต้หวันเพิ่ม ซึ่งจะยังคงเป็นโครงการพลังงานลม

และเนื่องจากตามกฎหมายรัฐบาลไต้หวันยังไม่มีการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นในประเทศ โดยต่างชาติสามารถลงทุนได้ในสัดส่วนเต็ม 100% แต่จะมีเงื่อนไขเพียงว่าให้ใช้วัตถุดิบ อุปกรณ์ ชิ้นส่วนในประเทศ ซัพพลายเออร์ (Local Content) ไม่ต่ำกว่า 50% บวกกับไต้หวันเป็นประเทศที่มีอัตราค่าไฟค่อนข้างดี รัฐบาลสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy : RE)

ตามแผนการพัฒนาพลังงานของไต้หวัน (PDP) รัฐบาลกำหนดไว้ว่า ในปี 2035 ไต้หวันต้องการพลังงานหมุนเวียนที่ 15 กิกะวัตต์ และกำลังพยายามลดพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลงให้หมดในปี 2025 ที่เหลืออยู่เพียง 2 โรงสุดท้ายในประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่าประชาชนไม่ต้องการนิวเคลียร์ ขณะเดียวกันก็มีความต้องการพลังงานที่เป็นกรีนเพิ่มมากขึ้น และยังมีกฎที่ค่อนข้างพิเศษคล้ายกึ่งบังคับด้วยว่า เอกชนรายใหญ่จะต้องมีสัดส่วนการซื้อพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่เท่าไร ปีไหน หากซื้อไม่ครบจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับรัฐบาลไต้หวัน

การกำหนดกฎเกณฑ์ในลักษณะนี้จึงทำให้ไต้หวันเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นทุกปี แล้วเหตุใดการลงทุนในไต้หวันจึงเหมาะกับโครงการพลังงานลม ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าลักษณะภูมิประเทศของไต้หวันเอง ล้อมรอบด้วยทะเลเนื่องจากไต้หวันเป็นเกาะ ในขณะที่ช่องแคบไต้หวัน ซึ่งอยู่ระหว่างไต้หวันและจีนนั้น มีสภาพคลื่นลมรุนแรงตลอดทั้งปี ศักยภาพของการผลิตไฟฟ้าจากลมจึงสูงตามไปด้วย

ตุนดีลซื้อกิจการ ตปท.เพียบ

ในแผนของการลงทุนปีนี้ ตามที่เอ็กโกวางเม็ดเงินไว้ 30,000 ล้านบาทนั้น จะมีดีลควบรวมกิจการ (M&A) หลายดีล แต่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 คาดว่าจะทยอยปิดดีลได้ 4-5 โครงการ ทั้งในสหรัฐ ตะวันออกกลาง รวมถึงไต้หวัน ทำให้มั่นใจว่าปีนี้จะบรรลุเป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นอีก 1,000 เมกะวัตต์ โดยการลงทุนในสหรัฐอเมริกาจะเป็นในรูปแบบของโรงไฟฟ้าพลังงานจากก๊าซและพลังงานหมุนเวียน ประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังคงมองหาโอกาสการลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐ เนื่องจากปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นจากโครงการ Data Center ทำให้ค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นและตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่มีอัตราค่อนข้างดี

สำหรับโครงการสำคัญอีก 1 แห่งในสหรัฐของเอ็กโก คือ โครงการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากรัฐอะแลสกา (โครงการ Alaska LNG) ขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกัน ระหว่างกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถึงความเป็นไปได้ที่จะนำเข้า LNG รวมถึงการลงทุนท่อส่งก๊าซ และการสำรวจและผลิต LNG ในอะแลสกา

และแม้ว่าขณะนี้เอ็กโกจะรับรู้กำไรจากโครงการสหรัฐ สัดส่วนที่ 16-17% แต่ในอนาคตกำไรในส่วนนี้จะกินส่วนแบ่งค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับกำไรที่มาจากต่างประเทศทั้ง 7 แห่ง ส่วนแผนการลงทุนในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เกิดขึ้นจากปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงของคนในพื้นที่ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้า

ต่อให้เศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลังจะยังวุ่นวายจากภาษีของทรัมป์และสงครามระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคน แต่อย่าลืมว่า “พลังงาน” เป็นสิ่งจำเป็นต่อทุกคนเช่นกัน ดังนั้น เอ็กโกยังคงจำเป็นที่ต้องลงทุนต่อและมีโอกาสที่จะสร้างกำไรได้ในทุกปี เมื่อหันกลับมาดูประเทศที่กำลังรบกัน พบว่าอัตราค่าไฟฟ้าพุ่งขึ้น

นี่ก็จะเป็นบทหนึ่งของความท้าทายของเอ็กโกในการบริหารจัดการด้านพลังงาน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นขนส่ง โลจิสติกส์ อยู่ที่ปัจจัยว่าพื้นที่ตรงไหนเอื้อและมีโอกาสเข้ามาก่อน ดังนั้น ภารกิจของเอ็กโกในการจะก้าวไปเป็น “Global Company” จึงไม่ใช่เรื่องยาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เอ็กโก’ ปั้นกำไรลงทุนนอก ตะลุยซื้อกิจการพลังงานมะกัน-ตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...