โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เลี้ยงปลาหมอในบ่อผ้าใบ ปลาโตดี ได้คุณภาพ ตลาดมีความต้องการ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 02 ก.ค. 2562 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 03.06 น.

คุณสัญชัย เพชรคง อยู่บ้านเลขที่ 220 หมู่ที่ 5 ตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำปลาหมอมาเลี้ยงภายในสวนยางพารา โดยใช้วิธีการเลี้ยงให้อยู่ภายในบ่อผ้าใบ ทำให้ไม่ต้องขุดบ่อ สามารถจัดการในเรื่องของน้ำและระบบต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ปลาหมอโตดี มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด มีพ่อค้าแม่ค้าจากหลายๆ จังหวัดเข้ามาติดต่อซื้ออยู่เป็นระยะเลยทีเดียว

คุณสัญชัย เพชรคง

จากพ่อค้าอุปกรณ์มือถือ

ผันชีวิตมาทำเกษตร

คุณสัญชัย เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนได้มีร้านจำหน่ายอุปกรณ์มือถือ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาดูแลสวนยางในที่ดินของตนเอง เมื่อราคายางพาราตกต่ำลงเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ต้องมองหาอาชีพเสริมอย่างอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ จึงมองว่าในที่ดินของเขาเองมีแหล่งน้ำที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้มีความคิดที่อยากจะเลี้ยงปลาภายในสวนยางพารา โดยใช้วิธีการเลี้ยงภายในบ่อผ้าใบหรือบ่อพลาสติกแทน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและทำงานเพียงคนเดียวได้

อาหารที่ใช้เลี้ยง

“ผมเป็นคนที่ชอบทานปลาหมอ พอเราคิดว่าจะหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ จึงได้นำปลาหมอพันธุ์ชุมพรเข้ามาทดลองเลี้ยง โดยเราจะไม่เน้นเลี้ยงในบ่อดินเหมือนทั่วไป เพราะการทำแต่ละครั้งต้องจับให้หมดทีเดียวยกบ่อ ซึ่งทำให้ตลาดที่มารับซื้อรองรับได้ไม่หมด เราก็เลยมีแนวความคิดที่จะนำมาเลี้ยงภายในบ่อผ้าใบหรือบ่อพลาสติกแทน มาปรับใช้เข้ากับการเลี้ยงให้เหมาะสมกับการเลี้ยงภายในสวนยางพาราของผมเอง”

ซึ่งกว่าการเลี้ยงจะประสบผลสำเร็จเหมือนเช่นทุกวันนี้ คุณสัญชัย บอกว่า มีทั้งหาข้อมูลต่างๆ จากผู้ที่เลี้ยงประสบผลสำเร็จ และผู้เลี้ยงที่เจอปัญหาอุปสรรคต่างๆ มาทดลองเลี้ยงด้วยตนเอง ลองผิดลองถูกอยู่ 2 ปี ปลาหมอทุกตัวที่เลี้ยงก็เริ่มให้ผลผลิตที่ดี เป็นที่ต้องการของตลาดมาจนถึงทุกวันนี้

พื้นที่เลี้ยงปลาหมอที่อยู่ในสวนยางพารา

แม้เลี้ยงในบ่อผ้าใบหรือบ่อพลาสติก

ปลาหมอก็โตได้ดี

เนื่องจากต้องการเลี้ยงโดยใช้พื้นที่ที่มีอยู่ในเกิดประโยชน์สูงสุด คุณสัญชัย บอกว่า จึงได้นำปลาหมอมาเลี้ยงอยู่ภายในสวนยางพารา โดยใช้พื้นที่ตรงกลางระหว่างแถวต้นยางพาราที่มีความกว้างถึง 8 เมตร มาสร้างบ่อสำหรับเลี้ยงปลาหมอ โดยบ่อจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 6 เมตร จึงทำให้มีพื้นที่ข้างละ 1 เมตร เดินทำงานได้สะดวก ทั้งกรีดยางและดูแลปลาหมอภายในบ่อ

“ช่วงแรกผมก็จะทำเป็นบ่อสี่เหลี่ยม ขนาด 4×6 เมตร แต่มีข้อเสียคือ รับแรงดันน้ำไม่ไหว ต่อมาจึงได้พัฒนาเป็นบ่อทรงกลม ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง ขนาด 6 เมตร แทน โดยขนาดความสูงบ่อ อยู่ที่ 1 เมตร ใส่น้ำเลี้ยงปลาอยู่ประมาณ 70-80 เซนติเมตร ก่อนที่จะนำปลาหมอมาปล่อยเลี้ยง ก็จะล้างทำความสะอาดบ่อให้เรียบร้อย เพราะบ่อเป็นผ้าใบขึ้นรูปมาจึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการทำความสะอาด เราสามารถจัดการได้ดี พอใส่น้ำเตรียมพร้อมก็นำปลาหมอมาใส่เลี้ยงได้ทันที” คุณสัญชัย บอก

จำนวนปลาหมอที่ใส่เลี้ยงภายในบ่อ จะปล่อยอยู่ที่ 3,000 ตัว ต่อบ่อ โดยในช่วงแรกจะเลี้ยงด้วยอาหารลูกอ๊อดที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนอยู่ที่ 40 เป็นระยะเวลา 7 วัน จากนั้นจึงเปลี่ยนเลี้ยงด้วยอาหารที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามความเหมาะสมกับปากของปลาหมอ แต่ยึดโปรตีนให้อยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึงปลาจับจำหน่ายได้

ปลาหมอพันธุ์ชุมพร

ซึ่งระยะเวลาการเลี้ยงปลาหมอจนจับจำหน่ายได้ ใช้เวลาอยู่ที่ 4-5 เดือน จะได้ปลาหมอขนาดไซซ์อยู่ที่ 5-6 ตัว ต่อกิโลกรัม เป็นไซซ์ที่ตลาดมีความต้องการเป็นหลัก

ในเรื่องของโรคที่เกิดขึ้นกับปลาหมอที่เลี้ยงภายในบ่อนั้น คุณสัญชัย บอกว่า ยังไม่พบปัญหาที่ทำให้ปลาเสียหาย เพราะบ่อที่เลี้ยงมีการทำความสะอาดและระบบจัดการที่ดี จึงทำให้ไม่เกิดการสะสมของโรค เมื่อเห็นว่าน้ำภายในบ่อมีสภาพที่ไม่ดี ก็จะถ่ายน้ำเก่าออก และใส่น้ำใหม่เข้าไปทันที จึงทำให้ปลาได้น้ำที่สะอาดอยู่เป็นประจำตลอดการเลี้ยง

จับส่งลูกค้า

เน้นสร้างตลาดเป็นเครือข่าย

ให้ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม

ในเรื่องของการทำตลาดจำหน่ายปลาหมอ คุณสัญชัย บอกว่า จะมีในเรื่องของการทำตลาดที่เป็นเครือข่าย โดยให้ทุกคนที่อยู่ในชุมชนต้องการมีรายได้ ก็จะมารับปลาหมอจากฟาร์มของคุณสัญชัยไปจำหน่าย โดยมีผลกำไรที่ให้เป็นผลตอบแทนได้อย่างไม่มีใครเสียเปรียบ จึงทำให้ในแต่ละเดือนปลาหมอในฟาร์มของคุณสัญชัยสามารถส่งออกขายได้ 6-7 ตัน ซึ่งมีทั้งพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดอื่นๆ เข้ามาติดต่อขอซื้อถึงที่ฟาร์มอีกด้วย

ขนาดไซซ์ใหญ่ 3 ตัว ต่อกิโลกรัม

“การเลี้ยงด้วยระบบนี้ พอเราจับปลาขายหมดแล้ว ล้างบ่อและใส่ปลาใหม่ลงไปเลี้ยงได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องมีการเสียเวลาเตรียมบ่อใหม่ จึงทำให้ปลาหมอที่เลี้ยงมีให้จับขายหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี โดยขายปลีกอยู่หน้าบ่อ กิโลกรัมละ 100 บาท ส่วนราคาขายส่ง จับแบบยกบ่อขาย อยู่ที่กิโลกรัมละ 85 บาท ซึ่งปลาหมอพันธุ์ชุมพรของเราทุกตัวจะเป็นปลาแปลงเพศเป็นตัวเมีย เมื่อจับขายแต่ละครั้งก็จะมีไข่ติดอยู่ที่ท้องด้วย” คุณสัญชัย บอก

น้ำที่ถ่ายออกจากการเลี้ยงปลา รดให้กับต้นยางพาราได้

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงปลาหมอ เป็นงานสร้างเงิน คุณสัญชัย แนะว่า สิ่งแรกที่ต้องมีเสียก่อนที่จะลงมือทำในการเลี้ยงปลาหมอคือ เรื่องของใจรัก โดยในการเลี้ยงต้องให้เวลาและเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ควรเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง ผลผลิตที่ได้ก็จะออกมาไม่ดี แต่ถ้าเลี้ยงด้วยใจใส่มีระบบการจัดการที่ดี หาแหล่งอาหารดี ลูกพันธุ์ปลาดี การเลี้ยงก็จะประสบผลสำเร็จ เกิดเป็นรายได้ที่ดีอย่างแน่นอน

ปลาหมอต้มเต้าเจี้ยว มีไข่เต็มท้องน่ารับประทาน

ติดต่อสอบถาม หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องการเลี้ยงปลาหมอในบ่อผ้าใบได้ที่ คุณสัญชัย เพชรคง หมายเลขโทรศัพท์ (083) 016-5247    

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...