โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจครึ่งปีหลังแผ่ว ภัยเงินบาทฉุด ส่งออกหด จี้รัฐเร่งแก้เกม

PostToday

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.20 น.

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท) และ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

สำหรับผลการประชุมประจำเดือน ก.ค.2568 สรุปว่า กกร.มองภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังของไทยยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนและอังกฤษจะคืบหน้า แต่ยังไม่มีแนวโน้มจะได้ข้อสรุปก่อน 9 ก.ค. ซึ่งอาจนำไปสู่การเก็บภาษีในอัตราสูงขึ้น หากไม่มีการขยายเวลาเพิ่มเติม ขณะที่ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางก็ยังส่อเค้ารุนแรง

แม้ช่วง 5 เดือนแรกของปี การส่งออกโต 14.9% YoY จากแรงเร่งนำเข้าสินค้าก่อนหมดมาตรการผ่อนปรนภาษีของสหรัฐฯ แต่ในช่วงครึ่งหลังมีแนวโน้มแผ่วลงและอาจหดตัวกว่า 10% ส่งผลให้ทั้งปีโตใกล้ศูนย์ กระทบภาคการผลิต จ้างงาน และรายได้ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม

กกร.คาดเศรษฐกิจไทยทั้งปีโตเพียง 1.5–2.0% โดยขึ้นอยู่กับอัตราภาษีส่งออก หากอยู่ที่ 10% จีดีพีอาจแตะ 2% แต่หากเพิ่มเป็น 18% อาจดิ่งเหลือแค่ 1.5% ท่ามกลางปัจจัยลบทั้งอุปสงค์ในประเทศชะลอ นักท่องเที่ยวจีนไม่ฟื้น และความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบปี 2568–2569

อย่างไรก็ตาม กกร.ไม่เห็นด้วยกับการประเมินของ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ที่คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวถึง 2.3% มองว่ายังเร็วเกินไปที่จะมองในแง่ดี ขณะปัจจัยลบยังรุมเร้า โดยกกร.แสดงความกังวลต่อเงินบาทแข็งเร็ว ทะลุ 32.5 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งแข็งกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ทั้งที่เศรษฐกิจไทยชะลอและสินเชื่อไม่เติบโต พร้อมขอให้แบงก์ชาติ พิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบาย และควบคุมทิศทางค่าเงินให้สะท้อนเศรษฐกิจจริง

แม้การส่งออกจะดูดีจากตัวเลข แต่เป็นผลจากการนำเข้าสูง การผลิตและจ้างงานยังไม่ฟื้นชัด กกร.ชี้ปัญหาการสวมสิทธิ์ส่งออกและสินค้านำเข้าคุณภาพต่ำยังเรื้อรัง พร้อมเรียกร้องให้รัฐเร่งจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...