'แพรว' กับเส้นทางชีวิตเด็กกิจกรรม & แอร์โฮสเตส สู่นางงามเวที #MUT2019
สวัสดีค่ะชาว Dek-D พบกับคอลัมน์ “เด็กพลังบวก Special” ที่จะพาน้องๆ ไปค้นหาแรงบันดาลใจจากผู้ที่มีแพสชันในการทำสิ่งที่รัก และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในสังคมกันค่ะ
ช่วงนี้หลายคนให้ความสนใจการประกวด Miss Universe Thailand 2019ล่าสุดได้ประกาศหมายเลขผู้เข้าประกวดทั้ง 58 คนแล้ว บอกเลยว่าทุกคนทั้งสวยและโพรไฟล์แน่นเลยค่ะ!
และในวันนี้เราขอพาไปรู้จัก 1 ในสาวงามโพรไฟล์เริ่ด 'แพรว' ปทิตตา สันติวิชช์ อายุ 25 ปี ดีกรีเอกภาษาอังกฤษ ม.ธรรมศาสตร์ และเป็นถึงเชียร์ลีดเดอร์ของมหา'ลัย ซึ่งหลังเรียนจบก็ได้เป็นแอร์โฮสเตสสายการบิน Emirates Airline ฟังแค่นี้ก็มั่นใจได้ว่าภาษาอังกฤษไม่ธรรมดาแน่ๆ บทสัมภาษณ์นี้จึงมีทั้งรีวิวชีวิตในบทบาทต่างๆ แพสชั่นในการทำตามความฝัน และเทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษแบบของแพรวถ้าพร้อมแล้วตามมาอ่านกันค่ะ ^^
การตัดสินใจครั้งใหญ่
ระหว่างเส้นทางใหม่กับอาชีพที่รัก
เธอเล่าจุดเริ่มต้นของความฝันในการเป็นนางงามให้ฟังว่า “ตอนเด็กเราเคยเห็นนางงามบนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกปีๆ และเราก็น่าจะเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป ชอบนั่งหน้ากระจก ทำท่าสวมมงกุฏ แล้วโบกมือให้ตัวเอง 5555 เมื่อก่อนเราอยากเป็นนางงามแต่ไม่กล้าลงประกวดสักที”
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
“จนกระทั่งปี 2016 (น้ำตาล) คนรอบตัวเชียร์ให้ลงประกวดเยอะมาก ทำให้ในปีต่อมา (พี่มารีญา) เราเริ่มสังเกตการณ์ทุกอย่างเพราะตั้งใจว่าในปี 2018 (นิ้ง) จะลงประกวด ซึ่งแผนเดิมเป็นแบบนั้น แต่สุดท้ายเราก็ถอนตัวเพราะไม่สามารถทำเรื่องขอลางานติดต่อกันได้นานพอมาปีนี้จังหวะมันลงตัวมากๆ ทั้งครบสัญญาการทำงาน 3 ปี และน้องสาวคนเล็กเรียนจบด้วย เราเลยตัดสินใจออกจากงานมาทุ่มเทให้การประกวดเต็มที่ค่ะ ^^”
เรามีวิธีเตรียมพร้อมสำหรับเวทีนี้ยังไงบ้าง?“ถ้าเรื่องหุ่น โดยพื้นฐานเราเป็นคนผอม แต่มี Skinny Fat ทำให้พยายามลดน้ำหนักมาตลอด แต่พอได้อ่านคอมเมนต์ก็มีคนบอกว่าเราดูผอมเกินไป เราเลยเข้ายิมปรึกษาเทรนเนอร์ หาวิธีออกกำลังกายที่เหมาะกับเรา นอกนั้นคือการติดตามเทรนด์แฟชั่น หาลุคที่เหมาะกับคาแรกเตอร์ของเรา พยายามหาความรู้รอบตัว และติดตามข่าวสารบ้านเมืองเพื่อให้สามารถตอบคำถามจากคณะกรรมการได้ค่ะ”
View this post on Instagram
A post shared by PATITTA SUNTIVIJJ (@praewpitta)on
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
Photo Credit: Miss Universe Thailand 2019
ดีกรีเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัย
ย้อนไปถึงสมัยเรียนศิลปศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ การเรียนก็หนักพอสมควร แล้วยังเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยด้วย? “จริงๆ ตอนแรกเราไม่มีความคิดจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์เลยเพราะเต้นไม่เป็นเลยไม่มั่นใจแต่มีคนที่รู้จักบอกว่าไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเต้น แค่รู้จังหวะแล้วไม่หลงก็พอ เราเลยลองให้โอกาสตัวเองดู ความยากของการเป็นลีดฯ คือต้องใจรัก มุ่งมั่น เพราะต้องฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ส่วนร่างกายต้องแข็งแรง ต้องอึด แต่ตอนนั้นเราผอมซูบเพราะออกกำลังกายหนักมากกก”
เรามีวิธีแบ่งเวลาเรียนและทำกิจกรรมยังไงบ้าง? “ปกติจะต้องซ้อมลีดฯ เยอะ ซ้อมทุกวัน เลยพยายามตั้งใจเรียนในห้อง จะได้ไม่ต้องมาทบทวนหนักตอนหลัง แล้วเราโชคดีที่ได้เป็นลีดฯ ตอนปี 4 เทอม 1 ช่วงท้ายๆ เลยน่าจะเป็นคนที่สบายที่สุดแล้ว เหลือวิชาเรียนน้อย เรียนแค่วันอังคารกับพฤหัส"
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
บทบาท "แอร์ฯ หมวกแดง"
สายการบินอินเตอร์ที่หลายคนใฝ่ฝัน
หลังจากเรียนจบเอกอังกฤษที่ มธ. แล้ว เธอก็ติดสายการบินอินเตอร์ที่หลายคนใฝ่ฝัน เธอเล่าแรงบันดาลใจให้ฟังว่า“ย้อนไปตั้งแต่ประถมเลย ในห้องเรียนครูจะชอบถามว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร นักเรียนก็จะตอบแบบเบสิกๆ ตำรวจ ทหาร ครู พยาบาล แอร์โฮสเตส ฯลฯ แล้วแอร์ก็อยู่ในลิสต์นั้นด้วย เลยมีอยู่ในหัว พอขึ้นมหา’ลัยก็จริงจังมากขึ้น เราสนใจอาชีพนี้เพราะอยากเที่ยวทั่วโลก ชอบดูแลคนอื่น อยากทำให้คนอื่นยิ้ม มีความสุข แถมรายได้ก็ดี สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ซึ่งมันตอบโจทย์เรามากๆแล้วยิ่งคนเรียนศิลปศาสตร์อยากเป็นแอร์กันเยอะ และมีเสวนาให้เข้าร่วม เราก็รู้สึกว่ามันพอจะเป็นไปได้นะ”
“จริงๆ ตอนนั้นเราอยากได้สายการบินนึงในไทย แต่คุณแม่อยากให้เป็นอินเตอร์ เราเลยซื้อตั๋วจากกรุงเทพฯ ไปสมัครที่มาเลเซีย ลงทุนหาข้อมูล เตรียมเสื้อผ้าหน้าผมให้ดี ถ้าจะสมัครเราก็จะทำให้เต็มที่ แล้วปรากฏว่าผลออกมาเราได้ Emirate ที่ Ipoh จริงๆ”
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
“การเตรียมตัวของแพรวคือเน้นศึกษาในเน็ตเยอะๆ ไม่จำเป็นต้องคอร์สเตรียมแอร์ฯ 2-3 หมื่น เพราะคนเราสามารถพัฒนาและขยายขีดจำกัดของตัวเองไปได้เรื่อยๆ แต่เราก็ยอมรับว่ามีตัวช่วยคือคุณแม่ (เขาอยากทำงานเป็นแอร์โฮสเตสแต่ไม่มีโอกาส) เขาจะคอยทดสอบถาม-ตอบสัมภาษณ์เราตลอดเวลา พอบ่อยเข้าเราก็ชิน ไม่ประหม่า ฝึกซ้อมหลายครั้งจนรู้ขั้นตอนค่ะ”
“ตอนแรกเราก็เข้าใจเหมือนคนอื่นๆ คิดว่าสายการบินนี้จะเน้นรับคนหน้าแขก แต่จริงๆ เขาเลือกจากบุ ความมั่นใจ คัดความเป๊ะเรื่องผมเผ้าการแต่งกาย สังเกตภาษาและวิธีการพูดว่าทำให้คนฟังอยากฟังมั้ยซึ่งการเป็นลีดฯ ตอนมหา'ลัยก็ช่วยเรื่องบุได้มาก เพราะต้องออกงานเยอะ ได้เจอผู้ใหญ่ ทำให้ได้ฝึกการวางตัว ความนิ่ง และความอดทน”
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
เราได้อะไรจากการทำงาน 3 ปีที่ผ่านมาบ้าง? “มีคนจากทั่วโลกกว่า 120 ประเทศที่ได้ทำงานกับเอมิเรตส์ เราได้แลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมโดยไม่ใช่การอ่านผ่านเน็ต แต่มีคนจากอีกซีกโลกนึงมาเล่าให้ฟัง ซึ่งเรื่องความหลากหลายก็ไม่เป็นปัญหาเลย เพราะครอบครัวสอนให้เราเป็นคนใจกว้าง เคารพและยอมรับความแตกต่าง ทำให้เราพร้อมปรับตัว สามารถอยู่กับใครก็ได้”
“ส่วนเรื่องภาษา แรกๆ มีปัญหาบ้างเพราะทุกคนพูดติดสำเนียงตัวเอง ทั้งฝรั่งเศส เยอรมัน ดัตช์ ฯลฯ แต่ละวันที่บินเราจะเจอคนที่พูดอิ๊งเป็นภาษาที่ 2 ซึ่งการบินไม่ได้ทำสำเนียงเราไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเลย สมมติเวลาบินแต่ละไฟลท์ เราจะพยายามหาว่าจะเลียนแบบสำเนียงคนไหนดี แล้วก็พูดสำเนียงนั้นตลอดทั้งไฟลท์เลยค่ะ สนุกดี 555 ”
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
ซึมซับภาษาอังกฤษเพราะดูหนัง Soundtrack
แพรวเรียนเอกอังกฤษ ทำงานเป็นแอร์ฯ เราเลยมั่นใจได้ว่าสกิลอังกฤษแน่นแน่นอน อยากให้ช่วยแชร์วิธีฝึกภาษาของเราหน่อย “มันมาจากการที่บ้านเราดูหนัง Soundtrack ตั้งแต่เราเด็กๆ สมัยที่เรายังอ่านหนังสือไม่ค่อยคล่อง ก็นั่งดูภาพแล้วฟังกับเขาไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเราชินโดยไม่รู้ตัว ตอนเรียนเลยมีเซ้นส์ในการตอบคำถาม เราไม่รู้แกรมมาร์หรอก แต่เราคุ้นประโยคมาจากหนัง”
“พอขึ้นมหา’ลัยเราก็ได้ใช้ภาษาตลอด และอ่านหนังสือภาษาอังกฤษด้วย ตอนปี 1 เรายังอ่าน Harry Potter ไม่รู้เรื่อง เปิดดิกชันนารีทุกบรรทัด เลยวางไว้ก่อน แล้วหยิบมาอ่านอีกครั้งตอนปี 3 ปรากฏว่าอ่านลื่นนนนจนตอนนี้อ่านจบเล่ม 7 แล้ว แปลกใจมาก มันเกิดจากที่เราได้ใช้ทุกวัน ถ้าใครอยากฝึกจากการอ่านหนังสือ อาจเริ่มจากหนังสืออ่านนอกเวลาแบบง่ายๆ ก็ได้ค่ะ อย่าไปคิดว่ามันเป็นแค่หนังสือเด็ก”
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
หากมีโอกาสได้เป็นกระบอกเสียง เราอยากผลักดันการศึกษาในมุมใดมากที่สุด? "หลักๆ อยากให้เด็กทุกคน (ไม่ใช่แค่คนที่เรียนอินเตอร์หรือ EP) มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนเพราะเดี๋ยวนี้ทุกอย่างรวดเร็วมาก การที่รู้ภาษาอังกฤษจะทำให้ตามกระแสโลกทัน และเพิ่มโอกาสการหางานด้วย ระยะหลังเราสังเกตว่าพ่อแม่หลายคนพยายามพูดไทยคำอังกฤษคำกับลูกเพื่อสร้างความคุ้นเคย ซึ่งเป็นวิธีี่ดีมากๆ เพราะวัยเด็กเป็นวัยจะมีพัฒนาการตลอดเวลา"
ทิ้งท้ายถึงผู้อ่าน
“ทุกคนมีความฝัน มีเป้าหมาย เราต้องชั่งน้ำหนักแล้วตัดสินใจให้ดี ต้องมองคนรอบข้างที่จะมีผลกระทบการการตัดสินใจของเราด้วย หากว่าเรามีใจอยากทำสิ่งนั้นมากๆ ก็ต้องเตรียมความพร้อม วางแผน และตั้งเป้าหมายให้ดี เช่น ถ้าจะออกจากงาน ก็ต้องมั่นใจว่ามีเงินเก็บมากพอ เพราะเราไม่รู้เลยว่าจะว่างงานถึงตอนไหน"
สุดท้ายนี้แพรวอยากฝากถึงผู้อ่านว่า “ก่อนหน้านี้เราเป็นเชียร์ลีดเดอร์ เป็นแอร์โฮสเตส แต่คราวนี้จะมาเดินทางอีกเส้นนึงแล้ว ยังไงก็ฝากติดตามการเดินทางและการผจญภัยครั้งใหม่ของแพรวค่ะ ^^”
Photo Credit: @praewpitta [Instagram]
กว่าเธอจะได้มาทำในแต่ละบทบาท ต้องอาศัยทั้งความพยายามและการเปิดใจ พี่เองก็ขอให้ชาว Dek-D อย่าเพิ่งทิ้งโอกาสพัฒนาตัวเอง พยายามลองทำสิ่งใหม่ๆ ควบคู่กับเดินเส้นทางที่ตัวเองรักนะคะ หากใครหลงรักสาวหน้าคมคนนี้แล้ว สามารถเข้าไป Follow อินสตาแกรม@praewpittaทางเราขอเป็นกำลังใจให้สาวงามทุกคนบนเวที #MissUniverseThailand2019 นะคะ สู้เพื่อมงค่ะ! ><
อย่าลืมย้อนอ่านเด็กพลังบวกคนก่อนนะคะ
*คุยกับ ‘แอดวุ้น’ เพจวุ้นแปลภาษา
กับเบื้องหลังความหมายฮาๆ ที่มีทฤษฎีรองรับ!